ราชาเหนือราชัน – ตอนที่ 27: ดัชนีทลายดวงดาว!

อ่านนิยายจีนเรื่อง ราชาเหนือราชัน ตอนที่ 27 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

“ฝ่ามือหักกระดูก เป็นวิทยายุทธ์พื้นฐานระดับสอง เพียงฝ่ามือเดียวก็มีพลังเพียงพอจะหักกระดูกได้ ทั้งหมดหนึ่งพันห้าร้อยแต้ม

“เจ็ดหมัดกู่ร้อง เป็นวิทยายุทธ์พื้นฐานระดับสอง เพียงหมัดเดียวมีพลังของสัตว์ทั้งเจ็ดที่กู่ร้องจะมาบรรจบและจู่โจมคู่ต่อสู้ด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล หนึ่งพันเจ็ดร้อยแต้ม

“หอกหมุนเวียนว่องไว วิทยายุทธ์ขั้นกลางระดับสอง ผู้ฝึกฝนจะสามารถทำให้หอกเคลื่อนที่ราวกับสายน้ำ สามารถใช้ความคล่องแคล่วเพื่อป้องกันรอบตัว สองพันแต้ม

ในขณะที่เซี่ยงเส้าหยุนกำลังสำรวจโถงวิทยายุทธ์นั้น จึงได้เห็นรายละเอียดของทุกวิทยายุทธ์ที่เขาเดินผ่าน ใบหน้าเผยรอยยิ้มอันขมขื่น ในตอนนี้ตนมีเพียงหนึ่งพันสี่ร้อยแต้มเท่านั้น การจะแลกแต้มกับวิทยายุทธ์ระดับสองดูเหมือนจะไม่ง่ายเสียแล้ว

“เราเคยคิดว่าสองพันแต้มนั้นมากเหลือ แต่ในตอนนี้เรารู้แล้วว่ายากจนมากเพียงใด” เซี่ยงเส้าหยุนสิ้นหวัง

หลังจากสำรวจที่ชั้นแรก สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับวิทยายุทธ์ที่มีนามว่า “ดัชนีทลายดวงดาว”

ดัชนีทลายดวงดาวเป็นวิทยายุทธ์ระดับสามที่ยังไม่สมบูรณ์ เพียงหนึ่งดัชนีก็มีแรงระเบิดเพียงพอที่จะสังหารหรือกำจัดศัตรูได้หนึ่งคน สามพันแต้ม

“วิชาพวกนี้เป็นเพียงวิทยายุทธ์ระดับสามที่ไม่สมบูรณ์ อาจเป็นเหตุผลที่วิชาเหล่านี้ถูกเก็บไว้ที่ชั้นสอง ทว่าก็ยังแพงโข!” เซี่ยงเส้าหยุนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เขาจ้องไปยังวิทยายุทธ์ใกล้เคียง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กล่าว “ดัชนีทลายดวงดาว! ดูเหมือนจะเป็นวิชาดัชนีที่ไม่ค่อยมีผู้ใดพบเห็น! แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์ หากเราสามารถทำให้มันสมบูรณ์ได้ คงจะเพียงพอที่จะคุกคามเหล่าผู้ที่อยู่ระดับแปรสภาพ”

ยิ่งเซี่ยงเส้าหยุนยังคงมองหาวิทยายุทธ์มากเท่าใด เขาก็ยิ่งอยากได้มากขึ้นเท่านั้น ทำอย่างไรจึงจะแลกมันได้! ช่างน่าเสียดายที่เขามีแต้มเพียงครึ่งหนึ่งของราคาที่ต้องจ่ายสำหรับวิชานี้

“อย่าไปสนวิชานี้เลย เงื่อนไขการฝึกดัชนีทลายดวงดาวนั้นเข้มงวดมาก! แม้ว่าจะมีแต้มเพียงพอจะแลก แต่ก็คงจะสูญเปล่าเป็นแน่” มีเสียงดังขึ้นใกล้กับเซี่ยงเส้าหยุน

เมื่อหันไปจึงได้พบกับผู้ที่โชคชะตาพาให้พานพับ หวังเจิ้นฉวนนั่นเอง ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งที่เซี่ยงเส้าหยุนเข้าไปยังเหลาอาหารครั้งแรก ก็ได้หวังเจิ้นฉวนปกป้องเขาจากการจู่โจมของหวังหยาง

“คำนับศิษย์พี่ ข้าขอทราบได้หรือไม่ว่าการฝึกวิชาดัชนีทลายดวงดาวยากอย่างไร?” เซี่ยงเส้าหยุนถามอย่างนอบน้อม

“วิชาดัชนีทลายดวงดาวเป็นวิชาที่ยังไม่สมบูรณ์ มันจึงยากแก่การฝึก และสิ่งสำคัญคือกระดูกของผู้ฝึกจะต้องแข็งแกร่งอย่างมาก มิเช่นนั้นเจ้าจะดึงศักยภาพออกมาได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของพลังเท่านั้น” หวังเจิ้นฉวนอธิบาย เขาหยุดชั่วขณะก่อนจะกล่าวเสริม “ผู้ที่พยายามฝึกฝนวิชานี้ ต่างก็ยอมแพ้กันเสียส่วนใหญ่”

“มันยากที่จะฝึกฝนงั้นรึ?!” เซี่ยงเส้าหยุนอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

“แน่นอน เนื่องจากเจ้าถือกระบี่ไว้บนหลัง เหตุใดจึงไม่เลือกวิชากระบี่ระดับสองเพื่อตัวเจ้าเองกันเล่า? มันจะใช้งานได้จริงมากกว่า” หวังเจิ้นฉวนแนะนำอย่างสุภาพ

“ข้าขอขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างอ่อนน้อม และถามต่อ “ศิษย์พี่ ท่านพอจะให้ข้ายืมหนึ่งพันห้าร้อยแต้มได้หรือไม่? ในภายภาคหน้า ข้าสัญญาจะจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ยอย่างแน่นอน!”

“จะยืมหนึ่งพันห้าร้อยแต้มงั้นรึ?” หวังเจิ้นฉวนครุ่นคิดเบา ๆ และเกาที่หัว แม้สำหรับศิษย์ชั้นในเช่นเขาก็ยังเป็นจำนวนมากโขอยู่ดี

ขณะที่ครุ่นคิดว่าหวังเจิ้นฉวนก็ยังไม่เชื่อในตัวเขา เซี่ยงเส้าหยุนจึงแสดงแผ่นหยกของตนให้ดูและกล่าว “นี่เป็นแผ่นหยกจากหอคอยแห่งขีดจำกัด ข้าเชื่อว่าหลังจากนี้ไม่นาน ข้าจะได้รับแต้มเพิ่มจากที่นี่! ถึงตอนนั้นการจะคืนแต้มให้แก่ศิษย์พี่คงจะมิเป็นปัญหา”

เมื่อได้เห็นแผ่นหยกในมือของเซี่ยงเส้าหยุน หวังเจิ้นฉวนประหลาดใจกับตนเอง พร้อมกล่าวว่า “จริงสิ เขาเป็นถึงอัจฉริยะที่สร้างปรากฏการณ์ห้าดวงดาวส่องสว่างบนฟ้า!  และยังสามารถผ่านการท้าทายของหอแห่งขีดจำกัดได้อีก!”

เขาคิดแวบหนึ่งก่อนจะตอบกลับ “ข้าสามารถให้เจ้าหยิบยืมแต้มได้ แต่เจ้าต้องสัญญาบางสิ่งกับข้า”

“ท่านศิษย์พี่ต้องการให้ข้าช่วยสิ่งใดกัน? ถ้าหากว่าข้า เซี่ยงเส้าหยุนสามารถทำได้ ข้าจะช่วยท่านโดยปราศจากคำถามใด!” เซี่ยงเส้าหยุนให้คำมั่นขณะที่ตบไปยังหน้าอกของตน

“หากเป็นไปได้ โปรดแนะนำข้ากับท่านขุนนางอัสมีสีม่วงด้วยเถิด ข้าหวังอยากให้เขาเป็นท่านอาจารย์ของข้า” หวังเจิ้นฉวนตอบกลับอย่างซื่อตรง

“เรื่องแค่นี้เองรึ ข้าจะทำให้!” เซี่ยงเส้าหยุนสัญญาขณะที่ทุบหมัดไปยังหน้าอก คิดกับตนเอง ‘หากเขาได้เป็นศิษย์ของจื่อฉางเหอ ในฐานะของศิษย์น้องของจื่อหางเหอนั้น เราก็จะกลายเป็นศิษย์อา! เมื่อถึงครานั้นจะได้ไม่ต้องใช้หนี้ หึ หึ’

“เยี่ยม! ออกไปจากที่นี่กัน ข้าจะมอบแต้มจากแผ่นหยกให้แก่เจ้า!” หวังเจิ้นฉวนตะโกน

“เยี่ยมมาก!” เซี่ยงเส้าหยุนตอบกลับอย่างเป็นสุข

พวกเขาทั้งสองตรงไปยังโต๊ะด้านหน้าซึ่งหวังเจิ้นฉวนได้มอบแต้มจำนวนหนึ่งแก่เส้าหยุน ในตอนนี้เซี่ยงเส้าหยุนมีสองพันเก้าร้อยแต้มในแผ่นหยก ด้วยส่วนลดจากหอคอยแห่งขีดจำกัดถึงสองในสิบ เขาได้แลกมันกับวิชาดัชนีทลายดวงดาวอย่างไร้ข้อกังขา

หลังจากเซี่ยงเส้าหยุนได้รับวิชาดัชนีทลายดวงดาวแล้ว หวังเจิ้นฉวนอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง “เจ้าไม่ได้ฟังที่ข้ากล่าวเลยรึ ว่าดัชนีทลายดวงดาวนั้นฝึกฝนยากเพียงใด?”

“เพราะยากที่จะฝึกฝนมิได้หมายความว่าข้าจะไม่สามารถทำได้” เซี่ยงเส้าหยุนตอบกลับลวก ๆ ก่อนจะถามต่อ “ศิษย์พี่ ข้าอยากรู้ว่าข้าจะพบท่านได้ที่ไหน? ข้าจะได้แนะนำท่านให้กับศิษย์พี่จื่อในนามของท่านเอง”

“ศิษย์ชั้นใน หวังเจิ้นฉวน” เขาตอบอย่างจริงใจ

“ตกลง รอรับข่าวดีได้เลย!” เซี่ยงเส้าหยุนบอกต่อเขา

เขากล่าวลาหวังเจิ้นฉวนและจากไปโดยไม่สนสิ่งใดอีก

ภายในสามวัน เขาจะต้องบรรลุวิชาดัชนีทลายดวงดาวเพื่อรับประกันได้ว่าจะปลอดภัยจากการผจญภัยครั้งนี้ เขาไม่อยากเป็นอาหารแก่สัตว์อสูรเพียงเพื่อจะตามหาน้ำพุดวงดาวปฐพี!

หลังจากแลกอาหารนิดหน่อยจากเหลาอาหาร เซี่ยงเส้าหยุนได้กลับไปยังที่พักส่วนตัว ดึงวิชาดัชนีทลายดวงดาวออก เขาเริ่มจดจ่อกับมัน และมองมันอย่างรวดเร็วจนถึงภาพแสดงการฝึกของวิชาดัชนีทลายดวงดาว เมื่อจดจำได้ทั้งหมดแล้วจึงได้เริ่มฝึกทันที

นี่เป็นหนึ่งในความสามารถอันยิ่งใหญ่ ความทรงจำที่แม่นยำ

หากมีใครสักคนต้องการจะฝึกดัชนีทลายดวงดาว เงื่อนไขสำคัญนั้นอยู่ที่กระดูกนิ้วที่แข็งแรงเพียงพอ ซึ่งจะต้องแข็งแกร่งราวกับอาวุธระดับหนึ่งเสียก่อน จึงจะสามารถฝึกวิชานี้ได้ ความทนทานในการใช้อาวุธระดับสองนั้นจะทำให้ผู้ฝึกออกแรงได้มากขึ้น และความแข็งของอาวุธระดับสามจะทำให้สามารถฝึกฝนได้จนเสมบูรณ์

ด้วยกระดูกนิ้วที่แข็งแกร่งเป็นกุญแจสำคัญในการฝึกฝนดัชนีทลายดวงดาว เป็นเหตุผลว่าทำไมหวังเจิ้นฉวนจึงเตือนเซี่ยงเส้าหยุนอย่างไม่ลดละ ไม่ให้ฝึกวิทยายุทธ์นี้ โดยปกติแล้วจอมยุทธ์ระดับต่ำนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีกระดูกนิ้วที่แข็งราวกับอาวุธระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากหากจะฝึกวิชานี้

“ด้วยสภาพของเราในตอนนี้ กระดูกนิ้วน่าจะแข็งพอกับอาวุธระดับหนึ่ง หากฝึกฝนวิชานี้คงไม่มีปัญหาอะไรสำหรับเรา” เซี่ยงเส้าหยุนกระซิบกับตนเอง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ และกล่าว “ดัชนีทลายดวงดาวนั้นสมบูรณ์เพียงแค่สองในสาม ขาดส่วนสุดท้ายไป ช่างน่าเสียดาย”

เขาเริ่มเข้าสู่สภาวะการจดจ่อทันที การมองเห็นภาพหนึ่งจากอีกภาพภายในหัว

จินตภาพ

นี่เป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นสำหรับการฝึกยุทธ์ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่เขาสามารถบรรลุวิทยายุทธ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เขามีความสามารถนี้ตั้งแต่ยังเยาว์ จึงห่างชั้นกว่ารุ่นเดียวกันนัก

ด้วยสถานะของจินตภาพ เขาสามารถบรรลุจุดหลักและท่วงท่าในภาพได้อย่างชัดเจน เมื่อเข้าใจกุญแจสำคัญจากภาพแล้ว จึงฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้บรรลุผลเป็นสองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว

โครม โครม!

เมื่อเขาบรรลุวิชาดัชนีทลายดวงดาวแล้ว เซี่ยงเส้าหยุนกระทุ้งเข้าที่หมุดไม้ซ้ำ ๆ ด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกายที่มีความทนทานเป็นพิเศษ ขณะที่เขากำลังรวมรวมพลังไปยังมือที่แข็งแกร่ง แรงกระแทกจากการกระทุ้งหมุดไม้มิได้ทำให้เจ็บปวดแต่อย่างใด

ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือทำให้นิ้วแข็งแกร่งเพียงพอจะสามารถทนต่อการปลดปล่อยพลังดวงดาวได้ และเมื่อเขาทำสำเร็จ การปลดปล่อยพลังจากนิ้วจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

หลังจากหนึ่งวันผ่านไป เขาไม่รู้เลยว่าตนใช้หมุดไม้ไปกี่อันในการใช้นิ้วกระทุ้งซึ่งตอนนี้เจ็บแล้ว ช่างโชคร้ายเขาไม่สามารถไปถึงจุดที่จะปล่อยพลังงานดวงดาวด้วยการแทงได้

ดังที่กล่าวมานั้น เขายังคงเก็บเกี่ยวจากการฝึกฝนได้เป็นอย่างดี และสามารถรู้สึกได้ถึงพลังงานภายในตัวที่เริ่มพุ่งพล่านมายังนิ้ว ตราบใดที่สามารถรวมรวมพลังงานและปลดปล่อยมันด้วยหนึ่งลมหายใจได้ การฝึกฝนวิชาสำเร็จเล็กน้อยจึงจะเป็นเรื่องง่ายดาย

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด