อั่งเปาทะลุโลก (发个红包去未来 ) – ตอนที่ 158

อ่านนิยายจีนเรื่อง อั่งเปาทะลุโลก ตอนที่ 158 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

CF:บทที่ 158 การสื่อสารระหว่างประเทศเกาะ
เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลอเมริกาไม่ต้องการคุยกับพวกเขาหรือให้พวกเขามีโอกาสย้าย “หลักฐาน” ดังนั้นผู้บัญชาการกองเรือที่เจ็ดไม่ต้องการคุยกับผู้นำของบางประเทศ ตามที่ไป จินซังว่าไว้ เขาจะไม่เจอผู้บัญชาการ อย่างน้อยก็ไม่เกินหนึ่งคน
ทหารอเมริกาที่ล้อมรอบฐานทัพญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะเอาปืนออกมายิงได้ แม้แต่ระบบขีปนาวุธในเรือรบยังตั้งเป้าไปที่กองกำลังติดอาวุธในฐานนี้
เปรียบเทียบความแข็งแกร่งของทหารอเมริกากองกับกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นที่กลัวหัวหดและไม่กล้าทำอะไร พวกเขาทำได้แค่สร้างกำแพงมนุษย์เพื่อสกัดกั้นและวางอาวุธลงเท่านั้น
บางประเทศที่กำลังดูความวุ่นวายที่กำลังขยายตัวบนอินเทอร์เน็ต พวกเขาต้องการดูว่าญี่ปุ่นและอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์แบบพ่อลูกจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรในท้ายที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เปิดเผยโดยสื่อข่าวใหญ่ บางคนไม่เชื่อว่าญี่ปุ่นจะยิงเครื่องบินสอดแนมของอเมริกา ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องที่ตลกมาก นี่ลูกเอาชนะตีพ่องั้นหรือ?
หลังจากเหตุการณ์นี้ ทั้งสองรัฐบาลยังไม่ได้ประกาศอะไรเพิ่มเติมเลยนอกจากการตอบกลับอย่างเป็นทางการในตอนแรกเท่านั้น
ทว่าก็สามารถเห็นได้จากภาพถ่ายหลายภาพว่าชายสองฝั่งนี้เต็มไปด้วยดินปืนและพร้อมจะต่อสู้ได้ตลอดเวลา
ที่ตลกที่สุดคือมีพันธมิตรของอเมริกาและญี่ปุ่น ที่ในเวลานี้ไม่รู้ว่าจะช่วยประเทศไหนดี ทำได้เพียงขอร้องให้ทั้งสองประเทศอดกลั้นไว้เท่านั้น
ให้ตายเถอะ พวกเขาทั้งคู่เป็นเจ้าบ้าน การจะรั้งไว้นั้นไม่ง่ายเลย!
แน่นอนว่าตอนนี้หลายประเทศเห็นว่าอเมริกากำลังพยายามจะเอาอาวุธลับที่ยิงเครื่องบินสอดแนมสองลำนั้นชัดๆ ไม่มีทางเป็นอื่น
ขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังทุกข์ทรมานมาก ความสัมพันธ์ของพวกเขากับอเมริกานั้นไม่น่าเชื่อถือ ตอนนี้พวกเขาไม่ต้องพูดถึงเรื่องความรู้สึกของพวกเขาเลย
“ฉันติดต่อคุณไม่ได้ ประธานาธิบดีกำลังจัดการประชุมทางทหารเพื่อหารือว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไงดี”
“เพล้ง!”
ขวดเครื่องลายครามบนโต๊ะถูกทุบ ตอนนี้ไป จินซังรู้สึกหดหู่ใจมาก แต่มันก็ช่วยไม่ได้
“คุณจะทำยังไง? อยากจะมอบการวิจัยอาวุธลับนั้นจริงหรือ?”
กลุ่มคนก้มหน้าและไม่มีใครพูด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยพวกเขาได้ และถ้าพวกเขาจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ พวกเขาก็จะตายอย่างรวดเร็ว
“เราไม่มีทางเลือกนอกจากมอบการวิจัยให้พวกเขา ไม่มีวิธีอื่นแล้ว”
“ฉันอยากรู้ว่าเครื่องบินสอดแนมโดนเรายิงตกไปจริงๆหรือ?”
“ไม่ เครื่องบินทดสอบของเราไม่ได้ติดตั้งขีปนาวุธเลย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะยิงเครื่องบินสอดแนมสองลำนั่น”
มันแปลกที่พวกเขาไม่ได้ยิงเครื่องบินสอดแนม และตอนนี้พวกเขาต้องทำให้กระจ่างว่าเครื่องบินสอดแนมทั้งสองลำถูกโจมตีก่อนที่จะตกลง
“เราไม่ได้ยิงมันตก พวกเขาวางแผนเอง เพราะต้องการงานวิจัยของเรางั้นหรือ?”
“นอกจากพวกเราและพวกเขา มันเป็นไปไม่ได้ที่บุคคลสามที่จะยิงเครื่องบินสอดแนมผ่านระบบการสกัดกั้นขีปนาวุธของเรา”
“บ้าเอ๊ย ฉันอยากจะฆ่าไอ้พวกอเมริกันตอนนี้เลย พวกเขาจะเอาทุกอย่างพวกเขาต้องการเป็นเจ้าของดินแดนนี้จริงๆ!”
“เมื่อครู่นี้เราได้รับแจ้งจากกระทรวงกลาโหมอเมริกาว่าหากเราไม่อนุญาตให้พวกเขาค้นฐานทัพทหารต่อไปพวกเขาจะโจมตี นอกจากนี้หน่วยข่าวกรองแจ้งว่ากองเรือที่สี่กำลังมาประเทศของเรา และกองเรืออื่นมีการเคลื่อนไหวอยู่ แต่พวกเขาไม่ได้มา”
“เพล้ง!”
ขวดเครื่องลายครามอีกขวดแตก ไป จินซังนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดสภาพ ดวงตาของเขาเป็นสีแดง และสีหน้าของเขาบิดเบี้ยวเหมือนหมาป่า
“ไปกันเถอะ กองกำลังป้องกันตนเองไปหาหลักฐานกัน… “
“กริ๊ง กริ๊ง…”
“ได้โปรดเรียกแพทย์ที ได้โปรด…”
เมื่อรัฐบาลอเมริกาได้เข้าใจสถานการณ์พวกเขาก็ตื่นเต้นทันที แม้ว่าจะสูญเสียเครื่องบินสอดแนมไปสองลำ แต่การได้เก็บเกี่ยวที่ไม่คาดคิดนั้นมีค่ามากกว่าเครื่องบินสอดแนมสองลำนั้นแน่นอน
ประเทศที่ยังคงรอดูอะไรดีๆ พอได้รู้ว่าญี่ปุ่นบีบให้อ่อนข้อ ก็เริ่มกังวลไปด้วย
เพราะพวกเขาได้ข้อมูลมาว่า มีงานวิจัยเกี่ยวกับอาวุธลับของญี่ปุ่นในฐานนั้น เห็นได้ชัดว่ามันจะถูกอเมริกาเอาไปซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่
บางประเทศได้เปิดการประชุมทางทหารฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นพันธมิตรของญี่ปุ่นหรืออเมริกาก็ตาม
โชคร้ายที่ไม่ว่าข้อสรุปสุดท้ายจะเป็นที่สิ้นสุดหรือไม่ ญี่ปุ่นก็ทำได้เพียงทนรับเจ็บปวดในครั้งนี้เก็บกดความรู้สึกเกลียดเอาไว้ พวกเขายังต้องคุกเข่าให้อเมริกาซึ่งไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน
ในการประชุมทางทหารของจีนเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองได้ส่งข้อมูลอาวุธลับกลับมา เมื่อมองดูข้อมูลจากเครื่องบินรบขนาดเล็กใบหน้าของทุกคนนั้นไม่ค่อยดีนัก
“ตามข้อมูลของเราอเมริกาได้เริ่มการวิจัยนี้มาเป็นเวลานาน แต่แนวการวิจัยยังอยู่ในช่วงตรวจสอบ ทว่าตอนนี้พวกเขามีข้อมูลจากญี่ปุ่นแล้ว พวกเขาต้องมั่นใจว่าจะได้ผลการวิจัยของเครื่องบินรบจิ๋วแน่”
“เครื่องบินรบจิ๋วนี่มีอานุภาพขนาดไหน?”
“ตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เหตุการณ์เครื่องบินสอดแนมนี้ถูกกล่าวว่าถูกยิงโดยเรื่องบินรบขนาดจิ๋วนี้ หากข่าวดังกล่าวเป็นจริงมันก็ทรงอานุภาพมาก”
“เครื่องบินรบขนาดเล็กนี้ ตามการวิเคราะห์ของสถาบันวิจัยอาวุธมีข้อเสียมากมายและไม่สามารถนำไปใช้งานได้จริง” รัฐมนตรีกลาโหมกล่าว อย่างแรกคือขนาดมันเล็กเกินไป หากแก้ปัญหาเรื่องอานุภาพไม่ได้ แล้วระยะทางในการบินจะสั้นมากแถมความเร็วก็ไม่สูง อย่างที่สองคือจำนวนหัวรบขนาดเล็กที่สามารถขนไปได้ มันสามารถขนได้ครั้งละหนึ่งหัวรบเท่านั้น อย่างที่สามในกรณีที่ถูกสัญญาณรบกวนมันก็จะไม่สามารถควบคุมได้ “
“กล่าวคือประสิทธิภาพการต่อสู้ไม่ได้สูงอย่างที่เราคิด ทว่าถ้าเราสามารถแก้ปัญหาเรื่องอานุภาพได้รวมกับปัญญาประดิษฐ์ที่เรากำลังจะทำอยู่ มันก็น่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้”
คุณหลงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ให้ฝ่ายเทคโนโลยีทุ่มทุนในการวิจัยมากกว่านี้ อย่าให้ล้าหลังกว่าอเมริกา แล้วงานวิจัยวัสดุมายาที่พ่อหนุ่มจากบริษัทฟิวเจอร์กรุ๊ปเสนอมาเป็นอย่างไรบ้าง?”
“มีความสำเร็จอยู่บ้าง แต่มันก็ยังไม่ได้มาตรฐานของวัสดุมายาอยู่ดี”
“แล้วตอนนี้พ่อหนุ่มนั่นกำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ?”
“คุณหลง ตอนนี้เขาไปดูคนในตระกูลหลิง เมื่อมีข่าวว่าเขาหมั้นกับหลานสาวคนพิเศษของตระกูลหลิง ดูเหมือนว่าตระกูลนั่นคิดว่าเขาสามารถรักษาหลานสาวได้ แต่เขาไม่เต็มใจที่จะรักษาดังนั้นเขาจึงใช้วิธีนี้ “
“และถ้าอาการนี้สามารถรักษาให้หายได้จริงอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการและคุณพยายามจะพบมัน ตระกูลหลิงได้มีส่วนร่วมในสถานะของจีนมากเกินไปแล้วยังเสียสละมากเกินไปด้วยเช่นกัน”
“ใช่แล้วคุณหลง”

ขณะนี้ในญี่ปุ่นเมื่อประชาชนได้รู้ถึงสถานการณ์นี้ก็มีผู้คนออกมาประท้วงทุกที่
เห็นได้ชัดว่าความรู้สึกต่อต้านชาวอเมริกันของชาวญี่ปุ่นได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในตอนนี้ และหลายคนรู้สึกถึงความอัปยศอดสูซึ่งเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของประเทศของพวกเขา
น่าเสียดายที่พฤติกรรมแบบนี้ของคนญี่ปุ่นนั้นอเมริกาไม่ให้ความสำคัญ พวกญี่ปุ่นสามารถประท้วงได้ตามต้องการ แต่พวกอเมริกาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่สนมันเช่นกัน พวกเขาจะทำอะไรได้
สำหรับรัฐบาลญี่ปุ่นหากพวกเขามีกำลังทหารแข็งแกร่งกว่าอเมริกาในตอนนี้ พวกเขาคงจะฆ่าชาวอเมริกันทุกคนบนเกาะอย่างไม่ลังเลแน่นอน
น่าเสียดายที่พวกเขาทำไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้แค่ซ่อนความเจ็บปวดและความอึดอัดไว้ในใจของพวกเขาเท่านั้น
จากนั้นก็ไปเจรจากับอเมริกาเหมือนลูกหมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเครื่องบินสอดแนมถูกยิงตก พวกเขาหวังว่าอเมริกาคงจะไม่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องบินรบจิ๋วเพื่อแบล็กเมล์พวกเขา

———————-

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด