I Found A Planet – ตอนที่ 132

อ่านนิยายจีนเรื่อง I Found A Planet ตอนที่ 132 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

นิยาย [Found A Planet EP 132 ย้ายออกจากบ้าน

EP 132 ย้ายออกจากบ้าน

จิสติกแกรน์เคาว์เป็นบ้านพักตากอากาศหรูหราที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ผ่ตงที่นั้นมีวิลล่าอยู่ 21 หลังและตอนนี้มีการวางแผนไว้ว่าวจะมีการทําบ้านจัดสรรคขึ้นมาที่นี้วิลล่าแต่ละหลังมีพื้นที่ขนาดใหญ่มากเฉลี่ยห้าเอเคอร์วิลล่าระดับไฮเอนด์เหล่านี้ได้รับการ

ออกแบบ โดยสถาปนิกชื่อดังอย่างเจอร์เซียวซิงซึ่งมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับรูปแบบการออกแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก วิลลาเหล่านี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นส่วนสําคัญในสถาปัตยกรรมของวิลล่าสุดหรูของเมืองฉางไห่

และในบรรดายูนิตของวิลล่าที่พร้อมขายยูนิตเดียวที่มีพื้นที่ 1,300 ถึง 1,400 ตารางเมตรมีราคาสูงถึง 110,000 หยวนต่อตารางเมตร เฉินจินได้ไปที่วิลล่าหมายเลข 8 มันเป็นวิลล่าที่ใหญ่ที่สุด
นอกจากตัวอาคารหลักแล้วยังมีสวนขนาด 2,000 ตารางเมตร พื้นที่ทั้งหมดของวิลล่าคือ 3,500 ตารางเมตรส่วนราคาขายหลังหักส่วนลด 320 ล้าน!เนื่องจากเฉินจินจ่ายเงินสดเพียงก้อนเดียวเขาจึงได้รับส่วนลดอีก 5% จํานวนเงินที่แท้จริงที่เฉินจินต้องจ่ายเลยอยู่ที่ 304 ล้านเฉินจินใช้เงินทุนของบริษัทและนําเงินก้อนนี้ไปซื้อวิลล่าหมายเลข

การทุ่มเงินจํานวนมหาศาลดังกล่าวส ร้างความฮือฮาในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ทันที เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการราย งานในข่าวอสังหาริมทรัพย์และได้รับความสนใจจากสื่อการเงินและ เศรษฐศาสตร์ ข่าวเจ้าของบริษัทเซี่ยงไฮ้เทคโนโลยี กล้าทุ่มเงิน 300 ล้านซื้อเพื่อซื้อบ้านพักต่างอากาศ”ข่าวนี้มันแพร่กระจายราวกับไฟป่ามันกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนเอามาหยิบยกพูดคุย
กัน

ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ศาลแห่งความสุข”เฉินจิน” ได้นํากระเป๋าเดินทางจํานวนหนึ่งและบรรทุกพวกมันไว้ในรถ เก๋งหรูหราสี่คันมูลค่าหลายสิบล้าน (ซื้อโดยใช้เงินทุนของ บริษัท ด้วย) เขา ออกเดินทางไปยัง จิสติกแกรน์เคาว์และย้ายเข้าไปอยู่ในวิลล่าสุดหรูหมายเลข 8 ลูกค้าวีไอพีอายุน้อยและดูลึกลับจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเริ่มใช้ชีวิตที่โดดเด่นด้วยรถยนต์ยี่ห้อดังราคาแพง และคฤหาสน์หรูหรานอกจากการไม่มีผู้ หญิงสวย ๆ อยู่เคียงข้างแล้วหญิงสาวหลายคนก็ยังต้องการเข้าหาเฉินจินและผู้ชายหลายคนก็อิจฉาเขามากด้วยคงไม่มีใครคาดคิดได้ว่าลูกค้าวีไอพีเช่นนี้ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและอยู่ในบ้านหลังธรรมดาๆหลังหนึ่ง

เพื่อที่จะอําพรางตัวได้อย่างเต็มที่เขาต้องเสียสละบางอย่าง ตัวอย่างเช่นเขาต้องแต่งกายแบบเรียบง่ายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เขาจะสวมใส่แต่เสื้อผ้าราคาถูกแทนที่จะสวมเสื้อผ้าราคา แพงเขาไม่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับไฮเอนด์ได้อีกต่อไปเฉินจินตัดผมสั้นมากแบบตัดทรงลูกเรือนาวิกโยธินให้ดูเหมือนเป็นคนธรรมดาสามัญที่หน้าตาธรรมดายิ่งกว่าเดิมพร้อมกับใส่แว่นเพื่อปิดบังใบหน้าของเขา

นอกจากนี้เฉินจินยังสามารถผลิต “กาวสําหรับการศัลยกรรมเล็กๆสําหรับใบหน้าได้ด้วย”เขาผลิตมันที่ฐานบัญชา

การ กาวสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะเฉพาะจุดบนใบหน้าได้มันเหมือนการทําศัลยกรรมเล็กๆน้อยกาวใสขวดใหญ่มันจะมีผลกับใบหน้าได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องไปผ่าตัดทําศัลยกรรมจริงๆมันจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของผลิตภัณฑ์แต่งหน้าสําหรับสุภาพสตรีในอนาคต

เฉินจินใช้กาวสามชิ้นบนใบหน้าของเขาสามจุดในอนาคตเขาจะต้องใช้กาวเหล่านี้ก่อนที่จะออกข้างนอกอีกทั้งเขาต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่ประจําเป็นชุดทั่วไปเพราะถ้าไม่ทําเช่นนั้นตอนนี้เขาอาจเสียตัวอยู่บนถนนแล้วสําหรับคนที่มีปัญหาในการจดจําใบหน้าคนๆนั้นอาจไม่สังเกตเห็นเฉินจินเช่นกันการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาทํานั้นก็เพื่อพ่อและแม่ของเขา เขาต้องสร้างเรื่องราวและข้อแก้ตัวเพื่ออธิบายเรื่องนี้อย่างมีเหตุผลเขาไม่สามารถพูดได้ง่ายๆว่ามีตัวเขาอีกคนหนึ่งมาทําหน้าที่แทนเขาแล้ว(หมายถึงหุ่นยนตร์อวตารฉนั่นจะเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากสําหรับทั้งพ่อและแม่ของเขา

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พูดว่า“พ่อครับแม่ครับผมซื้อบ้านพักที่จิสติกแกรน์เคาว์ผมอาจไปอาศัอยู่ที่วิลล่าเป็นครั้งคราว ถ้าผมไม่อยู่เดียวผมจะบอกแม่ว่าผมไม่อยู่นะ แม่ไม่ต้องเตรียมอาหารให้ผมอย่างไรก็ตามผมก็ยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ แหง่นี้ผมอาจใช้ชีวิตในวิลล่าไม่ถึงสองวันด้วยซ้ําเพราะผมไม่ได้ซื้อวิลล่าด้วย ความตั้งใจที่จะแยกตัวออกไปอยู่คนเดียวผมกลัวว่าผมจะตกเป็นเป้าของปาปารัสซี่แฟนคัลๆหรือพวกก่อเหตุลักพา ตัวและหลังจากที่ผมร่ํารวยและมีชื่อเสียงแล้วการใช้ชีวิตในวิลล่าจะปลอดภัยกว่าผมจ้ายามสองสามคนมาด้วย…วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้คนอื่นมารบกวนชีวิตประจําวันของเรา”เฉินจินอธิบายดังนี้

เฉินจินเคยคิดที่จะย้ายไปที่จิสติกแกรน์เคาว์พร้อมกับพ่อแม่ของเขาและเฉินจินก็เคยลองชวนพวกเขาแล้วแต่พวกเขาไม่เต็มใจ เพราะทั้งสองมีงานที่จะต้องทําสถานที่ทํางานของทั้งคู่อยู่ห่างจา กจิสติกแกรน์เคาว์และจะใช้เวลาเดินทางนานและไม่สะดวกแต่ทั้งคู่สา มารถไปพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้นแม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะเกษียณอายุหรือลาออกจากงานแต่พวกเขาก็ยังชอบที่จะอาศัยอยู่ในบ้านแห่งนี้มากกว่าที่จะอยู่ในบ้านพักตากอากาศที่มีเพื่อนบ้านไม่กี่คน อีกสาเหตุหนึ่งทั้งคู่อาศัยอยู่ที่นี้เกือบ 10 ปีแล้วด้วยซ้ํา

เมื่อได้ยินคําพูดของเฉินจินเฉาหลีก็พยักหน้า “ข่าวบอกว่าลูกทํากําไรจากมากกว่า 1 หมื่นล้านและแน่นอนว่าลูกจะอยู่ใน 100 อันดับแรกของรายชื่อมหาเศรษฐีแห่งชาติประจําปีนี้ลูกต้องให้ ความสําคัญกับความปลอดภัยของลูกมากขึ้นมหาเศรษฐีส่วนใหญ่อาศัยอยู่ ในวิลล่าไม่ใช่เพื่ออวดแต่เพื่อความปลอดภัยด้วยแม่เข้าใจความตั้งใจของลูกนะ”เธอพูดอย่างนั้นแต่อย่างใดก็ตาม ภายในใจของเฉาหลีก็เต็มไปด้วยความเสียใจตอนนี้ปีกของเฉินจินนั้นโตมากพอแล้วเขาสามารถทิ้งเธอและบินจากไปตอนไหนก็ได้

เฉินกัง กล่าวว่า ต่อให้ลูกย้ายไปอยู่ในวิลล่าอพาร์ทเมนท์ด้านล่างก็ยังคงเป็นของลูกกลับมาบ่อย ๆ ตอนที่ลูกว่างโดยเฉพาะกับแม่ของลูกโทรหาเธอบ่อยนอกจากนี้โลกภายนอกที่น่าตื่นตายังเต็มไปด้วยสิ่งล่อใจและกับดักมากมาย!ลูกต้องควบคุมตัวเองโทรหาเราทั้งคู่หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น”เฉินกังคิดว่าหลังจากที่ลูกชายของเขาย้ายเข้าอยู่ที่วิลล่านั้นเฉินจินคงไม่ได้กลับมาบ่อยๆแต่สําหรับสายตาของเฉินกังถือได้ว่าเป็นเฉินจินเป็นเด็กตัญญมากเพราะเฉินจินยังคิดจะกลับมาเยี่ยมพวกเขาสัปดาห์ละสองครั้ง

เมื่อได้ยินคําพูดของสามีเฉาหลี่ก็เริ่มร้องไห้โลกภายนอกน่าตื่นเต้นมากลูกชายของเธอจะกลับมาบ่อย ๆ เธอจะไม่รั้งเขาอีกต่อไป เธอแค่คิดในใจว่าเฉินจินจะกลับบ้านมาสัปดาห์ละสองวันจริงไหม? นี่เป็นคําถามใหญ่

“แม่ไม่ต้องเสียใจ! ผมสัญญาว่าฉันจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน อย่างมากผมจะอยู่ในวิลล่าเป็นครั้งคราวเท่านั้น” เฉินจินพยายามปลอบใจเธอเป็นระยะๆโดยสัญญาว่าจะใช้เวลาอยู่บ้านให้นานขึ้น จากนั้นเธอก็หยุดร้องไห้อย่างไม่เต็มใจอย่างไรก็ตามเธอยังคงรู้สึกเศร้า และผิดหวังมากอยู่

ตลอดสองสัปดาห์ต่อมาเฉินจินรักษาสัญญาที่เขาได้ให้ไว้ ในเวลาทั้งหมด 14 วันเขาใช้เวลา 10 วันในอพาร์ทเมนต์ 302 ซึ่งเป็นใต้อพาร์ตเมนต์ของพ่อและแม่ของเขา เขาจะขึ้นไปทานอาหารเย็นกับทั้งคู่ทุกวันเขาไปที่บ้านพักหลังใหญ่ในจิสติกแกรน์เคาว์และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสามวัน(ในความเป็นจริงแล้วคนที่ออกงานส่วนใหญ่คือหุ่นยนตร์อวตารของเขา)

นอกจากนี้ยังมีวันหนึ่งที่เฉินจินพาพ่อแม่ของเขาไปที่บ้านพักหลังใหญ่ที่พวกเขาพักอยู่ที่นั้นหนึ่งวันหนึ่งคืนอย่างมีความสุขกับชีวิตของคนรวย(นี่คือเฉินจินตัวจริงที่อาศัยอยู่ในวิลล่าเป็นครั้งแรกเขาซ่อนหุ่นยนตร์อวตารของเขาไว้) ดังนั้นการดําเนินการนี้จึงยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นแต่เฉินจินสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยได้มากขึ้นด้วยวิธีนี้

เขาอธิบายเหตุผลมากมายกับพ่อและแม่ของเขาโดยเฉพาะแม่ของเฉินจินอย่างเฉาหลี่เธอพอใจมากและดูอารมณ์ดีขึ้นเนื่องจากเธอสามารถเลี้ยงดูลกชายของเธอได้จนถึงอายุเท่านี้และประสบความสําเร็จ ความรักของเธอไม่ได้สูญเปล่า

พ่อแม่ของเขาตกใจมากกับการปรากฏตัวครั้งใหม่ของเขา เขาแต่งกายด้วยชุดลูกเรือสวมเสื้อผ้าราคาถูกและแว่นกรอบสี่เหลี่ยมค หลังจากวาง “กาวนี้น่าทึ่งมาก”บนใบหน้าของเขาเขาดูเหมือนกับ คนทั่วไป

เฉาหลีในฐานะแม่แท้ๆของเขากล่าวว่า“ลูกพูดตรงๆแม่แทบจําลูกไม่ได้เลยผมคิดว่าลูกเป็นคนอื่นนอกจากความสูงเท่ากันแล้วลูกสองคนต่างกันโดยสิ้นเชิง!”

เฉินทั้ง รู้สึกว่าฉากปัจจุบันเลือนหายไปราวกับว่าเกิดเรื่องพิศวงขึ้นทําให้เขาหลุดไปอยู่อีกมิติหนึ่งเขาตั้งสมมติฐานอย่างกล้าหาญ: ถ้าลูกของเขาไม่ได้กลายเป็นเจ้าของบริษัทและใช้ชีวิตแบบเดิมแทนการใช้ชีวิตแบบบ้านๆโดยใช้ชีวิตเพียงเพื่อรอความตายเขาก็กลัวว่านี่ ก็คงเป็นสภาพของลูกชายของเขาหลังจากผ่านไปหลายปีเฉินกังฝืนยิ้มและคิดว่าโลกนี้อะไรๆก็ไม่แน่นอน

เขากังวลมากเมื่อลูกชายของเขาจะเป็นคนขี้เกียจเขากลัวว่าเฉินจินจะกลายเป็นพวกยาจกและชีวิตลูกของเขาจะแย่ลงทุกปีลูกของเขาอาจกลายเป็นคนไร้บ้านและมีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่า ขอทานเสียอีกแต่ตอนนี้ลูกชายของเขากลายเป็นคนสําคัญในแวดวงสังคมมีธุ รกิจที่ประสบความสําเร็จและกลายเป็นมหาเศรษฐีซึ่งเฉินกังไม่เคยวาดฝันภาพเหล่านี้มาก่อนเลยแต่สุดท้ายลูกชายของเขาก็ต้องกลับมาแต่งตัวเหมือนยาจกเพื่อป้องกันการถูกทําร้ายมัน เป็นเรื่องที่น่าตลกจริงๆ

เฉินจินหัวเราะ “พ่อครับแม่ครับถ้าผมเป็นคนธรรมดาทั้งคู่คิดว่าในอนาคตผมจะยังมีโอกาสอยู่ข้างๆพ่อและแม่ไหม? ผมจะยังมีโอกาสแสดงความกตัญญอยู่หรือไม่”

“มีโอกาสสิ!” ตอนนี้มันราวกับตื่นจากความฝันเฉาหลี่คว้าลูกชายของเธอเข้า มากอดและเอนศีรษะพิงเขา“ลูกพูดถูก!อาชีพของลูกสําคัญแต่แม่ก็ยังหวังว่าลูกจะใช้เวลากับแม่อยู่”

เฉินกึ่งดูเหมือนจะเข้าใจบางอย่างเช่นกัน ในอดีตเขามีความคาดหวังในตัวลูก ชายของเขาสูงเกินไปและสนใจแต่ตัวเอง แต่จริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่กระวนกระวายและดื้อรั้นตอนนี้เขาคิดว่าการเป็นคนธรรมดาบางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย

เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่โรงงานพัฒนาแห่งที่สองของบริษัทเซี่ยงไฮ้เทคโนโลยีหลังจากการเตรียมการและพัฒนาเป็นเวลานานแปดเดือนผลิตภัณฑ์หลักอีกตัวของบริษัทเซี่ยงไฮ้ เทคโนโลยีก็ได้รับเสร็จสมบูรณ์แล้ว!

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด