หัตถ์เทวะธิดาพญายม – ตอนที่ 57 จุดตันเถียนปั่นป่วน

อ่านนิยายจีนเรื่อง หัตถ์เทวะธิดาพญายม ตอนที่ 57 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

ทันทีที่กล่าวจบเกอซีหมุนร่างกลับอย่างไม่มีอาการลังเล ฝีเท้าที่ก้าวลงไปเป็นจังหวะไม่มีอาการชะงักหยุดแม้เพียงน้อย

 

ทว่า ! เมื่อนางใกล้ถึงปากประตูหญิงสาวพลันรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังกดดันอย่างหนักหน่วงที่กดทับลงมาตลอดทั่วทั้งร่าง

 

เมื่อรู้สึกตัวอีกทีหญิงสาวกลับพบว่าร่างของตนถูกพลังอัดดันให้เข้ามาอยู่ในมุมหนึ่งของห้องเสียแล้ว ร่างที่สูงใหญ่ประสมกลิ่นหอมกำจายจากบุรุษผู้นั้นโอบล้อมตลอดทั่วเรือนกายกดดันให้นางไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือล่าถอยได้เลย

 

สายตาที่ร้อนแรงแผดเผาของหนานกงยวี่เพ่งรวมลงที่นาง ริ้วรอยแห่งน้ำแข็งที่เย็นชาเอิบอาบทั่วนัยน์ตา “ดูเหมือนข้าเพิ่งเตือนเจ้าว่า เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราช จงเอ่ยขานด้วยนามแห่งข้า !”

 

เกอซีโพล่งออกไปด้วยความกริ้วโกรธ “เจ้าเป็นอะไรกับข้า อาศัยอะไรมาบังคับทำให้ข้าต้องเชื่อฟังเจ้า ?”

 

หนานกงยวี่ตอบกลับอย่างไม่เร่งร้อน “เจ้าไม่อยากรู้วิธีเปิดผนึกจุดตันเถียนของตนแล้วกระนั้นรึ ?”

 

เกอซีผู้กำลังหมายจะโจมตีชายหนุ่มพลันชะงักทันที ใบหน้านั้นแสดงให้เห็นถึงความตื่นตกใจติดตามมาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า

 

นางเพิ่งจะมาในดินแดนแถบทวีปหมีหลัวนี้เพียงไม่กี่วัน ทว่าในแต่ละวันนางพยายามคิดค้นหาวิธีพัฒนาพลังฝีมือของตนมาโดยตลอด หาไม่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วนางจะต้องถูกผู้ที่มีพลังฝีมือสูงกว่ากระทืบจมดินเป็นแน่

 

บุรุษผู้อยู่เบื้องหน้าสายตาของนางคือคนแรกที่เห็นว่าจุดตันเถียนของนางมีปัญหา บางทีเขาอาจสามารถค้นหาวิธีช่วยให้นางหลุดพ้นได้จริง ?

 

ในใจของเกอซีวกวนซับซ้อน ความขุ่นเคืองบนใบหน้าพลันสูญสลายกลายเป็นท่าทีที่เต็มไปด้วยความมุ่งหวังอย่างรุนแรง “เจ้ามีหนทางกระนั้นหรือ ?”

 

แววตาของหนานกงยวี่ฉายรอยแย้มยิ้มเมื่อได้เห็นสีหน้าท่าทางที่คาดหวังของหญิงสาว ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าภายในใจของตนเริ่มจะชอบสาวน้อยคนนี้ขึ้นมาแล้ว…….ความรู้สึกเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความรู้สึกใคร่ปรารถนาอยากเก็บรักษาสาวน้อยผู้นี้ไว้ภายใต้วงปีกของตนเอง ดูแลนาง ปกป้องนาง เอาอกเอาใจนาง กักกั้นนางไว้ให้อยู่ข้างกายเขาแต่เพียงผู้เดียว สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นคือความรู้สึกเช่นนี้ช่างวิเศษอย่างยิ่ง

 

หนานกงยวี่ยกมุมปากขึ้นพลางโน้มใบหน้าลงมาจ้องมองสาวน้อยผู้แสร้งทำเป็นไม่ทุกข์ร้อน ชายหนุ่มยังคงไม่ยอมเอ่ยวาจา

 

เกอซีกัดฟันแน่นแม้จะรู้สึกราวกับอวัยวะภายในถูกบีบคั้นให้เจ็บปวดทว่าหญิงสาวยังเคยเผยอริมฝีปากปล่อยเสียงอู้อี้ราวกับเสียงยุง “หนานกงยวี่ ที่เจ้ากล่าวว่าจุดตันเถียนที่ถูกผนึกไว้ของข้าสามารถปลดออกได้นั้นหมายความเช่นไร ?”

 

ทรราชย์ !…….เฮ้อ ……บุรุษผู้ทรงอานุภาพกดขี่ครอบงำผู้ที่บรรดาสตรีทั้งผองล้วนต้องยอมสิโรราบก้มคำนับ หากว่านางสามารถกลายเป็นผู้มีพลังยุทธขึ้นมาได้ การต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามในครานี้ย่อมไม่นับเป็นอย่างไรได้

 

น้ำเสียงเอ่ยเรียกนามของเขาแผ่วเบายิ่งนัก หากทว่ากลับสามารถทำให้ประกายตาของหนานกงยวี่เปล่งวาบออกมาพร้อมรอยแย้มยิ้มที่ชื่นบาน

 

มุมปากของเขายกโค้งขึ้นกระทั่งทำให้ใบหูพลอยขยับตามไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าที่หล่อเหลางดงามสง่าผ่าเผยประดุจแสงเงินยวงที่ทอประกายอย่างเจิดจรัสแห่งดวงจันทรานั้นฉุดดึงสายตาของผู้คนอย่างที่ไม่อาจมีผู้ใดสามารถย้ายการจับจ้องของตนออกไปจากภาพเบื้องหน้าได้

 

เกอซีอยู่ในอาการตกตะลึง ภายในใจของหญิงสาวผุดความคิดซึ่งเหนือคำพรรณนาทั้งปวงขึ้น  แค่เพียงเอ่ยชื่อเขาออกมากลับสามารถทำให้เขามีความสุขได้ถึงปานนี้เทียว ?

 

หนานกงยวี่ผู้ยังคงแย้มยิ้มรีบเอ่ยขึ้นทันควัน “เจ้าเคยได้ยินเรื่องจุดตันเถียนปั่นป่วนหรือไม่ ?”

 

เกอซีส่ายศีรษะไปมาด้วยความงุนงง

 

“สำหรับผู้ฝึกยุทธที่จุดตันเถียนปั่นป่วนนั้น จะส่งผลให้พลังปราณของคนผู้นั้นไม่อาจแตกแยกธาตุทั้งห้าออกจากกันได้ เมื่อเป็นดังนั้น ผู้ฝึกยุทธจึงสามารถใช้ธาตุได้สลับกันเพียงแค่หนึ่งเท่านั้น อีกทั้งยังไม่อาจกักเก็บกระแสพลังปราณไว้ที่จุดตันเถียนได้มากเท่าผู้ที่มีจุดตันเถียนปกติ  เช่นนั้นแล้วผู้ฝึกยุทธที่มีจุดตันเถียนปั่นป่วนไม่ว่าจะเป็นกำลังแห่งกระแสพลังปราณหรือกระทั่งความก้าวหน้าในพลังยุทธล้วนไม่อาจสามารถพัฒนาได้เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธโดยปกติทั่วไป”

 

เกอซีเปิดดวงตากว้าง “เจ้าหมายความว่า จุดตันเถียนของข้าปั่นป่วนกระนั้นหรือ ?”

 

หนานกงยวี่ผงกศีรษะเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม ในแววตาแฝงไว้ด้วยอาการแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนที่กระทั่งตัวเขาเองยังไม่ทันสังเกตรู้

 

“ข้าจดจำได้ว่าครั้งสมัยวัยเยาว์ ตอนที่ข้าเข้ารับการทดสอบพลังปราณ ศิลาดำไม่ตอบสนองอะไรเลย และนั่นเป็นเหตุให้น่าหลานเจิ้งสือละเลยต่อข้าและทิ้งข้าให้มาอยู่ที่นี่ หากข้าเพียงมีจุดตันเถียนปั่นป่วนเช่นนั้นจริง ๆ  เหตุใดท่านหมอขั้นสี่เยี่ยงน่าหลานเจิ้งสือจะมิรู้เล่า ?”

 

ศิลาดำคือสิ่งที่ใช้ในการทดสอบความสามารถในการฝึกยุทธ พรสวรรค์ และคุณลักษณะแห่งพลังปราณในกาย ศิลาดำจะแปรเปลี่ยนเฉดสีไปตามคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปของคุณลักษณะที่กระทบสัมผัส และเมื่อใดที่สีนั้น ๆ ถูกขับออกมาให้โดดเด่นชัดเจนย่อมหมายถึงพรสวรรค์ในการฝึกฝนของคนผู้นั้น

 

แต่หากศิลาดำไม่ตอบสนองใดก็ย่อมหมายถึงคนผู้นั้นไม่มีพลังปราณหรือพรสวรรค์ใด ๆ  และในตอนนั้นผลการทดสอบของเกอซีก็ออกมาดังเช่นที่กล่าวมาแล้ว

 

***จบตอน จุดตันเถียนปั่นป่วน***

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด