พันธสัญญามังกร1000ปี – มังกร1000ปี : ตอนที่5 เด็กที่มาพร้อมพรสวรรค์

อ่านนิยายจีนเรื่อง พันธสัญญามังกร1000ปี ตอนที่ 5 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

ตอนที่5 เด็กที่มาพร้อมพรสวรรค์

ในปีค. ศ. 3009 เมืองไห่เทียนบนโลก มีคนสองคนยืนอยู่บนอาคารไห่เทียน

 

คนหนึ่งกล่าว “ยู่เทียนเด็กคนนั้นเหรอ? คุณแน่ใจใช่ไหม? เซินเฟิงให้ข้อมูลมาผิดหรือเปล่า?”

 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมรู้สึกได้ว่าต้องเป็นเขาแน่นอน และผมยังรู้สึกอีกว่าเลือดในร่างกายของเขาเหมือนกับของพวกเรา!”

 

“ไม่มีทางน่า? แน่ใจเหรอว่าเป็นพวกเดียวกับเรา? เหมือนกับพวกเราที่อยู่ในเมืองมังกรเนี่ยนะ?” คนนั้นส่งเสียงอุทานออกมาและพูดด้วยท่าทีที่ไม่อยากจะเชื่อ

 

ภายใต้การจ้องมองแอบดูของทั้งสองคน หลิงฉวนค่อยๆเดินอย่างไม่เร่งรีบ เข้าไปในโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ของไห่เทียน

 

วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกของหลิงฉวน ก่อนที่จะกลับบ้าน ก็มีคนเข้ามาคว้าไหล่ของหลิงฉวนเอาไว้

 

“หลิงเว่ยนี่มันคืออะไร? ทำไมผมรู้สึกถึงมันไม่ได้” หยางเจิ้นรีบเข้ามาทักทายหลิงฉวน

 

หลังจากเหตุการณ์นั้นตั้งแต่เมื่อพันกว่าปีก่อนอาวุธล้ำหน้าต่างๆได้ค่อยหายไปในประวัติศาสตร์และจนตอนนี้พลังงานหลักที่ใช้ในการต่อสู้คือ ‘หลิงเว่ย’

 

“ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้สึกว่าหลิงเว่ยมันก็มีอยู่ตามธรรมชาติเฉยๆหนิ ไม่เห็นมีอะไรที่น่าแปลกเลย”

 

“เฮ้! นายนี่มันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแล้ว สัมผัสหลิงเว่ยได้ตั้งแต้วันแรก วิชาแรก เพราะดูเหมือนว่าไม่มีใครในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนเราที่สามารถทำได้!” หยางเจิ้นพูดกับหลิงฉวน

 

วันนี้เป็นแรกหลังจากเข้าเรียนที่ไห่เทียน ในคลาสแรกวันนี้ หลังจากที่อาจารย์สอนความรู้เชิงทฤษฎีเกี่ยวกับหลิงเว่ยไปแล้ว เขาก็ขอให้ทุกคนพยายามทำความเข้าใจ และทดสอบเล่นๆดู โดยที่ไม่ได้ตั้งความคาดหวังไว้สักนิดเลยว่าจะมีนักเรียนที่ทำได้

 

นับตั้งแต่ก่อตั้งไห่เทียน ไม่มีใครสามารถสัมผัสกับ ’หลิงเว่ย’ ได้ในครั้งแรกที่เรียน! แม้แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในจีน ก็ต้องใช้เวลาไปตั้งสามวัน

 

“เฮ้ๆ ตกใจอะไรหล่ะ ผมก็เก่งมาแบบนี้ตั้งนานแล้วนิ ไม่ชินอีกหรอ?”

 

“หึ มีชื่อเสียงตั้งแต่วันแรกของการเรียนแล้ว ยังทำตัวชิลๆอยู่ได้อีก!” เมื่อฟังคำพูดของหลิงฉวน หยางเจิ้นกลอกตาและพูดอย่างเหน็บแนมด้วยความอิจฉา

 

“อันที่จริงนี่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดนะ ไม่รู้ได้ซ้ำว่ามันเกิดขึ้นได้ไง เข้าใจใช่ไหม?” หลิงฉวนพูดปลอบใจเพื่อน

 

แท้จริงแล้วหยางเจิ้นก็รู้ดีว่าธรรมชาติของหลิงฉวนแล้วเขาเป็นคนที่ไม่ได้อยากโดดเด่นอะไร

 

หยางเจิ้นเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับหลิงฉวนมาตั้งแต่เด็กและเขาก็รู้จักหลิงฉวนเป็นอย่างดี ก่อนหน้านั้นหยางเจิ้นเคยได้ยินชื่อของหลิงเว่ยมาก่อน มีคนหลายหมื่นล้านคนบนโลกใบนี้ มีเพียงไม่กี่%ที่รู้จักหลิงเว่ย แต่ยิ่งไปกว่านั้นมีจำนวนน้อยกว่า 1% ที่สามารถครอบครองหลิงเว่ยได้

 

นับประสาอะไรกับหลิงเว่ยที่จะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่หลิงฉวนได้มาโรงเรียนมัธยมไห่เทียน ที่ทำให้เขาได้รู้จักกับ หลิงเว่ย

 

ในชั้นเรียนวันแรกของเขาเขาสัมผัสหลิงเว่ยได้อย่างง่ายดาย แถมยังคิดว่าทุกคนเป็นแบบนี้!

 

มิฉะนั้นเขาจะไม่พูดออกมาหรอกว่า ‘หลิงเว่ยมันก็มีอยู่ตามธรรมชาติเฉยๆหนิ’

 

“เฮ้! ช่างมันเถอะ เอามาเปรียบเทียบกัน ก็ไม่ได้ช่วยอะไร! เอาเป็นว่าวันหลังมีปัญหาอะไรก็มาช่วยผมด้วยนะ! รีบกลับบ้านดีกว่า เดี๋ยวดวงอาทิตย์จะตกดินแล้ว!”

 

“โอเคเลย!” ทั้งสองทักทายกัน แล้วก็แยกจากกันเนื่องจากบ้านของพวกเขาทั้งสองนั้นอยู่คนละทาง

 

วันหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางเจิ้นเข้าใจวิชาในชั้นเรียนเกือบทั้งหมดของวันนี้แล้ว แต่หลิงฉวนไม่รู้อะไรเลย เหมือนเด็กน้อยที่อยากรู้อยากเห็น เขาทำเป็นตั้งใจฟังทั้งวันแต่ในสมองที่ว่างเปล่า

 

บ้านของหลิงฉวน ต้องเดินไปเรื่อยๆ เพราะบ้านตัวเองไม่ได้อยู่ในเมือง แต่อยู่ในหมู่บ้านขอบเมือง ถ้าบอกว่าใกล้หรือเปล่าก็ไม่ไกลมาก เดินได้ประมาณชั่วโมงนิด ๆก็ถึงแล้ว

 

ทันใดนั้นเองระหว่างที่เดินกลับบ้าน เงาสองเงาก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิงฉวนและหลิงฉวนก็ไม่เห็นด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายโผล่มาได้อย่างไร หลิงฉวนเงยหน้าขึ้นเห็นชายหนุ่มสองคนยืนอยู่ตรงหน้า

 

พวกเขาไม่ได้ดูแก่มากนัก แต่มันดูค่อนข้างแปลกไปเล็กน้อย เพราะคนหนึ่งมีรูปลักษณ์สีแดงตั้งแต่หัวจรดเท้าและอีกคนเป็นสีม่วง

 

‘สมัยนี้ยังมีชุดแปลก ๆ แบบนี้อีกเหรอ?’ หลิงฉวนสงสัยอยู่ในใจ

 

หนึ่งในนั้นถามหลิงฉวน ”พ่อหนุ่มนายมีชื่ออะไร?”

 

หลิงฉวนไม่ตอบคำถามใดๆ แต่ถามกลับไปว่า ”ก่อนถามชื่อคนอื่นอย่างน้อยก็ควรบอกชื่อตัวเองก่อนไหม? ”

 

เหลยเสี่ยวเทียนมองและพูดด้วยความประหลาดใจว่า ”โอเค! ผมชื่อเหลยเสี่ยวเทียน ตอนนี้เราคุยกันได้หรือยัง?”

 

หลิงฉวนครุ่นคิดเล็กน้อย ”ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าชื่อที่คุณพูดมานั้นเป็นชื่อจริงของคุณ! นอกจากนี้ทำไมผมต้องบอกชื่อกับคุณด้วย?” หลังจากพูดจบหลิงฉวนก็เดินไปข้างหน้าโดยไม่สนใจทั้งสองคน

 

”เด็กคนนี้น่าสนใจจริงๆ!” เหลยเสี่ยวเทียนมองตามหลังของหลิงฉวน และพูดอย่างช้าๆ ด้วยความสนใจ

 

หลงยู่เทียนไม่ได้พูดอะไรสักคำตั้งแต่ต้นจนจบเพียงแค่มองดูหลิงฉวนเดินจากไป

 

”ไปกันเถอะ!” หลังจากพูดแล้วทั้งสองก็หายไปอีกครั้ง

 

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด