หัตถ์เทวะธิดาพญายม – ตอนที่ 238 ความริษยาของเฟิ่งเหลียนอิ่ง

อ่านนิยายจีนเรื่อง หัตถ์เทวะธิดาพญายม ตอนที่ 238 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

เพียงทว่าเมื่อเกอซีได้ฟังท่านเจ้าวังกล่าวถึงการศึกษาเรื่องราวการรับช่วงสืบทอดหม่าฮ่า นางจึงรีบสลัดทิ้งเครื่องกังวลที่ร้อยรัดอยู่ภายในหัวออกไปสิ้น

 

ภายในใจยามนี้จึงหลงเหลือเพียงความตื่นเต้นยินดีระคนคาดหวัง
อ่านนิยาย
เคล็ดวิชาหม่าฮ่านั้นคือความสามารถในการลอกเลียนแบบอย่างแท้จริง  พลังในการลอกเลียนความสามารถของผู้อื่น แม้กระทั่งวิธีการฝึกฝนฝีมือ

 

และแน่นอนยิ่งว่า โดยลำดับขั้นต้นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ฝึกฝนจะมีความสามารถอันสูงส่งยิ่งยวด เช่นนั้นอย่างมาก นางจะมีความสามารถในการลอกเลียนพลังฝีมือของผู้ฝึกยุทธที่มีพลังปราณขั้นต่ำเตี้้ยกว่าตนเท่านั้น ทว่าหากฝึกฝนถึงขั้นสูง มีความเป็นไปได้ถึงแปดส่วนที่นางจะสามารถลอกเลียนพลังฝีมือของผู้ฝึกยุทธที่สูงส่งกว่าตนหนึ่งขั้น และมีความเป็นไปได้ถึงห้าส่วนที่จะสามารถลอกเลียนพลังฝีมือของผู้ที่สูงส่งกว่าตนถึงสองขั้นพลังปราณ ทั้งยังมีโอกาสเป็นไปได้ส่วนหนึ่งที่นางจะสามารถลอกเลียนพลังฝีมือของผู้ที่มีพลังสูงส่งกว่าตนถึงสามขั้น

 

ยังมี เมื่อกุญแจศักดิ์สิทธิ์ถูกไขเปิด สัมผัสแห่งจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธรวมกระทั่งแก่นพลังล้วนจะเพิ่มท่วมทวีขึ้นอย่างล้นเหลือกระทั่งสามารถพัฒนาพลังฝีมือขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด ด้วยเหตุนั้นความสามารถในการฝึกฝนฝีมือของนางจะรวดเร็วกว่าผู้ฝึกยุทธโดยทั่วไปถึงเท่าตัว

 

หญิงสาวเก็บงำความตื่นเต้นยินดีที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในใจ เพื่อลงนั่งขัดสมาธิปรับกระแสจิตเชื่อมโยงเข้าหาสัมผัสทางจิตวิญญาณของท่านเจ้าวังจื่อจินผู้ทิ้งนางไว้ภายในห้องรับช่วงการสืบทอด เมื่อได้ซึมซาบกระแสสัมผัสทางจิตวิญญาณอย่างถ้วนทั่วทะลวงผ่านได้แล้ว กุญแจศักดิ์สิทธิ์จะถูกไขเปิด เมื่อนั้นอาจนับได้ว่าการรับช่วงสืบต่อหม่าฮ่าถือเป็นการเสร็จสิ้นสมบูรณ์

 

และเมื่อนั้น พลังฝีมือของนางจึงจะก้าวกระโดดสูงส่งขึ้นอย่างยิ่งยวด

 

ยามนี้ ณ บริเวณด้านนอกห้องรับช่วงการสืบทอด เฟิ่งเหลียนอิ่งได้รับบาดเจ็บทั้งจากการขบกัดของชิงชา  และคลื่นพลังของท่านเจ้าวังจื่อจินที่สะบัดร่างนางกระเด็นออก หญิงสาวค่อย ๆ  ขยับกายลุกขึ้นด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่

 

ทันทีที่รู้สึกตัวตื่น หญิงสาวกระอักโลหิตออกมาคำโต ดวงหน้าจิ้มลิ้มซีดเซียวแสดงสภาพความหนักหนาแห่งอาการทางกาย

 

ฝ่ามือน้อย ๆ ล้วงเข้าสู่กระเป๋าด้านในเสื้อคลุม นางหยิบแผ่นหยกที่ยามนี้เริ่มเปล่งแสงเรืองรองเจือจางออกมา

 

ครั้งที่ท่านเจ้าวังจื่อจินผลักส่งร่างของนางออกจากห้องรับช่วงผู้สืบทอดเขาต้องสูญสิ้นพลังไปมากพอควร ด้วยเจตนามุ่งหวังจะให้นางอยู่ในอาการไร้สามารถในช่วงครึ่งชั่วยาม* เพื่อให้เกอซีมีเวลามากเพียงพอจะโคจรกระแสพลังดำเนินตามกระบวนการแห่งการรับช่วงสืบทอดในครานี้

*ครึ่งชั่วยามคือ 1 ชั่วโมง

 

หากเพียงท่านเจ้าวังหาได้หยั่งรู้ไม่ว่า เฟิ่งเหลียนอิ่งยังมีผนึกวายุติดกายมาด้วย สมบัติวิเศษชิ้นนี้ย่อมทำให้จิตของนางโปร่งชัดแจ่มกระจ่างด้วยช่วงเวลาแค่เพียง 2 เค่อ*เท่านั้น

* 1 เค่อคือ 15 นาที 2 เค่อคือ 30 นาที

 

ฝ่ามือละเอียดงามเกาะกุมแผ่นหยกแน่นกระทั่งเส้นเลือดดำบนหลังมือขับเด่นเห็นชัด

 

นางรู้สึกตัวตื่นแล้ว…. ทว่าแล้วอย่างไรเล่า ? ที่สุด นางกลับไม่อาจเป็นผู้รับตำแหน่งสืบทอดวังจื่อจิน นางต้องพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าหนุ่มหน้าเหม็นนั่น !

 

ต้องทุ่มเทไปมากมายสักเพียงไรกว่าจะมาได้ไกลถึงเพียงนี้ ทว่านางกลับสะดุดเพียงปลายไม้สุดท้ายเสียนี่ ! เช่นนี้แล้วสำนักหลิวหลีจะหาถ้อยคำใดไปชี้แจงกับผู้คนทั้งใต้หล้า ยิ่งโดยเฉพาะจะแบกหน้ากลับไปตอบคำท่านอาจารย์อย่างไรได้ ?

 

เฟิ่งเหลียนอิ่งแหงนเงยศีรษะขึ้นจึงเห็นเกอซียังคงนั่งในท่าขัดสมาธิโคจรกระแสพลังอยู่เบื้องหน้า ความริษยาอันแรงกล้า ความโกรธเกรี้ยวเดือดดาลอย่างร้ายกาจพลันฉายประกายขึ้นภายในแววตาคู่นั้น

 

หญิงสาวลุกพรวดขึ้นในทันใด ปลายกระบี่ยาวถูกชักออกเรือนกระบี่ทั่วทั้งด้ามถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง

 

ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเนื่องเพราะเจ้าสารเลวนี่ ! มันผู้นำพาปัญหาความยุ่งยากใจมาสู่นาง มันผู้ทำให้นางต้องสูญเสียตำแหน่งผู้สืบทอด เมื่อกลับคืนสู่สำนักแล้ว  สิ่งที่นางต้องเผชิญเมื่อพบกับความเสียหน้ามากถึงเพียงนี้จะเป็นเช่นไร ? ในวันนี้ แม้นางจะถูกท่านเจ้าวังจื่อจินขับไล่ไสส่งให้พ้นออกจากอาณาจักรกำบัง นางก็จะต้องปลิดชีวิตหนุ่มชั่วผู้นี้ให้จงได้ !

 

ปลายกระบี่ที่ส่งประกายประดุจฟ้าแลบแปลบปลาบพุ่งทะยานตรงเข้าหาร่างของเกอซีผู้ยังไม่อาจตระหนักรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวใด ๆ รอบกาย

 

ความคิดยังดำเนินไปว่าร่างของหนุ่มน้อยเบื้องหน้าจะถูกจ้วงแทงจนมิดด้ามกระบี่ ใช่แต่เพียงนั้น แม้กระทั่งร่างกายของมันก็จะถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรงจนแปรเปลี่ยนเป็นเพียงเศษเถ้า หากทว่าสายโลหิตสาดกระเซ็นดังที่คาดกลับไม่ปรากฏให้เห็น หากแต่กลับกันเมื่อเฟิ่งเหลียนอิ่งได้ยินเสียงดัง ‘ปัง’ ปลายกระบี่ถูกกั้นขวางด้วยม่านพลังสีทองอย่างเหนือความคาดหมาย

 

หญิงสาวนิ่งอึ้งตกตะลึง ฉับพลันน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดของท่านเจ้าวังก็ก้องกังวาน “ข้าเคยเตือนเจ้าไว้แล้ว ภายในวังจื่อจินแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ใช้กำลัง ! เหตุใดเจ้ายังคงรั้งอยู่ในที่นี้ ? ไสหัวไปเสีย หาไม่แล้วก็จงอย่าได้ตำหนิหากข้าไร้ความปรานีอีกต่อไป !”

 

ตลอดทั่วทั้งวังจื่อจินสั่นไหวสะเทือนพร้อมกับถ้อยคำบัญชาของท่านเจ้าวังประหนึ่งมันกำลังแสดงความกริ้วโกรธของผู้ครอบครอง

 

ฝ่ามือที่เกาะกุมกระบี่ของนางสั่นเทาอย่างไม่อาจระงับ บนดวงหน้าเผยให้เห็นถึงสภาวะอารมณ์อันหลากหลาย ทั้งไม่เต็มใจ ทั้งริษยา ทั้งคับแค้นขุ่นเคือง ทั้งหมดทั้งมวลส่งให้ดวงหน้างดงามที่เคยมีกลับกลายบิดเบ้ไปด้วยความร้ายกาจอย่างเหลือแสน

 

***จบตอน ความริษยาของเฟิ่งเหลียนอิ่ง***

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด