Divine Card Creator – ตอนที่ 27 ลู่หยาน

อ่านนิยายจีนเรื่อง Divine Card Creator ตอนที่ 27 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

การ์ดใบนี้ …

 

เขามองการ์ดในมือด้วยความตื่นเต้น

 

มันคือของที่ล้ำค่าที่สุดในเหมือง!

 

ตัวการ์ดยังไม่เสียหาย

 

เยี่ยม! ไม่มีรอยแตกจากฟันของพี่แมว

 

มีเพียงรอยขีดข่วนจาง ๆ

 

อืม… ช่างมัน ถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของพี่แมว แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่มีเพียงรอยจาง ๆ ติดอยู่ ไม่มีรอยแตกหรือความเสียหายอื่น ๆ

 

ส่วนบนสุด…

 

ลู่หมิงใช้นิ้วแตะเบา ๆ ที่มุมขวาบนของการ์ด เขารู้สึกได้ถึงเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง

 

เห็นได้ชัดว่า …

 

มันคือการ์ดที่ถูกรับรอง!

 

การได้รับการรับรองหมายถึงอะไร?

 

ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสมาคมนักสร้างการ์ด!

 

เพื่อให้พวกเขาทำการประเมินการ์ดและรับรองมันอย่างครบวงจร มันจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก

 

สมาคมจะไม่ใช้การ์ดใบนั้นจริงๆ แต่จะใช้วิธีของตัวเองในการประเมินเอฟเฟกต์ของการ์ดใบและสรุปผลขั้นสุดท้าย

 

ให้คะแนนการ์ด!

 

จัดประเภทการ์ด!

 

วัดระดับความสามารถ!

 

ตั้งชื่อการ์ด!

 

พวกเขาจะใช้รหัสพลังงานซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คล้ายกับรหัสเลเซอร์ในการฝังข้อมูลที่มุมขวาบนของการ์ด และเมื่อมีพลังงานถูกส่งเข้าไป ข้อมูลก็จะปรากฏขึ้น

 

ดังนั้นจากราคาและความยุ่งยากของมัน ในสถานการณ์ปกติ นักสร้างการ์ดจะส่งแค่การ์ดที่ทรงพลังมากเพื่อให้ได้รับการรับรองเท่านั้น!

 

ส่วนถ้าเป็นการ์ดทั่วไปๆ คนส่วนมากก็แค่ทำป้ายไปแปะกำกับที่มุมขวาบนของการ์ดที่สร้างเองเพื่อลดต้นทุนของมัน

 

“ไหนให้ฉันดูหน่อยสิว่าการ์ดใบนี้คือการ์ดอะไร”

 

วูซซซ

 

พลังงานไหลจากมือของลู่หมิงลงสู้การ์ดอย่างเรียบง่าย

 

เงาเสมือนที่แสดงข้อมูลปรากฏขึ้นที่มุมขวาบนของการ์ดจากสัญลักษณ์รับรอง

 

——

 

ชื่อการ์ด: เงาจันทรา

 

ประเภทการ์ด: การ์ดมรดก

 

ชุดการ์ด: หนึ่งในเจ็ดชุดการ์ดเงาดวงจันทร์

 

——

 

นี่คือ…

 

ลู่หมิงตกใจ

 

การ์ดมรดก!

 

การ์ดชุด!

 

มีการ์ดแบบนี้จริงๆ!

 

การ์ดมรดกคืออะไร?

 

พูดง่ายๆคือมันเป็นการ์ดที่ใช้ส่งต่อให้กับสาวก!

 

คนที่ทิ้งมรดกจะถ่ายทอดประสบการณ์ทุกอย่างที่เรียนรู้ในชีวิตนั้น พวกเขาจะดึงความรู้ทั้งหมดและมอบหมายให้นักสร้างการ์ด สร้างการ์ดของมัน

 

การ์ดมรดกเป็นความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้อาวุโสเหล่านั้น โดยปกติแล้วมันจะถูกทิ้งไว้โดยเหล่าผู้อาวุโสเพื่อให้ลูกหลานของเขาได้ใช้งานมัน

 

มันมีค่ามาก!

 

บางทีภายในการ์ดอาจมีกระทั่งความทรงจำ แรงบันดาลใจ และทักษะการสร้างการ์ดตลอดชีวิตของผู้อาวุโสคนนั้น!

 

หลังจากการสืบทอด คนๆ หนึ่งอาจใช้เวลาเรียนรู้และไตร่ตรองภายในการ์ดจนกว่าจะมีพลังและความแข็งแกร่งด้วยซ้ำ

 

เห็นได้ชัดว่าวิธีนี้ปลอดภัยกว่าการเสริมพลังหรือการใช้วิธีการอื่นๆ ที่คล้ายกันมาก!

 

นี่…

 

ลู่หมิงรู้ดีว่าการ์ดในมือของเขามีค่าแค่ไหน

 

อย่างไรก็ตามมันยังเป็นเพียงหนึ่งในชุดการ์ดทั้งหมด!

 

ชุดการ์ดหมายถึงอะไร?

 

เนื่องจากข้อจำกัดของการ์ดหรือความสามารถของนักสร้างการ์ด ทำให้ไม่สามารถวาดเส้นพลังและ ใส่ความทรงจำทั้งหมดลงบนการ์ดใบเดียวได้สำเร็จ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องใช้เทคนิคพิเศษ

 

ซึ่งเทคนิคนี้นั้นน่าสะพรึงมาก!

 

ลองคิดดูว่าพวกเขาต้องแบ่งเส้นเป็นพันๆ เส้นออกเป็นส่วนต่างๆ ทั้งยังต้องการันตีได้ว่าการ์ดจะยังสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองหลังจากแยกออกเป็นหลายส่วนและการ์ดจะไม่สลายตัวหากพลังงานไม่เสถียร หลังจากนั้นพวกเขาต้องสลักเส้นลงในการ์ดต่างๆ และใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสผนึกซ้ำอีกที!

 

ดังนั้นระดับความยากจึงสูงมาก!

 

มันต้องเป็นการ์ดที่ล้ำค่ามากๆ ถึงขนาดที่ต้องใช้เทคนิคการปิดผนึกระดับสูง

 

นี่…

 

ลู่หมิงตะลึง

 

ไม่น่าแปลกใจที่ฟู่หงหมิงถึงกับใช้การ์ดเทเลพอร์ต!

 

ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาเต็มใจที่จะปลอมตัวเป็นคนงานเหมืองและขุดอย่างเอาเป็นเอาตาย ที่แท้พวกเขาทำทั้งหมดเพื่อการ์ดใบนี้!

 

ไม่!

 

บางทีฟู่หงหมิงอาจไม่ใช่คนวางแผนนี้เอง

 

ด้วยความสามารถของฟู่หงหมิง เขาไม่สมควรจะมีการ์ดเทเลพอร์ตในครอบครอง แถมยังรู้ว่าในถ้ำแห่งนั้นมีสมบัติอยู่ ฉะนั้นมันเป็นไปได้สูงว่าเขากำลังทำงานให้กับคนอื่นอยู่!

 

ความคิดของลู่หมิงกระโดดไปมาอย่างลื่นไหลและได้ข้อสรุปว่า

 

ในกรณีนี้…ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับการ์ดใบนี้ได้

 

เพราะมันอันตรายเกินไป!

 

แถมมันยังยุ่งยากเกินไปด้วย!

 

ยังไม่ได้พูดถึงว่าเขาต้องรวบรวมการ์ดทั้งหมดเจ็ดใบเพื่อให้ครบชุดอีกด้วย

 

ลู่หมิงไม่มีเวลาหรือเงินในการรวบรวมการ์ดเหล่านี้!

 

แน่นอน

 

ประเด็นสำคัญที่สุดคือ …

 

เขาไม่รู้จะใช้ประโยชน์จากมรดกของผู้อาวุโสเงาจันทรายังไง!

 

ตามข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตผู้อาวุโสท่านนี้ ดูเหมือนจะเป็นนักดาบที่ทรงพลังและอาชีพนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักสร้างการ์ดเลย!

 

เขาเป็นนักสร้างการ์ด! ฉะนั้นแม้ว่าเขาจะรวบรวมการ์ดเจ็ดใบ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา งั้นเขาจะเก็บมันไว้กับตัวทำไม

 

หรือเขาควรเรียกสัตว์เทพสุดหยิ่งในตัวเขาออกมาดี?

 

“เอิ่ม..พี่แมวคร้าบ!?”

 

ลู่หมิงแอบกลับเข้าไปในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา

 

เอ่อ…

 

“พี่อยากได้การ์ดคืนไหมพี่แมว?”

 

ลู่หมิงยิ้มอย่างขมขื่น

 

แมวดำมองเขาอย่างเย็นชาก่อนที่มันจะกลับไปแทะการ์ดต้นฉบับอีกครั้ง

 

พี่แมวไม่ต้องการการ์ดใบนี้แล้วหรอ?

 

ลู่หมิงพูดไม่ออก

 

เห็นได้ชัดว่าเมื่อมันหลุดออกจากกรงเล็บของมัน พี่แมวก็ไม่ต้องการมันอีกแล้ว…..

 

เขาจะทำยังไงดี?

 

ลู่หมิงรู้สึกราวกับสมองจะระเบิด

 

เขาไม่คิดเลยว่าการ์ดใบนี้จะทำให้เขาวุ่นวายได้ขนาดนี้

 

ขายมัน?

 

ไม่มีทาง

 

ถ้าคนอื่นรู้ว่าเขามีการ์ดเงาจันทรา เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน! เขาต้องพิจาราณาอย่างระมัดระวัง! เขาไม่อยากเสี่ยงขนาดนั้น!

 

อย่างไรก็ตาม…

 

ลู่หมิงสั่นสะท้านเล็กน้อย

 

การ์ดนั้นทำให้เขาปวดหัว แต่สำหรับคนอื่นมันอาจมีประโยชน์ก็ได้!

 

ตัวอย่างเช่น…

 

พี่สาวของเขาไง!

 

ตามความทรงจำของลู่หมิงน้อย พี่สาวของเขาเป็นคนที่ดื้อรั้นมากๆ เธอมีพรสวรรค์มากราวกับว่าเธอเป็นบัคของโลกมนุษย์มาตั้งแต่ยังเด็ก เธอทำได้ดีมากในทุกๆ ด้านและไม่มีใครมีความสามารถเทียบได้กับเธอ

 

นอกจากนี้อาจารย์ของเธอยังเป็นผู้บ่มเพาะพลังในตำนานซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่มีรูปถ่ายแขวนอยู่บนผนังวิทยาลัย!

 

เธอแข็งแกร่งมาก!

 

ถ้าการ์ดใบนี้มอบให้เธอ … มันอาจจะใช้ได้

 

 

ณ ที่แห่งหนึ่ง

 

มีเสียงการโต้เถียงกันในห้องประชุมดังออกมา

 

“ปล่อยให้พวกเด็ก ๆ จัดการเรื่องของตัวเองไป”

 

“ถูกต้อง”

 

“เราต้องไม่ยอมให้เขาเข้าร่วม!”  ใครบางคนกล่าวด้วยความหนักแน่น

 

คนๆ นั้นคืออู่หงเฟย ผู้จัดงานสืบทอดตำแหน่ง พวกเขาจ่ายราคาสูงสำหรับเรื่องในคราวนี้ และพวกเขาไม่คาดคิดว่าจะมีปัญหามากขนาดนี้

 

“จะเป็นยังไง ถ้าฉันขอคัดค้าน”

 

เสียงที่ดูเย็นชาดังก้องภายในห้อง

 

บรรยากาศทั่วทั้งห้องประชุมเริ่มเย็นยะเยือก

 

บนที่นั่งด้านในสุดของโต๊ะประชุมยาวมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอแต่งกายด้วยชุดฝึกสีขาวเรียบง่าย ดูเหมือนเธอจะเป็นคนง่ายๆ สบายๆ แต่กลับไม่มีใครกล้าดูถูกเธอ

 

เพราะชื่อของเธอคือลู่หยาน

 

เพราะเธอมีพลังและทักษะที่แข็งแกร่ง

 

คุณ…

 

อู่หงเฟยปวดหัว

 

เรื่องของมรดกของเหล่าอาวุโสไม่มีทางเป็นเรื่องง่ายๆ ธรรมดาๆ อยู่แล้ว แม้ว่าจะมีโอกาสมากมายแต่ก็เต็มไปด้วยวิกฤตและปัญหา แถมมันยังมีพันธนาการและเงื่อนไขในการรับอยู่ทุกหนทุกแห่งบนมรดกอีก นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่มันมีทั้งหมดเจ็ดคนที่จะต้องมาแข่งกัน!

 

การ์ดเจ็ดเงาจันทรา เจ็ดร่องรอยมรดก!

 

เจ็ดคนที่ถือการ์ดจะมีคุณสมบัติในการเข้าแข่งขันแย่งชิงมรดก และผู้ที่ถือครองการ์ดในชุดทุกคนสามารถนำเพื่อนร่วมทางไปด้วยได้เพียงคนเดียวเพื่อช่วยให้พวกเขาชนะการต่อสู้

 

เนื่องจากอาวุโสเงาจันทราใช้การ์ดเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วม ดังนั้นข้อจำกัด พันธนการและผนึกบนมรดก จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับการ์ด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเลือกนักสร้างการ์ดไปเป็นเพื่อนร่วมทาง!

 

สำหรับอู่หงเฟยนะเหรอ?

 

เพื่อที่จะทำลายผนึกมรดกเหล่านั้นและรับมรดกให้เร็วที่สุด เขาจึงตัดสินใจเลือกนักสร้างการ์ดที่แข็งแกร่งจากภายนอกวิทยาลัยเพื่อช่วยเหลือเขาแทน

 

ดังนั้นเขาจึงจัดงานร่วมกับสมาคมนักสร้างการ์ด โดยที่ผู้สมัครที่ได้รับเลือกจะได้รับการยอมรับจากทั้งเขาและสมาคมนักสร้างการ์ด

 

ข้อกำหนดคือ:

 

1: เป็นที่รู้จักของทุกคน

 

2: ต้องมีผลงานอัตลักษณ์ตัวแทน

 

3: ต้องได้รับการแนะนำจากใครบางคนจากวิทยาลัยเอกกะ

 

พวกเขาต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งสามนี้ ดังนั้นการคัดกรองจึงเข้มงวดมาก ส่วนสาเหตุที่ต้องได้รับการยินยอมจากวิทยาลัยเอกกะ ก็เนื่องจากวิทยาลัยเอกกะนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นวิทยาลัยแห่งแรกของโลก!

 

แม้กระทั่งยามที่นั่นก็ล้วนเป็นผู้บ่มเพาะพลังระดับ 4!

 

ฉะนั้นหากนักสร้างการ์ดคนนั้นถูกวิทยาลัยเอกกะยอมรับก็คงจะไม่มีอะไรต้องกังวล!

 

หลังจากปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งสามข้อแล้วผู้สมัครจะต้องผ่านการลงคะแนน โดยผู้สมัครที่ได้รับความนิยมสูงสุดที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะเป็นผู้ชนะและจะสามารถเข้าร่วมในปฏิบัติการสืบทอดตำแหน่งกับเขาได้!

 

เงื่อนไขนั้นค่อนข้างยุ่งยาก

 

อย่างน้อยที่สุดนั่นคือสิ่งที่อู่หงเฟยคิด

 

อย่างไรก็ตาม…

 

หลังจากเริ่มงาน…

 

ก็มีไอโง่บางคนแนะนำคนสร้างการ์ด Fruit Ninja และมันก็บังเอิญว่าการ์ด Fruit Ninja ได้รับความนิยมอย่างมากดังนั้น …

 

ส่วนผู้สมัครที่ได้รับเลือกจากเหตุการณ์นี้กลับกลายเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จักชื่อว่า ลู่หมิง

 

ไอหมอนี่มันเป็นใคร?

 

อู่หงเฟยหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวทันที

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาสังเกตเห็นรายละเอียดหลังชื่อ ‘นักสร้างการ์ด ระดับ 1’ ที่ส่องแสงแพรวพราว

 

นี่ แม่*ม บ้าไปแล้ว

 

ถ้าเขาให้คนแบบนี้ผ่านเกณฑ์ด้วยจริงๆ เขาคงไม่มีทางทำลายผนึกและพันธนาการบนมรดกและได้มันมาครอบครองแน่ๆ!

 

ดังนั้นแม้ว่างานนี้จะได้รับการรับรองจากสมาคมนักสร้างการ์ด แต่ถ้าบังเอิญว่าคนเช่นลู่หมิงถูกเลือกออกมา เขาก็จะตัดสินใจที่จะทำลายสัญญาทิ้งทันที!

 

เขาไม่สามารถรับความเสี่ยงได้

 

กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือเขาต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อชดเชยสัญญาฉบับนี้!

 

แต่นี่พึ่งผ่านมา 2 วันและเหล่าแม่งานก็เริ่มสร้างปัญหาให้กับเขาแล้ว!

 

ใครจะคาดคิดว่านักสร้างการ์ดระดับ 1 ที่สร้าง Fruit Ninja จะเป็นน้องชายของลู่หยาน อัจฉริยะที่ดื้อรั้นและมีพรสวรรค์จากวิทยาลัยของพวกเขา!

 

“ลู่หยาน!”

 

อู่หงเฟยหายใจเข้าลึก ๆ  “เธอรู้รึเปล่าว่าการ์ดเงาจันทรานั้นล้ำค่าแค่ไหน?”

 

“ฉันรู้” ลู่หยาน พูดเบา ๆ

 

“นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันอยากให้เขาไป เพราะที่นั่นคือดินแดนแห่งมรดกที่ปิดผนึกด้วยการ์ด และนักสร้างการ์ดสามารถเรียนรู้หลายอย่างได้ที่นั่น”

 

“แล้วเธอรู้ไหมว่าน้องชายเธอเป็นยังไง”

 

“ฮืม?”

 

“ความสามารถของเขาต่ำเกินไป! เขาเป็นเพียงนักสร้างการ์ดระดับ 1และเขาเพิ่งเริ่มต้นการบ่มเพาะ! ด้วยระดับปัจจุบันความสามารถของเขาควรจะอยู่ระดับพื้นๆ เท่านั้น แล้วเขาจะเข้าร่วมการแย่งชิงแบบนี้ได้ยังไง?”

 

“ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาเป็นตัวถ่วงของฉันแน่ๆ!” อู่หงเฟยกล่าวอย่างหงุดหงิด

 

วูบบ!

 

ทั้งห้องเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

 

พลังงานทั้งหมดรวมตัวกันกลายเป็นดาบน้ำแข็ง มันปรากฏขึ้นมาจากอากาศบาง ๆ และจ่ออยู่ตรงหน้าคิ้วของเขาและกำลังรอจังหวะที่จะโจมตี การปรากฏของมันทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลงหลายสิบองศาทันที!

 

ห้องประชุมทั้งห้องเงียบเป็นเป่าสาก

 

เกิดน้ำค้างแข็งบนต้นไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉาซึ่งวางอยู่บนขอบหน้าต่าง

 

“ว่าต่อ” ลู่หยานพูดอย่างใจเย็น

 

อู่หงเฟยรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกต่อหน้าเขา มันทำให้เขาไม่กล้าพูดอะไร

 

“นายเป็นคนที่จัดงาน” ลู่หยาน พูดช้าๆ “นายเป็นคนที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมนักสร้างการ์ด การจัดงานระดับนี้น่าจะต้องมีสัญญาที่โหดร้ายพอตัว นายแน่ใจหรือว่าต้องการทำลายสัญญา”

 

“ฉัน…”

 

อู่หงเฟยอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ

 

แน่นอนว่าเขาต้องการทำลายสัญญา!

 

แต่เขาจะทำเช่นนั้นหลังจากได้รับมรดกแล้วเท่านั้น! เมื่อถึงตอนนั้นเรื่องทั้งหมดก็จบหมดแล้ว และสิ่งที่เขาต้องทำคือจ่ายแค่ค่าชดเชยบางส่วนแล้วชิ่งหนีไป แต่ถ้าเขาผิดสัญญาตอนนี้เขาอาจถูกบังคับให้ชดเชยเต็มมูลค่า!

 

จะให้เขาพาคนอย่างลู่หมิงไปทำไม?

 

เพื่ออะไร?

 

หมอนี่เป็นแค่คนสร้างการ์ดที่ทำได้แค่สับผลไม้เองนะ?!

 

ให้ตายเถอะสวรรค์ ทำไมพวกคุณถึงเลือกคนแบบนี้มาให้ผมกัน?

 

“เธอรู้ไหมว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่”

 

จากนั้นอาจารย์ที่อยู่ข้างๆ อู่หงเฟยก็พูดขึ้น  “มรดกในครั้งนี้ไม่ใช่มรดกของนักสร้างการ์ด ! นี่คือมรดกของนักดาบ! นักสร้างการ์ดมีประโยชน์แค่ใช้ในการทำลายพันธนาการและผนึกต่างๆ !”

 

“น้องชายของเธอ…”

 

“เขาไม่มีทางทำลายพันธนาการพวกนั้นได้ มันเกินความสามารถของเขา!”

 

“แล้วมันสำคัญตรงไหน?” ลู่หยานถาม

 

เมือ่ได้ยินเช่นนี้อาจารย์คนนั้นก็รู้สึกหมดหนทางทันที

 

“ฉันแค่อยากให้เขาได้เห็นโลกความจริงสักหน่อย”

 

ลู่หยานกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก!

 

“แต่นั่นก็เท่ากับปิดโอกาสของฉัน!” อู่หงเฟยตะโกน  “เส้นทางแห่งมรดกเต็มไปด้วยผนึกพันธนาการ เขาไม่มีทางผ่านมันไปได้ เธอรู้ราคาที่ฉันต้องจ่ายเพื่อให้ได้การ์ดใบนี้มาไหม?”

 

“เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?” ลู่หยานตอกกลับอีกที

 

ลู่หยานยิ้มให้เขา “ตอนนี้ฉันขอแค่ให้นายทำตามสัญญาเท่านั้น ถ้านายเป็นลูกผู้ชายจริง นายก็ต้องปฏิบัติตามกฎที่ตั้งไว้”

 

“เธอ…”

 

อู่หงเฟยโกรธมาก

 

เขาทำได้เพียงมองไปยังอาจารย์ของเขาที่อยู่ข้างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ

 

“เฮ้อ เอาอย่างนี้ไหม” อาจารย์ของเขาถอนหายใจ

 

“ฉันจะช่วยสั่งสอนลู่หมิงสักหน่อย โอเคไหม? ฉันจะหาปรมาจารย์ด้านการสร้างการ์ดมาสอนน้องชายของเธอ ให้เขาเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างการ์ดเป็นเวลาหนึ่งเดือน! ฉันรับรองได้ว่าสิ่งที่เขาเรียนรู้จะดีพอ ๆ กับสิ่งที่เขาจะได้เรียนรู้ในดินแดนแห่งมรดก รับรองได้ว่าเขาจะมีอนาคตที่ดีขึ้นเธอคิดว่ายังไง?”

 

เขาคงต้องประนีประนอมเอา

 

มันคงไม่มีทางอื่นเพราะเขาสู้ลู่หยานไม่ได้

 

นอกเหนือจากความจริงที่ว่าอาจารย์ไม่ควรจะต่อสู้กับนักศึกษาแล้ว มันยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่งว่าเขาจะเอาชนะเธอได้รึเปล่าด้วย!

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด