อั่งเปาทะลุโลก (发个红包去未来 ) – ตอนที่ 153

อ่านนิยายจีนเรื่อง อั่งเปาทะลุโลก ตอนที่ 153 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

CF:บทที่ 153 การมีสะใภ้ที่อธิบายไม่ได้
หลิง เหยายืนอยู่ใต้ต้นไม้ กำลังเฝ้าดูหลิงเมิ่งเสวี่ยเล่นอยู่ หลิง หยวนเจี่ยกำลังดื่มชาและพูดคุยอยู่กับพ่อของเขา ย่าของหลิงเหยากำลังเด็ดผักอยู่กับแม่ของเขา พวกเขาดูมีความสัมพันธ์กันดี
นักพรตแห่งชีวิตมองกลับไปกลับมาในสวนราวกับมองอยู่ที่แผ่นดูดวง ฉากแปลกๆนี้ทำให้เขามึนหัวเล็กน้อย
“ฮ่าวเหรินกลับมาแล้ว เร็วเข้า อย่ามัวแต่ยืนอยู่ที่ประตูสิ เข้ามาเร็วๆ เสี่ยวเหยาไปถือกล่องให้พี่บุญธรรมของเธอสิ!”
“โอ้”
หลิง เหยาถูกย่าของเขาเตือน จากนั้นเขาจึงตอบสนอง เขาวิ่งไปหาอู๋ ฮ่าวเหรินและดึงกล่องในมือเขาไป
และเขาก็ร้องออกมาว่า “พี่ชายบุญธรรม ตอนที่พี่กลับมาเยี่ยม พี่ก็จากไปเร็วมาก ครอบครัวของพวกเราเลยมาหาเองเลย”
มองดูสีหน้าของพ่อกับแม่แล้ว อู๋ ฮ่าวเหรินก็สับสนเล็กน้อย
ณ ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น นี่มันหมายความว่ายังไง? พี่ชายบุญธรรมอะไร? ลมอะไรหอบครอบครัวพวกเขามาถึงที่นี่?
แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะมีลูกสาวบุญธรรมด้วยเหตุผลบางอย่าง และเขาก็ยังเป็นคนที่อยากจะหลบเลี่ยงด้วย
นักพรตแห่งชีวิตยังคงมองไปที่สภาพภายในสวน หลิง หยวนเจี่ยก็เพียงแต่ยิ้มอย่างเขินๆให้เขา หญิงชราก็ราวกับจิ้งจอกแก่ยิ้มอยู่ ซ่อนสีหน้าไว้ไม่ได้เลย
มีเพียงหลิงเมิ่งเสวี่ยเท่านั้นที่ยังคงเล่นกับตุ๊กตาอยู่ใต้ต้นไม้ เสียงหัวเราะที่สดใสช่างดีจริงๆ แต่ภาพรวมมันก็ยังแปลกเกินไป
อู๋ ฮ่าวเหรินเอากล่องมาจากมือหลิง เหยาอีกครั้งโดยไม่แสดงสีหน้าอะไร จากนั้นจึงพูดว่า “พี่จะเอาของไปเก็บที่ห้องก่อน แล้วเดี๋ยวจะออกมาคุยเรื่องนี้ด้วย”
โดยตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าแม่ของเขาหมายความว่าอย่างไรตอนที่โทรหาเขา เห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้มาถึงที่บ้านในตอนนั้น
เขาไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงไม่เล่าสถานการณ์ให้เขาฟัง ตอนนี้มันจึงกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเขา
ถ้าเขารู้ว่าถ้าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาคงไม่ไปตรวจสอบข้อมูลให้หลิงหยิ่งนั่นแน่ ตอนนี้เขาดันสร้างปัญหาใหญ่ให้ตัวเองแล้ว
ทันทีที่เขาวางกล่องลง แม่ของเขาก็เข้ามาในห้อง
“ลูกชาย บอกแม่หน่อยซิว่ามันเกิดอะไรขึ้นข้างนอก”
“แม่ ผมต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ผมบอกเรื่องนี้ไม่ได้อยู่สักพัก ตอนที่พวกเขามาบ้านแม่เชื่อพวกเขาได้ยังไงว่านั่นเป็นแฟนผม?”
อู๋ ฮ่าวเหรินก็รู้สับสน ทำไมพ่อแม่เขาถึงเชื่อ? พวกเขาไม่ควรเชื่อแท้ๆ!
เฉิง ซูเซี่ยอายเมื่อเธอถูกลูกชายถาม
“แม่ก็ไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นจะดีอะไรมาก และประวัติครอบครัวเธออีก แล้วก็ย่าของเธอก็บอกว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงง่าย นิสัยดี สมัยก่อนยังได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกดูตัวด้วย แล้วก็…”
อู๋ ฮ่าวเหรินเอามือลูบหน้าผาก นี่มันเป็นกับดัก!
“นี่แม่ไม่เอะใจเลยหรอ?” อู๋ ฮ่าวเหรินชี้มาที่หัวเขา
“ตอนแรกเราก็ดูเขาอยู่นะ แต่เราไม่ทันได้คิดแบบนี้เลย อีกอย่างพวกเขาก็คุ้นเคยกับลูกและทำให้ธุระครั้งที่แล้วของลูกชัดเจนขึ้นมาก เราเลยคิดว่าเธอเป็นแฟนของลูกก็เลยตกลงให้พวกเขาเข้ามา”
“ตอนนี้ข้อมูลของผมอยู่ทุกที่บนอินเตอร์เน็ตแล้ว คนพวกนั้นรู้ละเอียดถึงขนาดไหนผมก็ไม่รู้เลยนะแม่! เดี๋ยวนะ แม่หมายความยังไงที่ว่าตกลงน่ะ?”
จู่ๆอู๋ ฮ่าวเหรินก็รู้สึกตัวว่าคำพูดของแม่เขามันผิดปกติไป เขาเห็นนิมิตที่ไม่ดีขึ้นมาเลย
“พ่อกับแม่ได้เตรียมงานแต่งไว้ให้ลูกแล้ว”
อู๋ ฮ่าวเหรินเสียใจขนาดที่ว่าเขาอยากจะวิ่งอัดกำแพง หันมามองแม่ของเขาแล้ววิ่งอัดกำแพงอีกรอบเพื่อจะควบคุมตัวเองเอาไว้ ตอนที่เขารู้เรื่องนี้ เขาคิดว่าไม่ควรจะรู้เลย
อู๋ ฮ่าวเหรินรู้สึกว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำไมเขาถึงสร้างช่องโหว่ให้ตัวเอง เขาน่าจะหยุดตั้งแต่เขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เฉิง ซูเซี่ยมองสีหน้าของลูกชายเธอแล้วจึงพูดปลอบว่า “ฟังแม่นะลูก เทคโนโลยีทางการแพทย์ของบริษัทลูกนั้นทรงพลังมาก ลูกสามารถรักษาเธอได้ ลูกก็เห็นว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่สวยมากถ้าไม่มีปัญหาอะไรกับหัวของเธอ มันก็จะไม่มีปัญหาอะไรที่เธอจะมาเป็นลูกสะใภ้ของเรานะ”
หน้าของอู๋ ฮ่าวเหรินขมขื่น เขาบอกแม่ของเขาไม่ได้ว่ามันไม่มีกฎใดๆสำหรับโรคนี้ บางทีมันจะต้องทำอะไรสักอย่างกับอนาคต!
อนิจจา วงเวียนแห่งเหตุและผล เมื่อเหตุมันก็ย่อมมีผล ระบบซองแดงนั้นเป็นเหตุ แล้วนี่ก็คงเป็นผล
“แม่ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”
“อย่าทำเสียเรื่องเลย คนพวกนั้นนิสัยดีมาก และแม่ก็สัญญากับพ่อของลูกไปแล้วว่าถ้าลูกอยากจะยกเลิกการหมั้น ลูกควรจะสุภาพให้มากกว่านี้”
เฉิง ซูเซี่ยก็รู้สึกว่าตอนนี้ ลูกชายของเธอมีปัญหาบางอย่าง ตอนนี้จากหมู่บ้านและในโทรทัศน์ พวกเขาได้เข้าใจแล้วว่าบริษัทนั้นใหญ่ขนาดไหน
ถ้าสาวน้อยคนนี้ไม่มีปัญหาอะไรกับหัวของเธอ เธอจะได้มาเป็นลูกสะใภ้ของเธอแน่นอน ช่างน่าสงสารเสียจริง
เมื่อแม่ของอู๋ ฮ่าวเหรินออกไปแล้ว เขาปิดประตูและถามขึ้นว่า “จี้ ไม่ใช่ว่านายบอกว่าครอบครัวปกติดีรึไง?”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ”
“แล้วข้างนอกนั่นล่ะ”
“ตามการคำนวณของฉัน มันต่างจากที่คุณบอก ต้องอธิบายว่านายไม่สามารถเลี่ยงเรื่องนี้ได้ จากผลการประมวลข้อมูลปัจจุบัน อุบัติเหตุของเธออาจจะเกี่ยวข้องกับระบบซองแดงที่นายได้มาด้วย”
แม้ว่าเขาจะเดาไว้แล้วว่ามันเกี่ยวกับตัวเขา อู๋ ฮ่าวเหรินยังคงรู้สึกหดหู่เล็กน้อยเมื่อเขาถูกจี้บอกว่าเขาจากไปทั้งคืนในคืนนั้น ถ้าจะให้พูดก็คือ มันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบซองแดง
ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ มันคงไม่จบจนกว่าจะแก้ไขได้ และถ้าจบเรื่องนี้ไม่ได้ ก็ต้องจำเป็นจะต้องเก็บเธอไว้เป็นลูก มันก็ดูจะชั่วร้ายเกินไป มันดูเหมือนว่าเขายังต้องหาทางจากระบบซองแดง ปัญหานั้นอยู่ในหลิงหยิ่ง
สิ่งที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวตอนนี้ก็ไม่แน่ชัดจากการได้ระบบซองแดงมา
รู้สึกว่าคนที่อยู่ข้างนอกนั่นรอเขาอยู่ อู๋ ฮ่าวเหรินเดินออกมาจากห้องและมองที่รอยยิ้มของหญิงชรา เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยคำขอโทษและความไร้อำนาจ
อู๋ ฮ่าวเหรินยิ้มให้เธอและเดินตรงไปหาหลิง หยวนเจี่ยที่อยู่ตรงนั้น ตอนนี้เขาต้องพิสูจน์อะไรอย่างหนึ่ง
“พ่อ ผมจะคุยกับคุณหลิง”
อู๋ ชิงไฮ่พยักหน้าและเดินหลบไปข้างๆ เขาเข้าใจว่าเรื่องนี้มีผลกระทบกับลูกชายเขาอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะตัวตนในปัจจุบันของเขา
“คุณหลิง คุณได้ทำอะไรบางอย่างผิดไป แต่ผมจะโทษตัวเอง ผมไม่มีข้อมูลอะไรให้ตรวจสอบ ตอนนี้ผมก็มีคู่หมั้นหลายคนเลย”
หลิง หยวนเจี่ยทำได้เพียงยิ้มอย่างเก้ๆกังๆและพูดว่า “เราก็หมดหนทางเหมือนกัน เราไปหาหมอมาหลายคนและหมอที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศเพื่อรักษาอาการป่วยของเมิ่งเสวี่ย แม้แต่สาเหตุของโรคก็ยังหาไม่เจอ ผลการตรวจโรคก็แสดงให้เห็นว่าเธอสุขภาพแข็งแรงดีและไม่มีปัญหาทางสมอง แต่IQของเธอเกือบจะเท่าเด็กอายุเพียงสามขวบเท่านั้น”
“การมาของคุณ ทำให้เราเห็นความหวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าชีวภาพบำบัดที่คุณทิ้งเอาไว้ ไม่เพียงแค่ตรวจอาการของเมิ่งเสวี่ยได้ แต่ยังบอกเราถึงสาเหตุของโรคของเธอให้เราได้อีกด้วย”
“ช้าก่อน การที่คุณหาสาเหตุของโรคพบเพราะใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าชีวบำบัด ก็เลยคิดว่าผมจะมีทางรักษาเธอได้อย่างงั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว เราโทรคุณมาตอนที่เรารู้ถึงสถานการณ์แล้ว ตอนนั้นคุณพูดด้วยน้ำเสียงผิดปกติ เรารู้สึกว่าคุณสามารถรักษาได้ แต่ไม่อยากรักษา แล้วคุณก็วางสายไปทันที เรามั่นใจในความคิดนี้แล้วถึงได้มีการปรึกษาครั้งนี้ขึ้น ถ้าคุณไม่มีทางช่วย เราก็มั่นใจได้ว่าเราจะกลับไปกับเมิ่งเสวี่ย การหมั้นมันก็แค่เกิดจากความรักของย่าที่มีต่อหลานของเธอเท่านั้น เป็นแค่การตัดสินใจที่ไร้สาระ”
อู๋ ฮ่าวเหรินเงียบ สาเหตุก็คือโทรศัพท์สายนั้น และอุปกรณ์ไฟฟ้าชีวภาพบำบัดที่เขาทิ้งเอาไว้สร้างความหายนะนี้ขึ้นมา บางทีถ้าตอนนั้นเขาไม่รีบกลับมันคงจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
“คุณปู่ เล่าอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการตายของพ่อแม่เธอให้ผมฟังได้ไหม? ผมรู้ว่ามันมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่”
“ได้สิ มันก็มีความลับที่เราปกปิดไว้จริง อาการของเมิ่งเสวี่ยก็เกี่ยวข้องกับการตายของพ่อแม่ของเธอด้วย”
————————-

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด