อั่งเปาทะลุโลก (发个红包去未来 ) – ตอนที่ 72

อ่านนิยายจีนเรื่อง อั่งเปาทะลุโลก ตอนที่ 72 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

CF:บทที่ 72 เลื่อนหน้าจอ

 

ในยุคนี้การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว, โดยเฉพาะความนิยมเรื่องอินเตอร์เนท ทำให้ความเร็วในการเผยแพร่ของระบบสื่อข่าวด้วยตัวเอง(เซลฟ์มีเดีย)ก็สามารถเผยแพร่ไปได้เร็วกว่าสื่อชนิดอื่นๆ”

 

โทรศัพท์สมาร์ทโฟนก็ถือเป็นตัวแทนของระบบเผยแพร่สื่อในยุค I.T.  ความเร็วในการติดต่อสื่อสารของผู้ใช้ธรรมดาก็เป็นไปได้อย่างน่าทึ่ง

 

ในทางกลับกัน เมื่อมีผู้คนจำนวนมากมาสนใจในตัวคุณ แน่นอนว่า ย่อมต้องมีคนจำนวนมากสนใจตัวในตัวคุณ

 

ดังนั้นแล้ว อัจฉริยะ ไม่สามารถที่จะถูกฝังได้ในยุคนี้ ตราบใดที่คุณตั้งใจที่จะเปิดเผยตัวเอง คุณจะได้พบคนที่คิดเหมือนคุณในพลเมืองเครือข่ายได้แน่นอน

 

ช่างถ่ายรูปมือสมัครเล่นจำนวนมาก รวมกับความเร็วของเครื่องมือสื่อสาร ย่อมไม่มีทางเร็วไปกว่าผู้สื่อข่าวมืออาชีพสองคนได้แน่นอน

 

เพราะว่าในระบบเซลฟ์มีเดียนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีบุคคลมีชื่อเสียงอยู่ในวงเพื่อน ซึ่งมีอยู่ 2 แนวคือ หนึ่งการทำให้คนมีชื่อเสียงคนหนึ่งสนใจคุณ สองการทำให้คนมีชื่อเสียงสิบคนสนใจคุณ ความเร็วของการเผยแพร่ข่าวจะเป็นไปได้ด้วยสองแนวคิดนี้

 

และแน่นอนว่า หลิวหมิงเยว่และโจ้วหลานเองก็มีบุคคลมีชื่อเสียงมากกว่าหนึ่ง อยู่ในวงกลุ่มเพื่อนของพวกเธออยู่แล้ว

 

หลังจากที่พวกเธอโพสท์วิดีโอและรูปภาพ พวกเธอก็ไปทานอาหารและพักผ่อนในตอนค่ำ ทั้งคู่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และมองไปที่ข้อความ

 

ผู้ติดตามคนแรกมาจากเพื่อนร่วมงานเก่าของพวกเธอ เมื่ออดีตเพื่อนร่วมงานคนนี้เห็นรูปวิดีโอและรูปภาพสวยงามที่อัพโหลดโดยพวกเธอแล้ว เขาก็ตกหลุมรักความสวยงามของดอกกล้วยไม้พวกนั้นในทันที

 

จากนั้นก็ตามมาด้วยคอมเมนต์ “ไม่ใช่ว่าทั้งสองคนลาออกไปเข้าบริษัทใหม่ไม่ใช่รึไง ยังมีเวลาไปเที่ยวอีกรึ? แต่ว่านะ ที่ๆไปกันมา ดอกไม้พวกนั้นสวยมากเลยล่ะ” จากนั้นจึงแชร์ออกไป

 

เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานเก่าถามมา พวกเธอก็พบว่าพวกเธอลืมใส่สถานที่ รวมถึงยังไม่ได้ลงข้อมูลบริษัทใหม่ลงในแอคเคาท์ของพวกเธอ ดังนั้นจึงมีข้อมูลอยู่ในนั้นน้อยมาก

 

หลังจากที่พบสาเหตุ ทั้งสองคนก็รีบใส่ที่อยู่ลงไป จากนั้นก็พิมพ์อธิบายสถานการณ์ของพวกเธอลงไป

 

“ถ้างั้นฉันจะรอจนถึงช่วงพฤษภาคม แล้วฉันจะไปที่นั่นเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้บ้าง”

 

หลังจากที่พวกเธอได้อธิบายสถานการณ์ลงไปก็มีข้อความตอบกลับมา

 

“ดอกไม้ในวิดีโอและรูปถ่ายสวยมากเลยล่ะ จนชวนให้คิดว่าพวกเธอทั้งคู่ไปที่แค่ไปเที่ยว แต่ดูเหมือนพวกเธอคงไม่ได้ไปเพื่อแค่ถ่ายรูปดอกไม้พวกนี้เฉยๆสินะ”

 

เมื่อมีดาราเข้ามาโพสท์ข้อความ แน่นอนว่าย่อมต้องเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ หลังจากที่ดาราคนแรกแชร์ออกไป คนที่สนใจดาราคนนั้นอยู่ แน่นอนว่าต้องเห็นรูปภาพกับวิดีโอพวกนั้น รวมถึงข้อความที่โพสท์และแชร์

 

และมีคนจำนวนมากที่ติดตามดาราคนนี้อยู่ จากทุกที่ ทุกชนชั้น

 

ก็จะมีคนที่เห็นรูปภาพและวิดีโอมากขึ้นเรื่อยๆ และมีคนที่ชื่นชมดอกกล้วยไม้สีม่วงนี้มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

 

ไม่นานนัก วิดีโอและภาพถ่ายก็ถูกดันขึ้นเป็นอันดับต้นๆ และมีคนมาติดตามมากขึ้นมากขึ้่นเรื่อยๆ

 

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพวกเขาพบว่าดอกไม้นี้เป็นดอกไม้ค้นพบใหม่ ที่ยังไม่เคยบันทึกเอาไว้ ก็ทำให้กลายเป็นประเด็นพูดคุยที่ร้อนแรงขึ้นมา

 

จนแม้กระทั่งมีนักพฤกษศาสตร์เข้ามาร่วมด้วย

 

และการที่มีคนพวกนี้เข้ามาร่วมด้วยทำให้วิดีโอและภาพถ่ายพวกนี้แพร่กระจายมากขึ้นไปอีก และผู้คนที่ติดตามนักพฤกษศาสตร์เหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นผู้ที่ชื่นชอบและศึกษาพืชพันธุ์ จนถึงทำธุรกิจเกี่ยวกับพืชพันธุ์

 

การแพร่กระจายนี้ เป็นไปอย่างผิดปกติ และปราศจากการสกัดกั้น คนทุกชนชั้น ทุกประเภท ต่างก็ได้เห็นดอกกล้วยไม้สีม่วงนี้ และก็พบว่าสถานที่คือหมู่บ้านซุยฉุย

 

แน่นอนว่า การเผยแพร่ของพวกเธอทั้งสองคนในครั้งนี้นั้น เหนือความคาดหมายของอู๋ฮ่าวเหรินไปไกลมาก

 

และในคืนนั้น ดอกกล้วยไม้สีม่วงได้ปรากฏออกมาให้ได้ชื่นชม มีผู้คนจำนวนมากที่คิดจะมายังที่แห่งนี้เพื่อดูดอกกล้วยไม้สีม่วงนี้

 

มีผู้รักการถ่ายภาพและเหล่าคนที่รักดอกไม้ ซึ่งแน่นอนว่าคนพวกนี้ล้วนสนใจในดอกกล้วยไม้สีม่วง รวมถึงผู้คนที่พบความชวนตาชวนใจของทิวทัศน์หมู่บ้านซุยฉุยจากในวิดีโอ

 

และการค้นพบครั้งนี้ทำให้คนจำนวนมากรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น

 

ถนนหนทางก็ไม่ได้แย่มาก

 

มีถนนหลวงตัดผ่านเข้ามาที่นี่ และด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และทิวทัศน์ที่งดงาม คนจำนวนมากจึงตัดสินใจที่จะมาที่หมู่บ้านซุยฉุย

 

แน่นอนว่า ในหมู่ผู้คนที่ชื่นชอบนี่ มีบางคนที่ไม่เชื่อว่าดอกกล้วยไม้สีม่วงนี้มีอยู่จริงๆ

 

แต่ทว่า ก็มีเป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่เชื่อแบบนั้น

 

“เย๊ พวกเราทำได้” หลิวหมิงเยว่กอดกับโจ้วหลานและพูดด้วยความดีใจ

 

โจ้วหลานคิดว่ามันก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีผู้คนสนใจเมื่อพวกเขาได้เห็นดอกไม้พวกนี้เป็นครั้งแรก

 

“แต่ตื่นเต้นก็พอ ไม่ต้องกอดใจเหวี่ยงไปมาก็ได้ เธอไม่รู้รึไงเธอกอดชั้นแรงจนชั้นเจ็บไปหมดแล้ว เอาเป็นว่างานก็เสร็จแล้ว ฉันจะไปเสริมความงามแล้วก็ไปนอนล่ะ”

 

ในขณะเดียวกัน หลิวหมิงเยว่กำลังพูดคุยกับคนเหล่านั้นอย่างตื่นเต้น โดยมีจุดประสงค์หลักคือแนะนำความสวยงามของดอกกล้วยไม้สีม่วงให้ผู้คนได้รู้จัก

 

ดูเหมือนว่าอู๋ฮ่าวเหรินจะได้พบกับพนักงานที่กระตือรือร้นมากคนนึง ในคราวนี้

 

และเมื่อตอนที่ทุกคนมารวมตัวกันที่บริษัทเพื่อประชุมตอนเช้าในวันถัดมา ก็พบว่าทุกคนล้วนมีรอยยิ้มบนใบหน้า

 

เมื่อคืนพวกทุกคนต่างก็รู้เรื่องของภาพทิวทัศน์ของกล้วยไม้สีม่วงแล้ว จึงรู้กันโดยทั่วแล้วว่าการโฆษณาของบริษัทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จดีมาก

 

“ดีมาก ผมรู้ว่าพวกคุณทั้งสองคนมีส่วนอย่างมากกับงานในครั้งนี้ ผมจะให้พี่หลิวตบรางวัลให้พวกคุณนะ”

 

“หัวหน้าคะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะให้คนขับรถของคุณกลับที่หมู่บ้านซุยฉุยตอนนี้นะคะ เพื่อบอกกับคนในหมู่บ้านให้เตรียมพร้อมรับมือกับการมาของนักท่องเที่ยวค่ะ”

 

“ใช่แล้วหัวหน้า, บรรยากาศของหมู่บ้านซุยฉุยนั้นดีมากก็จริง แต่ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึง อาหารการกินก็น่าจะเป็นปัญหาด้วย”

 

“ผมไม่คิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามมีเพียงดอกกล้วยไม้สีม่วงเท่านั้นที่เป็นจุดสนใจให้คนมาที่หมู่บ้านซุยฉุย ตอนนี้จึงไม่น่าจะมีคนมาเที่ยวมากขนาดนั้น”

 

อู๋ฮ่าวเหรินพูดค้านกับความคิดของทุกคน เพราะไม่ว่าจะเป็นคนนอกหรือคนที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนกับคนในบริษัทบอกว่าเขาอยากจะมาที่หมู่บ้าน

 

แต่หมู่บ้านซุยฉุยก็ไม่ได้ใหญ่อะไร ถ้าคนเป็นร้อยมาที่หมู่บ้านพร้อมกัน ย่อมต้องเกิดปัญหาขึ้นได้ในท้ายที่สุด

 

“แต่ว่า ผมจะให้อู๋เชิงกลับไปบอกกับคนในหมู่บ้านซุยฉุยให้เตรียมพร้อมรับมือไว้ละกันนะครับ”

 

แต่อย่างไรก็ตาม อู๋ฮ่าวเหรินก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ถึงแม้จะมีคนเตือนแล้วก็ถาม คนในหมู่บ้านเองก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกัน

 

แต่อู๋ฮ่าวเหรินคิดไม่ถึงว่าจะมีคนกำลังไปที่นั่นด้วยความเร็ว บริษัทรับถ่ายรูปงานแต่งในเมืองหลีฉุยได้ขับรถมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านซุยฉุยแล้ว

 

พวกเขากำลังจะไปตรวจดูสถานภาพของหมู่บ้านซุยฉุยว่า เป็นเหมือนในวิดีโอหรือไม่ ถ้ามันเป็นจริง มันก็จะเป็นอะไรที่ดีมากสำหรับพวกเขาที่จะใช้ถ่ายรูปแต่งงาน

 

ยิ่งไปกว่านั้น ก็ยังมีผู้คนจากเมืองหลีฉุยและมณฑลหยุนหลงก็กำลังมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านซุยฉุย เมื่อพวกเขามีทิวทัศน์อัดงดงามอยู่ใกล้บ้านของพวกเขา แน่นอนว่าจะต้องไปดูมันให้ได้ ฤดูกาลนี้ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการออกไปชมและเพลิดเพลินกับดอกไม้

 

หลังจากที่คุยกันจบ การประชุมของจริงก็เริ่มต้นขึ้น เรื่องของดอกกล้วยไม้สีม่วงเป็นแค่แผนการของอู๋ฮ่าวเหรินที่จะใช้พัฒนาหมู่บ้านซุยฉุยเท่านั้น

 

“เอาล่ะ เรื่องต่อมาที่เราจะประชุม เป็นเรื่องของเครื่องไฟฟ้าชีวภาพบำบัด การสั่งซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบจะต้องเป็นไปอย่างเร็วที่สุด”

 

“เข้าใจแล้วครับ ผมจะออกไปดำเนินการให้อีกครั้งครับ” ลู่เปงเฟยตอบอย่างตั้งใจ

 

คนอื่นถึงกับหัวเราะออกมา เพราะคนๆนี้ตั้งแต่เข้าบริษัทมา ได้อยู่ในมณฑลหยุนหลงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง

 

“คราวนี้พวกเราไม่จำเป็นต้องไปหลายที่มากนัก พวกเราจะผลิตอุปกรณ์บางส่วนขึ้นมาเอง”

 

“แล้วก็นะ พี่หลิว ตอนนี้ในบัญชีของบริษัทเราเหลือเงินอยู่เท่าไรครับ?”

 

“เหลืออยู่เพียง 300 ล้านดอลล่าร์ค่ะ ตอนนี้บริษัทเราอยู่ในสภาวะขาดทุนหนักค่ะ”

 

มีพนักงานหลายคนในบริษัทที่ไม่ทราบสถานการณ์ของบริษัท เมื่อได้ยินว่าบริษัทยังเหลือเงินอยู่ 300 ล้านดอลล่าร์ ก็คิดว่ามีเงินอยู่เยอะมาก จะเรียกว่าขาดทุนได้ยังไง แต่พวกเขาไม่รู้ว่าทุนของบริษัทนั้นมีอยู่ทั้งสิ้น 700 ล้านดอลล่าร์

 

หรือในอีกความหมายก็คือ ภายในเวลาไม่เกินสองเดือน อู๋ฮ่าวเหริน ได้ใช้จ่ายไปแล้วเกือบ 400ล้านดอลล่าร์ โดยที่แม้แต่อู๋ฮ่าวเหรินเองยังตกใจ และไม่คิดว่าเขาจะใช้เงินหมดไวขนาดนี้ นี่ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นเงินจากญี่ปุ่นน้อย มันคงงอกได้แค่ทีละนิดเท่านั้น

 

แน่นอนว่า เขารู้ดีว่าเงินที่สูญเสียไปส่วนใหญ่มาจากการซื้ออุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ ถ้าเขาต้องการที่จะพัฒนาบริษัท เขาจำเป็นจะต้องซื้ออุปกรณ์พวกนี้ เพราะเขาไม่สามารถทำขึ้นมาเองได้

 

“ไม่ต้องกังวลไป มันถึงเวลาที่พวกเราจะทำเงินแล้ว หลิวหมิงเยว่และโจ้วหลาน ถึงเวลาที่พวกเธอจะต้องแสดงฝีมือแล้ว นี่คือเอกสารข้อมูล อ่านแล้วก็ทำแผนประชาสัมพันธ์นะ”

 

อู๋ฮ่าวเหรินเริ่มที่แจกแจงแผนการพัฒนาบริษัทแล้ว ต่อไปเขาจะได้ลุยเรื่องเครื่องไฟฟ้าชีวภาพบำบัดอย่างเต็มที่

————————

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด