ฉันนี่แหละ ทายาทเศรษฐี – ตอนที่ 30 ออกได้ภายในสองชั่วโมง

อ่านนิยายจีนเรื่อง ฉันนี่แหละ ทายาทเศรษฐี ตอนที่ 30 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

ตอนที่30 ออกได้ภายในสองชั่วโมง

อู๋ซินเอ่ยถามพ่อของเธอทันทีว่า นี่หมายความว่ายังไง? หยางหมิงควรได้รับโทษที่ใส่ร้ายพี่ชายไม่ใช่เหรอ แล้วทั้งพ่อและพวกเธอก็จำเป็นต้องขอบคุณจ้าวเฉียน?

อู๋เกาซิงตอบกลับในทันใดว่า

“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่หยางหมิงเป็นถึงทายาทเศรษฐีของเมืองนี้ เราไม่มีปัญญาจ่ายค่าดำเนินคดีแน่นอน หากเกิดอะไรต่อหลังจากนี้ ลูกชายฉันทั้งคนกลับมาก็น่ายินดีแหละ แต่ถ้าตระกูลหยางเริ่มตอบโต้เราจะทำยังไง?”

อู๋เลอกล่าวแย้งคำกล่าวของพ่อทันทีว่า

“ไอ้คำว่าตอบโต้มันใช้สำหรับแก้แค้น ผมไม่ได้ทำอะไรเขา เขาไม่ทำอะไรเราเช่นกัน กลับเป็นบอสจ้าวมากกว่าที่น่าเป็นห่วง แต่ยังไงผมก็ไม่ยอมให้มันทำตามใจชอบแน่นอน ถ้าไม่ได้บอสจ้าวช่วยผมไว้ในครั้งนี้ พ่อรู้ไหมว่าผมต้องโดนโทษอะไรบ้าง คดีซุกซ่อนเฮโรอีนตั้ง20กรัมเชียวนะ!”

อู๋เกาฉิงแย้งสวนทันที ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่ของเขา หลังจากที่ตำรวจตรวจสอบโดยละเอียด เรื่องนี้มันไม่ส่งเขาเข้าคุกแน่นอน เมื่อตำรวจประกาศผลออกมาดังนี้ ถึงหยางหมิงจะไม่พอใจ แต่ตระกูลหยางก็ไม่ได้ใส่ใจเคลื่อนไหวแน่นอน แต่ตอนนี้ พวกเขากลับส่งหยางหมิงเข้าตารางแทน เรื่องนี้ต้องทำให้ตระกูลหยางเคลื่อนไหวแน่นอน

อู๋ซินและอู๋เลอต่างคนต่างพูดไม่ออกเมื่อได้ยินพ่อตัวเองพูดแบบนั้น ทั้งคู่ไม่รู้จริงๆ ว่าพ่อของพวกตนกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

จ้าวเฉียนยืนนิ่งไม่เอ่ยปากสักคำ แต่เขาก็มองผ่านอ่านสถานการณ์ต่างๆ ออกได้อย่างชัดเจน จะเห็นได้ว่าอู๋เกาฉิงหวาดกลัวอย่างมากว่า ตระกูลหยางจะใช้ประโยชน์จากเส้นสายที่มีช่วยให้หยางหมิงพ้นโทษ จากนั้นจึงกลับมาเล่นงานพวกเขา

หลังจากเงียบไปสักพัก อู๋เกาฉิงก็ขอร้องกับจ้าวเฉียนให้กลับไปที่สถานีตำรวจ และบอกว่าคลิปวีดีโอดังกล่าวเป็นของปลอม

แน่นอนอู๋เกาฉิงยังพูดกับจ้าวเฉียนอีกว่า

“ฉันขอร้องเถอะนะ อย่าให้พวกเราต้องเผชิญหน้ากับตระกูลหยางเลย กลับไปบอกกับทางตำรวจเถอะว่า คลิปวีดีโอพวกนี้เป็นของปลอม ถึงนายจะมีเงินแล้วไง? เงินรางวัลจากล็อตเตอรี่หรือจะไปสู้กับเศษรฐีที่ทำธุรกิจมากมาย?”

“พ่อ! พ่อกล้าพูดแบบนี้ออกไปได้ยังไง? รู้ไหมว่ากาปลอมแปลงหลักฐานมันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จ้าวเฉียนอุตส่าห์ช่วยพี่ชายออกมา แล้วพ่อยังจะทำเรื่องเลวแบบนี้กับเขาอีกเหรอ?”

อู๋ซินโกรธจัดจนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่า ทำไมพ่อของเธอถึงคิดแบบนี้

อู๋เกาฉิงตอบลูกสาวกลับไปว่า โทษการปลอมแปลงหลักฐานไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง อย่างมากที่สุดก็จับขังคุกไม่กี่วัน แต่ถ้าพวกเขาไม่รีบช่วยหยางหมิงออกมาในตอนนี้ ตระกูลหยางจะต้องออกมาจัดการพวกเขาแน่นอน ครอบครัวฐานะปานกลางแบบพวกเขาจะไปสู้กับครอบครัวมหาเศรษฐีแบบตระกูลหยางได้ยังไง?

อู๋เลอกับอู๋ซินต้องการจะเถียงพ่อคืน แต่จ้าวเฉียนที่นิ่งเงียบมาโดยตลอด ท้ายที่สุดนี้ก็ปริปากกล่าวขึ้นว่า

“หุหุ…คุณลุงพูดถูกแล้ว เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับตัวฉัน และฉันจะไปอธิบายกับตำรวจเอง แต่…ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณลุงหน่อย ออกไปเดินเล่นกันหน่อยไหม?”

“อืมก็ได้ ออกไปกันเถอะ”

จ้าวเฉียนพยักหน้าและออกไปกับอู๋เกาฉิง

ทั้งสองเดินเล่นตามลำพังท่ามกลางชุมชน จ้าวเฉียนเองก็ไม่รอช้าเข้าเรื่องในทันที

“คุณลุง คุณได้เงินจากตระกูลหยางมาเท่าไหร่? อยู่กันตามลำพังแล้ว เลิกปิดบังแล้วเปิดใจคุยกันดีกว่า”

อู๋เกาฉิงผงะไปชั่วขณะก่อนหัวเราะกล่าวขึ้นว่า

“ในเมื่อนายรู้อยู่แล้วว่าฉันมีส่วนได้ส่วนเสียกับตระกูลหยาง งั้นก็ช่วยทำตามที่ฉันบอกด้วยเถอะ ฉันจะคืนเงินหนึ่งล้านให้ แต่ก็ต้องทำตามเงื่อนไข ไม่ต้องกังวลไป หยางเฉิงสัญญากับฉันแล้วว่า ครั้งนี้นายไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยแล้วจะช่วยส่งทนายมาช่วยนายทำคดีอีกด้วย นอกจากนี้เขายังสัญญาอีกว่า หยางหมิงจะไม่ไปรบกวนเสี่ยวซินกับนายอีกในอนาคต ไม่ว่ายังไง เขาก็ไม่อยากให้ทายาทตระกูลหยางต้องเสื่อมเสียชื่อ เราเองก็ควรทำตามอีกฝ่ายว่าจริงไหม?”

“ฮ่าฮ่า…งั้นเหรอ? เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับตัวผม แต่ผมขอพูดอะไรกับคุณลุงสักอย่างนะ ถ้ายังทำตัวแบบนี้อีกในอนาคต ครั้งต่อไปผมไม่ไว้หน้าแน่นอน! ฉันไม่กลัวหยางหมิงหรือแม้แต่หยางเฉิงก็ตาม แล้วนี่นับประสาอะไรกับคุณ! จำไว้!”

ใบหน้าของจ้าวเฉียนในยามนี้มืดทมิฬบึ้งตึงหนัก ด้วยแววตาอันหยิ่งผยองของทายาทมหาเศรษฐีที่เคยเป็นในอดีต ยามนี้กลับมาเปล่งประกายจรัสจ้าออกมาอีกครั้ง อู๋เกาฉิงหวาดกลัวอย่างมากจนเขาไม่กล้าขยับตัว

จ้าวเฉียนจ้องอู๋เกาฉิงเขม็ง สักพักค่อยเหลียวตัวจากออกไป

“ค่อยยังชั่ว…นี่ฉันกำลังกลัวเจ้าหมอนั้นเหรอเนี่ย? เจ้าหนุ่มนี่ต้องมีอะไรบางอย่าง แรงกดดันเมื่อครู่มันอะไรกัน?”

อู๋เกาฉิงบ่นพึมพำกับตัวเอง พลันรู้สึกขนลุกซู่วทั่วร่างกาย ขณะที่จ้าวเฉียนกำลังขับรถกลับมาที่คฤหาสน์ส่วนตัว อู๋ซินก็โทรเข้ามาเพื่อขอโทษแทนพ่อของเธอ ทั้งยังพูดย้ำอีกว่าอย่าไปฟังที่พ่อพูด แล้วไม่ต้องให้หยางหมิงถูกปล่อยตัวออกมา

จ้าวเฉียนหัวเราะเล็กน้อย กล่าวตอบไปว่า

“ไม่จำเป็น หยางเฉิงน่าจะต้องไปหาเฉินซงเพื่อหาหนทางสู้คดีแน่นอน ฉันกำลังขับรถอยู่ ค่อยว่ากันอีกที”

จากนั้นจ้าวเฉียนก็กดวางสายทิ้งไป เขารู้สึกรังเกียจอู๋เกาฉิงอยู่ลึกๆ ภายในใจ พฤติกรรมของเขาในฐานะคนเป็นพ่อถือว่าทำได้แย่มาก ซึ่งนี่ทำให้เขาหงุดหงิดไม่ใช่น้อยเลย

ในไม่ช้า จ้าวเฉียนก็กลับมาถึงคฤหาสน์หลังจากจอดรถแล้ว หยางหมิงก็โทรเข้ามาหาเขาต่อ

“ว่าไงไอ้เวร กูจะโทรมาบอกว่ากูออกจากสถานีตำรวจมาแล้วเป็นไงล่ะ? ตกใจใช่ไหม? ฮ่าฮ่า…แกยังขังกูได้ไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ แกเล่นด้วยผิดคนแล้ว!”

“อ่ะห่ะ? โทรมาเพราะเรื่องแค่นี้? พึ่งพาเงินพ่อไม่น้อยเลยสิท่ากว่าจะออกมาได้ สุดท้ายก็ต้องเพิ่งพาคนอื่น ไร้น้ำยาดีหนิ”

“แล้วไงวะ? พ่อมึงมีเงินแบบพ่อกูรึเปล่าล่ะ? ไอ้ยาจกที่ฟลุ๊กรวยแบบแก จะมีคุณสมบัติอะไรมาเทียบเคียงกับกู? น่าขยะแขยงจริงๆ ถ้าไม่ถูกล็อตเตอรี่ก็คงนั่งเก็บขยะข้างทางอยู่มันตอนนี้? รอก่อนเถอะ เดี๋ยวกูจะจัดการกับมึงแน่นอน!”

หยางหมิงตัดสายทิ้งทันทีที่พูดจบ จ้าวเฉียนไม่รอช้าต่อสายหาหยางหู่ต่อทันทีพร้อมแววตาที่อัดแน่นไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเฉียบ ในตอนนี้เขาได้ตัดสินใจแล้วว่า ถึงเวลาที่ต้องกำจัดหยางหมิงเสียที

“เสี่ยวหู่ จากนี้เป็นต้นไป นายคอยจับตากูหยางหมิงให้ดี มันน่าจะเกี่ยวพันกับวงการยาเสพติด ไม่ว่าเสพหรือขาย นายต้องเก็บหลักฐานมาให้หมด ที่เหลือฉันจัดการเอง”

“เข้าใจแล้วครับ ไม่ต้องห่วงคุณชายจ้าว ผมจะรีบหาหลักฐานกลับมาโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ เรื่องที่คุณชายสั่งให้ผมไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ ตอนนี้ผมบังเอิญไปเจอเข้ากับคลิปลับบางอย่างเข้า ต้องการให้ผมส่งไปให้เลยไหมครับ?”

“ได้ ส่งมาที่เมลฉันได้เลย”

จ้าวเฉียนปลดกระดุมถอดเสื้อ เผยเรียวกล้ามสวยและเข้าอาบน้ำทันที หลังจากออกมาเข่าก็เปิดคอมเข้าเมลตัวเอง และตรวจสอบไฟล์คลิปที่หยางหู่ส่งมาให้ ดับเบิ้ลคลิกกดดูคลิปโดยไม่รอช้า

หัวต้าหมิงควงสาวที่ดูท่าทีร่ำรวยเข้าไปในโรงแรมด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีคลิปที่หลี่เซียวปิงชักชวนหนุ่มนักธุรกิจดาวรุ่งมากินกันบนเตียง สำหรับสตีมเมอร์ชื่อดัง พฤติกรรมเหล่านี้ถ้าหลุดออกไปภายนอก อาจส่งผลร้ายถึงขั้นทำลายอาชีพในอนาคตของพวกเขาได้เลย ตราบใดที่คลิปหลุดสู่โลกอินเตอร์เน็ต บอกได้เลยว่าไม่มีโอกาสที่สองให้กลับตัวกลับใจ!

อย่างไรก็ตามจ้าวเฉียนยังไม่คิดที่จะเปิดเผยคลิปในเวลานี้ เขาจะรอจนกว่าการถ่ายทำหนังเสร็จสิ้น ค่อยระเบิดโลกอินเตอร์เน็ตในครานั้นทีเดียว บริษัทที่เป็นต้นสังกัดของสองสตีมเมอร์ชื่อดัง เตรียมจ่ายค่าชดเชยเป็นจำนวนมหาศาลได้เลย

กล่าวได้ว่าครั้งนี้ จ้าวเฉียนฟันบริษัทเฟยอวี่หัวแบะ!

จ้าวเฉียนปิดคอมพิวเตอร์และเปิดมือถือขึ้นแทน เพื่ออ่านนิยายคลายเครียด เมื่อไม่นานมานี้ เขากำลังติดตามนิยายเทพเซียนโดยนักเขียนมีนามปากกาว่า หรูเมิ่ง วันนี้ยังคงเป็นอีกวันที่นิยายเรื่องนี้ขึ้นแท่นฮิต และเขาก็ส่งกำลังใจให้นักเขียนเป็นจำนวน100,000หยวนไปให้

เดิมทีนี่เป็นเพียงงานอดิเรกส่วนตัว และเขาเองก็ไม่อยากให้รางวัลนี้ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวหรูเมิ่งเองด้วย

มีหนังสือE-Bookจำนวนมากบนชั้นวางยอดฮิต และเรื่องของหรูเมิ่งก็ขึ้นแท่นเป็นจำนวนไม่น้อยเลย แต่ผลตอบแทนที่เหล่านักเขียนเคยได้มากที่สุดอยู่แค่10,000หยวนเท่านั้น จึงมีผู้เขียนและผู้อ่านจำนวนมากที่อิจฉาและวิพากษ์วิจารณ์หรูเมิ่งในทางเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับเงินรางวัลที่ได้รับเกินหน้าเกินตาคนอื่น

โดยปกติแล้ว หรูเมิ่งเป็นคนอารมณ์ดี แต่ครั้งนี้กลับทนไม่ได้จริงๆ กับที่โดยคนอื่นนำไปว่าเสียๆ หายๆ แบบนี้ในพื้นที่สนทนาในบัญชี ตัวอย่างเช่น

“นอกจากจะมีทักษะการเขียนที่ดีแล้ว หรูเมิ่งยังมีวิธีที่ทำให้นักอ่านรายนี้ส่งกำลังใจให้เป็นจำนวนหนึ่งแสนหยวนทุกวัน ต่อเนื่องกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว หรูเมิ่งทำได้ยังไง? พาเขาเข้าโรงแรมรึเปล่า?”

“มีกำลังส่งเงินให้หรูเมิ่งวันละหนึ่งแสนหยวน แสดงว่านักอ่านรายนี้ต้องรวยอย่างมาก ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีนักอ่านที่เป็นมหาเศรษฐีอยู่ด้วย”

“นิยายก็ไม่เห็นสนุกอะไรขนาดนั้น แต่ได้เงินบริจาคขนาดนี้ ถ้าเราเป็นคนเขียนคงอายแทน”

……

เมื่อไล่อ่านข้อความนินทาพวกนี้ในพื้นที่สนทนาประจำบัญชี เธอก็ทนไม่ได้ถึงขั้นที่ว่า เปิดตอนใหม่โดยใส่ข้อความไปว่า ขอให้ผู้อ่านที่บริจาคเงินจำนวนหนึ่งแสนทุกวัน เสนอตัวออกมาและพิสูจน์ความจริงเพื่อลบข้อครหาเสียๆ หายๆ เหล่านี้ที

เมื่อทานอาหารเที่ยงเสร็จ จ้าวเฉียนก็ที่เห็นนิยายตอนใหม่อัปเดตก็รีบกดเข้าอ่านทันที แต่เมื่อเห็นเนื้อหาภายในแล้ว เขาก็ทราบทันทีว่า นักเขียนคนนี้กำลังมีปัญหา

จ้าวเฉียนเข้าไปยังพื้นที่สนทนาในบัญชีของหรูเมิ่งและไล่อ่านทุกข้อความที่ใช้คำพูดไม่เหมาะสม และนี่ทำให้เขาโกรธอย่างมาก เดิมทีเขาไม่เคยสนใจความคิดเห็นขยะของผู้อ่านบางกลุ่มอยู่แล้ว แต่นี่ถึงกับมาพิมพ์ด่าในพื้นที่สนทนาของบัญชีหรูเมิ่ง ซึ่งเขายอมไม่ได้

โดยเฉพาะกับบัญชีนักเขียนทั้งสองคนที่มีชื่อว่า มหาเทพแพลตตินั่ม พวกเขาได้เขียนบทความหนึ่งไว้โจมตีหรูเมิ่งโดยเฉพาะไว้ว่า

“อันที่จริงพวกเราก็รู้สึกไม่ค่อยีเท่าไหร่นักที่ต้องเขียนบทความนี้ขึ้น พวกเราในฐานะนักเขียนที่เคยขึ้นแท่นขายดี ขอบอกในจุดนี้เลยว่า การที่หรูเมิ่งจ้างคนมาปั่นยอดให้ตัวเองดังเป็นทางเลือกที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก ไม่มีจรรยาบรรณนักเขียนหลงเหลืออยู่เลย”

ส่วนทางเว็บนิยายเองก็ทำได้เพียงยอมรับต่อพฤติกรรมดังกล่าว และไม่สามารถทำอะไรกับบทความนี้ได้ ด้วยการปลุกปั่นของนักเขียนสองคนนี้ ทำให้นักอ่านหลายคนไม่ยอม ถึงขั้นที่ว่าจ่ายเงินจำนวนมากให้กับนิยายพวกเขา เพื่อผลักนิยายของหรูเมิ่งให้ตกอันดับไป

จ้าวเฉียนแสยะยิ้มเล็กน้อยและคิดกับตัวเองว่า

“ไอ้เจ้าพวกนี้ กล้าใส่ร้ายนักเขียนของฉันเหรอ! หลังจากนี้รอดูได้เลยว่า พวกแกจะปั้นหน้ายังไง!”

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด