Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์ – บทที่ 70 หากไม่เล่นสกปรกคงผิดประหลาด

อ่านนิยายจีนเรื่อง Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์ ตอนที่ 70 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

บทที่ 70 หากไม่เล่นสกปรกคงผิดประหลาด

ยามราตรีมาเยือนอย่างรวดเร็วราวหม้อสีดำขนาดยักษ์ครอบลงมา…

การที่เยี่ยฉวนเลือกศิษย์ชั้นนอกสองคนที่เพิ่งเข้ารับการฝึกตนในสำนักได้ไม่นานร่วมการประลองครั้งนี้ นับเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิดมาก่อน! โลหะยังไม่ทันขัดเกลาจนเป็นเหล็กกล้ากลับดึงมาข้องเกี่ยวเสียแล้ว! ทว่าหลังออกเดินทางไปได้ไม่นานทั้งสองเผยทักษะความสามารถส่วนตนจนเป็นที่ประจักษ์ แม้ผาปากอินทรีมีสภาพหนทางทุรกันดารแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับพวกเขา ทั้งวิธีที่ใช้จัดการกับอุปสรรคยังผิดแปลกจากศิษย์คนอื่นๆ อีกด้วย

เยี่ยฉวนยืนอยู่บนผาพลางทอดสายตามองลงไปในความมืดสลัวเบื้องล่างโดยไม่ปริปากเอ่ยคำใด…

ยอดเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของผาปากอินทรีสูงชัน…มีภูมิประเทศสลับกับที่ราบเล็กน้อย ซึ่งที่ราบทำเลดีเหล่านั้นถูกทัพเดินทางของสำนักเครื่องนิลและสำนักเบญจลักษณ์ที่เดินทางมาถึงก่อนยึดพื้นที่ไว้หมดแล้ว ทัพเดินทางของสำนักเครื่องนิลจึงจำเป็นต้องปักหลักตรงทางลาดที่ยังว่างอยู่ แม้ทำเลไม่ดีนักทว่ามันเป็นพื้นที่ที่สูงที่สุด หากยืนอยู่ตรงจุดนี้สามารถมองเห็นยอดเขาอื่นๆ ได้ในมุมกว้าง

จูซือเจียหยิบเสื้อคลุมออกมาสวมป้องกันความหนาวเย็นในยามค่ำคืน…ชุดสีแดงเพลิงยิ่งส่งให้นางดูโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศโดยรอบที่มืดมิด นางปราดไปยืนข้างเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็วราวจิ้งจอกไฟก่อนกล่าวออกอย่างตรงไปตรงมา “เยี่ยฉวน ข้ารู้สึกไม่ไว้ใจอี้สั่วนั่นเลย เขาเป็นศิษย์สายตรงของอาวุโสลำดับสามก่อนหน้านี้วันแรกที่เขากลับมายังสำนักเขาก็มีเรื่องบาดหมางกับเจ้า แต่เจ้ายังใจดีเลือกให้เขาเข้าร่วมการประลองครั้งนี้อีก…ไม่กลัวเขาเล่นสกปรกหรืออย่างไร?”

เสียงกรอบแกรบดังขึ้นจากเบื้องหลัง มีใครบางคนลอบตามจูซือเจียมา…

ผู้ใดกันไร้มารยาทเช่นนี้?

เยี่ยฉวนไม่แม้แต่จะปรายตามองไปยังทิศทางของเสียงนั้น เขาครุ่นคิดก่อนหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชาและตอบคำถามหญิงสาวด้วยท่าทีผ่อนคลาย “อย่ากังวลไป นั่นเป็นเพียงความขัดแย้งส่วนตัวไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสำนักของเราในยามนี้คือการประลองครั้งใหญ่ ศิษย์น้องอี้สั่วคงแยกแยะเรื่องนี้ได้ เจียเจีย…อี้สั่วไม่เลวร้ายอย่างที่เจ้าคาดเดาหรอก”

ผู้ที่ซุ่มแอบฟังอยู่ในมุมมืดจะเป็นผู้ใดได้ถ้าไม่ใช่อี้สั่ว?!

แม้อีกฝ่ายจะกระทำตัวไร้คุณธรรมแต่เขาก็ไม่คิดเปิดโปง ทั้งยังจงใจกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัดให้ผู้ที่แอบฟังได้ยินทุกคำ เพื่อดูท่าทีว่าอี้สั่วจะวางอุบายอย่างไรต่อ…

“ฮึ่ม! ไอ้บ้า! หากเกิดเรื่องขึ้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน!”

จูซือเจียกระทืบเท้าเร่าๆ ก่อนเดินเลี่ยงออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง!

ตอนอยู่ในสำนักหมอกเมฆานางเคยเตือนเรื่องนี้กับเขาแล้วรอบหนึ่ง และนี่เป็นครั้งที่สอง ดังนั้นนางจะไม่เตือนเขาเป็นรอบที่สามอย่างแน่นอน!

“ไอ้โง่! หากเจ้าไม่ตายแล้วผู้ใดจะตาย? ข้าผู้นี้แหละจะขึ้นเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักแทนเจ้า!”

อี้สั่วพึมพำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนออกไปจากบริเวณนั้นอย่างเงียบเชียบเช่นเดียวกับตอนมา

ศิษย์ชั้นนอกสองคนช่วยกันจัดตั้งฐานที่มั่นอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักพวกเขาก็จัดเตรียมอาหารไว้พร้อมเพรียง ทั้งยังมีสุราอุ่นร้อนหนึ่งกาอีกด้วย

“มา…มาเถิด ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์น้อง ศิษย์พี่…ดื่มสุรากัน!”

ยามนี้ทุกคนนับว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว หลังจากนี้ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสำนักเครื่องนิลและสำนักเบญจลักษณ์ซึ่งเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวยิ่ง อี้สั่วผู้มีนิสัยเย็นชาเป็นนิจจึงเริ่มกระตือรือร้นและอาสาเป็นผู้รินสุราให้กับทุกคน

“สุราดี! นี่คือ…สุราที่หมักจากเมล็ดข้าวร้อยเมล็ดที่บ่มในไหใต้ดินเป็นเวลาร้อยปี!”

จ้าวต้าจื่อสูดกลิ่นหอมของสุราในจอกเข้าไปเต็มปอดจนน้ำลายสอด้วยความหิวโหย เขาเป็นคนแรกที่ยกจอกสุราซึ่งอี้สั่วเป็นผู้รินให้ขึ้นสูง ทว่าก่อนที่เขาจะยกดื่มจนหมดเกลี้ยงในอึกเดียวก็ร้อง โอ๊ย! ขึ้นเสียก่อนเพราะถูกจูซือเจียใช้ตะเกียบตีตรงข้อมือ สายตาจ้องเขม็งของนางทำให้เขาจำต้องข่มใจไม่ให้กระดกจอกสุรานั้น…ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงในลำคอทุกครั้งที่กลืนน้ำลาย

จูซือเจียเผยสีหน้าไม่สู้ดีขณะพ่นลมหายใจแรง

จู่ๆ อี้สั่วก็กระตือรือร้นและอาสารินสุราให้ทุกคนอย่างไม่อิดออดถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติยิ่ง! ความคิดแรกที่แวบขึ้นมาคือเขาจะต้องวางยาพิษลงไปเป็นแน่ แม้สุรามีกลิ่นหอมหวานทว่าหากมีผู้ใดหลวมตัวยกดื่ม คนผู้นั้นอาจไม่มีโอกาสได้เห็นดวงอาทิตย์ในวันพรุ่งนี้!

“มาเถิด! ข้าจะดื่มก่อน!”

แววตาอี้สั่วพลันปรากฏความชั่วร้ายขณะหันไปมองจูซือเจีย ทันใดนั้นเขายกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมดในอึกเดียวก่อนวางจอกที่ว่างเปล่าลงและรินสุราอีกครั้ง แม้เขาดื่มติดต่อกันถึงสองจอกทว่าพลังปราณในร่างกายยังไหลเวียนอย่างปกติ…ไร้ซึ่งความผิดแปลกใดๆ

จูซือเจียสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายด้วยความสับสน ส่วนเยี่ยฉวนเผยสีหน้าเรียบเฉย…ท่าทีที่แสดงออกนั้นสงบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับรู้สึกพิศวงไม่น้อย

อี้สั่วไม่มีทางดำรงตนอย่างสัตย์ซื่อ เขาเป็นศิษย์สายตรงของอาวุโสลำดับสาม ดังนั้นจะต้องสมคบกันวางแผนชั่วร้ายเป็นแน่ การเล่นไม่ซื่อไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ทว่าการที่เขาไม่เล่นสกปรกเลยต่างหากถือเป็นเรื่องผิดประหลาด!

เดิมทีเยี่ยฉวนคาดเดาว่าอีกฝ่ายจะต้องวางยาพิษลงในสุราอย่างแน่นอน แต่เมื่อเขาใช้กระแสจิตตรวจสอบแล้วไม่พบยาพิษดังกล่าวจึงรู้สึกประหลาดใจ!

“มาเถิด! ศิษย์พี่ใหญ่…ศิษย์น้อง ศิษย์พี่ ดื่ม!”

อี้สั่วยกจอกสุราขึ้นพลางกล่าวเชิญชวนทุกคนอีกครั้งก่อนรินสุราลงในจอกอีกใบด้วยท่าทีจริงใจ

จ้าวต้าจื่อเห็นดังนั้นจึงอดรนทนต่อไปไม่ได้อีก ครั้นเหลือบมองไปยังศิษย์พี่หญิงเจียเจียและพบว่านางไม่มีท่าทีห้ามปรามเช่นครั้งแรก เขาจึงยกจอกสุราในมือขึ้นดื่มจนหมดในอึกเดียว! ก่อนอาสายกกาสุราขึ้นและรินลงในแต่ละจอก

เยี่ยฉวนยกจอกสุราขึ้นเสมอจมูกพลางสูดดม และพบกลิ่นหอมบางอย่างเจือจางปะปนอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมหวานของสุรา เขาจึงหมุนจอกสำรวจโดยรอบอย่างแนบเนียนโดยไม่ให้ผู้ใดสังเกต เป็นจริงดังคาด…เขาพบรอยนิ้วมือจางๆ อยู่บนจอกนั้น! ครั้นหลับตาลงก็สัมผัสได้ถึงพิษนับหมื่นชนิดผุดขึ้นเรียงรายในห้วงความคิด สมองอันปราดเปรื่องของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วและรับรู้ได้ทันทีว่ากลิ่นเจือจางนั้นคือสิ่งใด!

‘โธ่เอ๊ย…เจ้าเด็กคนนี้ช่างน่าสมเพช!’

เขายกยิ้มเย็นเยียบขณะมองอี้สั่ว ทว่าเลือกที่จะเงียบไม่เปิดเผยแผนการสกปรกของอีกฝ่ายในทันที และยกจอกสุราในมือขึ้นดื่มสองสามจอก

ทุกคนทยอยยกจอกสุราขึ้นดื่มหลังสิ้นคำเชิญชวนของอี้สั่ว ส่วนจูซือเจียได้แต่ระงับความสงสัยไว้ในใจเมื่อเห็นเยี่ยฉวนดื่มสุราอย่างไร้ท่าทีเคลือบแคลง จากนั้นจึงยกจอกสุราขึ้นดื่มบ้าง

“ฮ่าๆๆ ศิษย์พี่ใหญ่…ข้าขอคารวะท่านหนึ่งจอก!”

อี้สั่วเผยรอยยิ้มกว้างพร้อมระเบิดหัวเราะดังลั่นขณะกล่าวยกย่องเยี่ยฉวน

เยี่ยฉวนไม่ได้แสดงท่าทางปฏิเสธแต่กลับยอมรับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน อี้สั่วเผยรอยยิ้มกว้างแล้ว…ทว่ารอยยิ้มของเขาเจิดจรัสยิ่งกว่า!

หลังกินอาหารและร่ำสุราจนอิ่มหนำสำราญทุกคนต่างกระจายตัวกันไปพักผ่อน บางรายที่ยังพอมีสติจึงถือโอกาสนี้ฝึกตนอย่างเงียบเชียบ การประลองครั้งยิ่งใหญ่จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว…ดังนั้นพวกเขาจึงเร่งบ่มเพาะพลังยุทธ์ให้พร้อมต่อการต่อสู้

จ้าวต้าจื่อผล็อยหลับไปด้วยความเมามาย…เสียงกรนของเขาดังลั่นไปทั่วบริเวณรบกวนโสตประสาทของผู้คนเป็นอย่างยิ่ง ทว่าหลับไปไม่นานนักเขาก็ยกฝ่ามือขึ้นกุมท้องก่อนวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ครู่หนึ่งจึงกลับมาและนอนลง ขณะที่เขาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างเขาพลันลุกพรวดและวิ่งออกไปอีกครั้ง เป็นเช่นนั้นหลายรอบตลอดทั้งคืน!

“ไอ้อ้วน! ทำอะไรของเจ้าน่ะ!”

“การประลองจะเริ่มขึ้นวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว แต่เจ้ากลับทำให้ทุกคนกลับไม่ได้พักผ่อน!”

บรรดาศิษย์สำนักหมอกเมฆาต่างตื่นขึ้นและเริ่มสาปแช่งการกระทำที่รบกวนเช่นนั้น ทว่าเจ้าอ้วนก็ยังยกมือกุมท้องและวิ่งกลับไปกลับมาไม่หยุด จูซือเจียก็เช่นกัน! นางอดทนอยู่ในที่พำนักนานจนทนไม่ไหวและวิ่งออกไป พอกลับมาก็พบว่าเจ้าอ้วนขาอ่อนแรงทรุดตัวลงกับพื้นด้วยสีหน้าอิดโรยยิ่ง!

สภาพของเจ้าอ้วนช่างน่าเวทนา ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งก้านธูปเขาวิ่งไปปลดทุกข์และกลับมาเช่นนี้ประมาณเจ็ดถึงแปดครั้ง จนแข้งขาของเขาอ่อนแรงแทบทรงตัวไม่อยู่ ในบรรดาทัพเดินทางแปดคนต่างคนต่างวิ่งออกไปปลดทุกข์กันอย่างอลหม่านแม้แต่ผู้พิทักษ์หยางก็ไม่เว้น! มีเพียงเยี่ยฉวนเท่านั้นที่ยังเงียบสงบไร้ความเคลื่อนไหว

“ไอ้อี้สั่ว! เป็นมันแน่ๆ ที่ผสมยาพิษลงไปในสุรานั่น!” จูซือเจียกัดริมฝีปากล่างด้วยความชิงชังรังเกียจศิษย์ร่วมสำนักจอมทรยศ! ทว่ายามนี้นางเกลียดชังเยี่ยฉวนยิ่งกว่า หากเขาเชื่อในสิ่งที่นางกล่าวเตือนตั้งแต่แรก ทุกคนคงไม่ต้องประสบกับเรื่องน่าอดสูเช่นนี้!

“อี้สั่วรึ?! เป็นไปไม่ได้ เขา…เขาทำเช่นนี้ไม่กลัวว่าพวกเราจะแพ้การประลองในวันพรุ่งนี้หรือ?” จ้าวต้าจื่อกล่าวคำเบาอย่างไม่อยากเชื่อ!

“นี่ต่างหากคือสิ่งที่มันต้องการ! มันจงใจแกล้งให้พวกเราทุกคนตายที่นี่!”

จูซือเจียกล่าวด้วยความโกรธายิ่ง! ก่อนประคองตัวเองบุกเข้าไปยังซุ้มที่พำนักของเยี่ยฉวนเพราะต้องการก่นด่าเขาให้หนำใจ นางอยากรู้เหลือเกินว่าเขาจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น! จ้าวต้าจื่อมีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนติดตามนางเข้าไปด้านใน…

ทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากยาพิษในสุรานั้น แม้แต่หนานเทียนโตวผู้แข็งแกร่งยังทุกข์ทรมานจากอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง…แม้แต่แรงจะก้าวเดินยังไม่มี เป็นเช่นนี้แล้วเขาจะเข้าร่วมการประลองในวันพรุ่งนี้ได้อย่างไร?! อ่านนิยาย novelza.com

ยามนี้สภาพของทุกคนอ่อนเปลี้ยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงทรงตัว หากดึงดันเข้าร่วมการประลองต่อไปคงไม่ต่างจากแมลงเม่าที่บินเข้าไปในเปลวเพลิง! ในทางกลับกันถ้าพวกเขาถอยทัพตั้งแต่ยังไม่เริ่มรบจะกลายเป็นเรื่องที่น่าอับอายนัก! ชื่อเสียงของสำนักหมอกเมฆาต้องป่นปี้จนไม่เหลือชิ้นดีเป็นแน่! หลังจากนั้นเล่า…บรรดาศิษย์จะกล้าสู้หน้าคนทั้งยุทธภพได้อย่างไร?!

เจ้าอ้วนคิดเช่นนั้นสีหน้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด…ดวงตาเบิกกว้างสร่างจากความเมามายทันที!

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด