อั่งเปาทะลุโลก (发个红包去未来 ) – ตอนที่ 34

อ่านนิยายจีนเรื่อง อั่งเปาทะลุโลก ตอนที่ 34 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

CF:บทที่ 34 รับสมัครพนักงานใหม่

 

ปีใหม่ผ่านไปแล้วและมันก็ได้เวลาก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญสำหรับเหล่าพนักงานที่กำลังหางานใหม่ พวกเขาไม่ว่าจะกำลังหาหรือกำลังจะออกจากงาน ต่างรู้แล้วว่าเวลานั้นมาแล้ว

 

ย้อนกลับไปในหลี่ชุ่ย อู๋ ฮ่าวเหริน ได้ติดต่อไปยัง อู๋ เชิง เพื่อขอให้ไปรับเขาที่โรงแรมฮัวหมิงในเมืองวันพรุ่งนี้

 

หลังจากผ่านพิธีการต่างๆของทางโรงแรมและเข้าสู้ห้องพัก อู๋ ฮ่าวเหรินก็เริ่มทำหน้าที่ของเขาเลย อันดับแรก แน่นอนว่านั่นคือการจดทะเบียนเว็บไซต์หลักของบริษัท ชื่อนั้นไม่ใช่ ฟิวเจอร์ ดริงค์ แต่เป็น ฟิวเจอร์กรุ๊ป และบริษัทที่จะอยู่ด้านล่างเป็นบริษัทแรกก็คือฟิวเจอร์ ดริงค์

 

สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องผ่านมืออู๋ ฮ่าวเหรินอีกต่อไปแล้ว คราวนี้ เขาใช้เพียงแค่โทรศัพท์บนข้อมือของเขาติดต่อกลับไปยังสิ่งประดิษฐ์อันทรงภูมิปัญญา ณ บ้านเกิดของเขาก็เพียงพอ

 

คอมพิวเตอร์ที่แฝงด้วยปัญญาประดิษฐ์ สิ่งที่ใช้สำหรับทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ มีกำลังเกินกว่าที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จะเข้าถึงมันได้

 

“จี้ เตรียมพร้อมทำเว็บไซต์ เอ่อ รูปแบบของเว็บจะต้องเจ๋งและสะท้อนถึงความหมายของทั้งสองคำคืออนาคต ยังไงซะนายก็สามารถสร้างระบบป้องกันเครือข่ายได้อยู่แล้ว”

 

ชัดเจนเลยว่า ขุมพลังของ AI ตนดังกล่าวนั้นมีมากขนาดไหน มันสามารถเก็บข้อมูลจำนวนมากบนอินเตอร์เน็ตและในตอนนี้มันก็เรียนรู้โลกของเราเรียบร้อยแล้ว

 

เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่คล้ายคลึงกับมนุษย์มากที่สุด “ได้เลยครับเจ้านาย ผลิตภัณฑ์เสร็จสมบูรณ์แล้ว”

 

“โอ้ ดีเลย เร็วจริงๆ?”

 

อู๋ ฮ่าวเหรินอยู่ในอาการตกใจเล็กน้อยหลังจากที่เว็บไซต์ที่เพิ่งสั่งไปเสร็จเรียบร้อยพร้อมจดทะเบียนแล้วโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรในส่วนนี้เลยด้วยซ้ำไป?

 

ดูเหมือนว่าปัญญาประดิษฐ์นี้จะไม่ต้องกระบวนการอะไรมากมาย โครงข่ายของโลกนั้นค่อนข้างจะเสี่ยงมากๆกับสมองความไวแสงมากกว่าสมองของเด็กเกิดใหม่เสียอีก

 

โทรศัพท์ที่ข้อมือของเขาแสดงผลหน้าจอออกมา มันฉายแสงออกไปตรงหน้าและเปิดเว็บไซต์ของเขาขึ้นมา นั่นทำให้ อู๋ ฮ่าวเหรินอยู่ในอาการตกใจและตื่นเต้นไม่น้อยเลย

 

เว็บไซต์นี้มันเยี่ยมยอดมาก ดูแล้วสบายตาสุดๆ และดีไซน์เองก็ดูสะท้อนความหมายของคำทั้งสองได้เป็นอย่างดี

 

“เจ้านาย การป้องกันของเว็บไซต์นั้นยึดถือตามความฉลาดของระบบย่อย ด้วยระดับปัจจุบันของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มันต้องใช้การพัฒนาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างน้อย 500 ยุคเพื่อที่จะสามารถยับยั้งการทำงานของเว็บไซต์ได้”

 

“ดีมาก แต่จี้ อย่าเรียกฉันว่า เจ้านาย เรียกฉันว่าท่านสิ! นายคิดยังไงกับการลดหย่อนข้อมูลสำหรับ AI ยึดเอาตามข้อมูลของนายน่ะ”

 

“ผมไม่แนะนำหากคุณจะทำเช่นนั้น ในปัจจุบัน คุณยังไม่มีพื้นฐานสำหรับการพัฒนาเครื่องมือที่จะลดหย่อนข้อมูลแบบนั้น”

 

อู๋ ฮ่าวเหรินคิดวนๆเกี่ยวกับมัน เขาพูดหลายๆอย่างออกมา ในการที่จะสร้างเครื่องมือดังกล่าว เขาต้องการเซิร์ฟเวอร์ในขณะที่เขาไม่มีมันเลย

 

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งๆนี้สามารถสานต่อแผนได้ด้วยตัวเขาเอง หากเขาต้องการเปลี่ยนแปลงค่าเงินและทำให้คนรู้จัก นั่นอาจจะทำให้เขาเกิดข้อกังขาได้ ในอนาคตเราคงต้องสร้าง AI เพิ่มมาอีก 1 ตัวเพื่อควบคุมเจ้าสิ่งนี้อีกที

 

ตัดการเชื่อมต่อกับปัญญาประดิษฐ์ ความกดดันบางส่วนของอู๋ ฮ่าวเหริน ทำให้เขาตัดสินใจเข้าไปในระบบซองแดง

 

ผู้คนที่อยู่ภายในนั้นกำลังพูดคุยถึงประสิทธิภาพของเรือรบที่ชื่อว่า ซาโนะ และดูเหมือนว่าหัวหน้าของคนเหล่านี้จะเป็นคนที่เจ๋งพอตัวเลย

 

ในหน้าของการสนทนา อู๋ ฮ่าวเหริน  ค่อนข้างจะมีช่วงห่างระหว่างอายุเยอะพอสมควร เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่า คนเหล่านี้กำลังพูดถึงอะไร

 

มันเหมือนทารกที่เพิ่งจะหัดอ่านหนังสือ ต้องการที่จะรู้ว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาวุธพวกนี้กำลังคุยกันเรื่องอะไรกัน

 

มันค่อนข้างจะชัดเจนว่า ชายที่เจ๋งและหล่อคนนี้คงจะเป็นพ่อวัวหนุ่ม นั่นก็เพราะว่าซองแดงของเขานั้นเป็นสิ่งที่ใครๆต่างต้องคว้าเอาไว้ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วพวกเขาต้องได้เป็นเจ้าของซองแดงดังกล่าว

 

ยึดตามคำพูดของชายคนดังกล่าว ซองแดงนั้นถูกส่งมาจากเจ้าถิ่นคนหนึ่งและเนื้อหาภายในนั้นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการมากๆแต่ไม่สามารถได้มาซึ่งความต้องการ

 

หลังจากดูพวกเขาคุยกันซักระยะหนึ่ง อู๋ ฮ่าวเหรินนั้นพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง แต่เขาก็ได้รับข้อมูลมาว่า ชายรูปหล่อสุดเจ๋งคนนั้นต้องการเรือรบโบราณมากๆ

 

มันไม่ใช่เรือรบอวกาศ มันคือเรือประจัญบานที่อยู่บนโลกตอนนี้ที่สามารถแล่นลงไปในมหาสมุทรได้

 

เมื่อได้รับข่าวสารนี้แล้ว อู๋ฮ่าวเหรินรู้สึกว่ามันสำคัญต่อเขามากๆ

 

 

ในเช้าวันถัดมา

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารในโรงแรมเรียบร้อยแล้ว อู๋เชิงถูกเรียกและมารับเขาในอีกซักพักหนึ่ง

 

“ไปตลาดสรรหางานกัน พวกเราจะไปรับสมัครพนักงานเข้าบริษัทกันวันนี้”

 

อู๋เชิงมองกลับไปยังอู๋ฮ่าวเหรินและพูด “พี่ฮ่าวเหริน พี่จะไปรับสมัครพนักงานแบบนี้จริงๆเหรอ?”

 

อู๋ฮ่าวเหรินมองกลับมายังตัวเอง เขาไม่ได้รู้สึกเลยว่ามันจะมีปัญหาอะไรถ้าเขาจะไปรับสมัครพนักงานในสภาพแบบนี้

 

“ทำไม? มีปัญหาอะไรรึไง?”

 

“ฮ่าว เหริน พี่ควรจะอยู่ในบริษัท แต่พี่ยังไม่ได้รับสมัครใครเลยเนี่ยนะ?”

 

หลังจากมองอู๋ ฮ่าวเหรินพยักหน้า อู๋เชิงก็พูดต่อ “พวกเราไม่ได้บอกใครเลยว่าเราไม่มีแม้กระทั่งโต๊ะรับสมัครในที่แห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ฮ่าว เหริน พี่ไม่ได้แม้แต่จะเตรียมพร้อมสำหรับข้อมูลบริษัททั้งหมดเลย เมื่อผู้คนเจอพวกเรา พวกเขาต้องคิดว่าเรานั้นเป็นพวกต้มตุ๋น ไม่ก็บริษัทขายตรงแน่ๆ”

 

“ดูท่าจะเป็นงั้นจริงๆแหละ ดีเลย งั้นเราไปร้านขายคอมพิวเตอร์กันก่อน เราต้องการคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง จากนั้นก็ไปร้านปริ้นท์และปริ้นท์ข้อมูลบริษัทออกมา”

 

ขณะที่อู๋เฟิงขับรถไปเรื่อย อู๋ฮ่าวเหรินก็เริ่มสั่งให้ จี้ จัดเตรียมข้อมูลบริษัทและหนังสือสัญญาสำหรับจ้างงาน ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่ง่ายสำหรับจี้มากๆ

 

เมื่ออู๋ฮ่าวเหรินทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ มันเป็นเวลา 9 โมงแล้ว เอกสารส่วนใหญ่กำลังรอพิมพ์

 

เขาไม่รู้มาก่อนว่าจี้จงใจสร้างภาพของดอกกล้วยไม้สีม่วงขึ้นมา

 

ในความเป็นจริง สำหรับงานจ็อปแฟร์แบบนี้ เกณฑ์ในการให้ตั้งโต๊ะค่อนข้างจะต่ำ ตราบเท่าที่คุณมีเงินจ่าย ผู้จัดงานสามารถช่วยคุณในการจัดโต๊ะให้ได้ ซึ่งนั่นไม่มีปัญหาว่าบริษัทของคุณจะมีอยู่จริงด้วยหรือเปล่า

 

ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะใช้สิทธิ์นั้นและพาอู๋เชิงเข้าไปยังสนามกีฬาขนาดใหญ่

 

ตำแหน่งที่ดีที่อยู่ด้านหน้านั้นถูกจองไปแล้ว อู๋ ฮ่าวเหรินทำได้แค่เพียงพาอู๋เชิงเข้าไปยังจุดที่อยู่ด้านในสุดเท่านั้น เขาเลือกจุดที่แทบจะไม่มีคนอยู่เลยและแขวนภาพของกล้วยไม้สีม่วงที่แสนจะสวยงามแต่ดันมีปัญหามากมายกับร้านปรินท์ที่ปริ้น

 

“มันสวยมากเลยพี่ฮ่าว พืชที่เราจะเอามาปลูกในโครงการหมู่บ้านเซี่ยชุ่ยจะเป็นเหมือน 1 ในที่อยู่ภายในรูปใช่ไหม?”

 

อู๋ ฮ่าวเหรินยิ้มและคิดว่า ภาพนั้นยังสะท้อนภาพของกล้วยไม้สี่มวงที่งดงามได้ไม่สมบูรณ์

 

เมื่อเขาอยู่ในห้องฉายภาพจำลอง มันสวยงามกว่านี้

 

“ฉันมั่นใจว่ามันสวยงามกว่านี้ แน่นอนว่าผลของมันดีต่อการดื่มด้วยนะ”

 

หลังจากจัดการวางเจ้าสิ่งนี้ลงไปในที่ๆหาไว้ พวกเขานั่งเบื่อและดูข้อมูลต่างๆบนอินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อ มันดูไม่มีผู้ว่าจ้างคนไหนตระหนักอะไรเลย

 

ด้วยผู้คนที่เริ่มมากขึ้นในงานจ็อบแฟร์ อู๋ ฮ่าวเหรินที่อยู่ในมุมที่ลึกที่สุดที่นานๆจะมีคนผ่านมาซักที ณ ตอนนี้มีคนพบพวกเขาแล้ว

 

“อ๊ะ! เสียวเหม่ย ดูภาพนั้นสิ ภาพดอกไม้บนนั้นมันสวยมากๆเลย” หญิงสาววัยประมาณ 20 จะโกนเรียกเพื่อนของเธอ

 

“ว้าววว มันสวยมากจริงๆนั่นแหละ นี่คือดอกไม้อะไรเหรอคะ?”

 

อู๋เชิงมองไปยังสาวสวยทั้งสองและพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจว่า “กล้วยไม้สีม่วงครับ พืชที่จะใช้ปลูกในหมู่บ้านซุยฉุย”

 

“กล้วยไม้สีม่วง! ไม่ ฉันเคยเห็นมันมาก่อน มันดูไม่เหมือนแบบนี้เลย” หญิงสาวที่ดูท่าจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับดอกไม้มาบ้างโต้แย้งขึ้น

 

อู๋ฮ่าวเหรินพูดต่ออย่างช้าๆ “จริงๆมันเป็นพืชเพิ่งถูกค้นพบใหม่น่ะครับ แค่ถูกเรียกว่ากล้วยไม้สีม่วงเฉยๆ ยังไม่ถูกเปิดเผยที่ไหนในตอนนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะแตกต่างกล้วยไม้สีม่วงที่คุณเคยเจอแน่ๆ จริงสิ ดูเหมือนว่าพวกคุณกำลังหางานหรือเปล่า สามารถดูสัญญาว่าจ้างของบริษัทเราก่อนได้นะครับ บางทีคุณอาจจะได้อะไรกลับไปบ้าง”

 

เมื่อคนแรกสังเกตุเห็น คนที่สองก็จะสังเกตุเห็น และเร็วๆนี้โต๊ะรับสมัครงานของอู๋ ฮ่าวเหรินก็คงจะล้อมรอบไปด้วยสาวๆที่หลงรักในดอกไม้แน่ๆ

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความแปลกประหลาดขึ้นในงานจ๊อบแฟร์ ทั้งๆที่แต่เดิมจุดนี้เป็นจุดที่แย่ที่สุด แต่ในเวลานี้ กลับเป็นจุดที่มีสาวๆสนใจมารวมตัวกันเยอะที่สุดไปเสียแล้ว

 

ในท้ายที่สุด แม้แต่เหล่าพนักงานบริษัทที่มาเดินเล่นในงาน ยังต้องแวะเข้ามาดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นในที่แห่งนี้

 

———————-

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด