Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์ – บทที่ 240 ผู้พิทักษ์อาณาจักรสวรรค์

อ่านนิยายจีนเรื่อง Storm in the Wilderness ขุนศึกสยบสวรรค์ ตอนที่ 240 ผู้พิทักษ์อาณาจักรสวรรค์ อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

บทที่ 240 ผู้พิทักษ์อาณาจักรสวรรค์

สองข้างทางของครรลองมังกรปีศาจเต็มไปด้วยหมอกพิษเดือดพล่าน เสียงอาวุธปะทะกันดังมาจากระยะไกล…

เยี่ยฉวนยังคงยืนนิ่งและทําความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของยันต์รูปมังกรปีศาจอย่างเงียบเชียบ

หลังขัดเกลาผลึกศิลามังกร…ความแปรปรวนของพลังงานในร่างจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผสานเข้ากับพลังปราณแห่งโลก บ่งบอกสัญญาณว่า เขาใกล้บรรลุสู่ขั้นปรมาจารย์แห่งเต๋าเต็มที หากเขาสามารถฝ่าฟันระดับสุดท้ายของอาณาจักรซิว ฉือไปได้จะกลายเป็นยอดฝีมือเต็มตัว ทั้งยังเรียกใช้เคล็ดวิชาต่างๆได้อย่างไร้ข้อจํากัด!

ตั้งแต่กลับชาติมาเกิดใหม่นี่เป็นครั้งแรกที่เยี่ยฉวนยืนจ่ออยู่หน้าประตูแห่งลําดับขั้นการฝึกตนอย่างแท้จริง หากการบ่มเพาะของเขาไม่แข็งแก ร่งพออาจติดอยู่ในขั้นเดิมไปตลอดกาล ในทางกลับกันหากเขาฝ่าฟันด่านสุดท้ายนี้สําเร็จโลกกว้างใหญ่ภายภาคหน้าย่อมต้อนรับเขายังสมเกียรติ อีกทั้งยังสามารถสํารวจดินแดนรกร้างได้โดย เสรี

โดยปกติผู้ฝึกตนทั่วไปย่อมตื่นเต้นและบังเกิด ความวาดหวังเมื่อสัญญาณแห่งการบรรลุปรากฏขึ้น แต่เยี่ยฉวนกลับกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของยันต์รูปมังกรปีศาจที่ควบแน่นขึ้นหลังจากหลอมรวมกับผลึกศิลามังกร ทั้งยังสัมผัสได้ถึงห้วงแดนสนธยาคล้ายกับพื้นที่ในโคมบงกชสีครามแต่พลังมากกว่า เพียงนึกคิดพลังปราณที่ปล่อยออกมาก็พุ่งทะยานขึ้นจนแผ่นดินสั่นสะเทือนโดยแรง

พลั่ก! เยี่ยฉวนเหวี่ยงกําปั้นต่อยไปที่อากาศว่างเปล่าจนเกิดเสียงดังอ๋อี้

มวลอากาศกระเพื่อมพลางแหวกเป็นทางยาว และส่งเสียงหวีดร้องราวลูกศรขนาดใหญ่ที่ถูกยิงจากหน้าไม้พุ่งไปตามลม

ครั้นอากาศเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง บริเวณที่ได้รับผลกระทบจึงหมุนวนราวพายุและแปรรูปร่างเป็นมังกรอย่างรวดเร็ว! มังกรซึ่งมีปีกกว้างกว่าสิบเมตรปรากฏต่อสายตา มันเงยหน้าขึ้นสูงจรดฟ้าก่อนคํารามดังกึกก้องจากนั้นจึงพุ่งตัวไปด้านหน้ามวลอากาศหลายร้อยเมตรแล้วจึงหายวับไป

หมัดมังกรพิฆาต!

หมัดธรรมดาที่ต่อยออกไปเพียงครั้งเดียวมีพละกําลังเพิ่มขึ้นมหาศาลจนมนุษย์สามัญไม่อาจจินตนาการถึงความเร้นลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังหมัดนี้ได้!

แม้เป็นสมบัติที่ได้รับมาจากอสูรหินเช่นเดียวกัน ทว่าผลึกศิลามังกรชิ้นนี้มีมูลค่าสูงกว่าก้อนผลึกมนุษย์ชิ้นเล็กๆเหล่านั้นหลายเท่า เพราะไม่เพียงมีพลังบริสุทธิ์อันยิ่งใหญ่เท่านั้นแต่ยังมีตําราเคล็ดวิชาเก่าแก่และความลึกลับซ่อนอยู่ภายในอีกด้วย!

ดวงตาเยียฉวนฉายแววเจิดจรัสขณะเงยหน้าขึ้นพร้อมส่งเสียงร้องดังยาวด้วยความทะเยอทะยาน เมื่อตระหนักว่าครรลองมังกรปีศาจที่เต็มไปด้วยภยันตรายสองฟากฝั่งเกินหยั่งรู้แห่งนี้จะนําพาเขาไปสู่โชคลา

เพียงผสานพลังของยันต์กับผลึกศิลามังกรแค่ชิ้นเดียวก็ได้รับพลังงานมหาศาล ดังนั้นหากรวบรวมถึงสิบชิ้นหรือหนึ่งร้อยชิ้นเล่า? พวกมันจะแปรเปลี่ยนจากประโยชน์เชิงปริมาณเป็นเชิงคุณภาพจนเขาสามารถฝึกฝนเคล็ดกายามังกรที่สมบูรณ์แบบได้หรือไม่?!

ความหวังอันแรงกล้าก่อตัวขึ้นในจิตใจของชายหนุ่ม สายตาคมทอดไกลไปยังชั้นสูงสุดของพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ปลายขอบฟ้า

ครีน… ทันใดนั้นเสียงดังกึกก้องพลันดังขึ้นจากระยะไกล ราวมีใครบางคนพยายามเรียกใช้ขอบเขตป้องกันมากขึ้น เช่นเดียวกับเสียงตะโกนโหวกเหวก เสียงอาวุธปะทะกัน รวมถึงเสียงมังกรที่คํารามดังสนั่น

หลงเอ๋อร์น้อยเผยใบหน้าซีดเซียวด้วยความวิตกระคนคาดหวังคล้ายสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่แตกต่าง…

“หลงเอ๋อร์ เจ้าอยากเล่นสนุกกับพี่ใหญ่หรือไม่?” เยี่ยฉวนเอ่ยถามสหายตัวน้อยพร้อมหยิบก้อนผล็กสองสามชิ้นออกมาจากโคมบงกชสีคราม จากนั้นจึงเรียกเปลวไฟขึ้นจากปลายนิ้วทั้งสาม ทําให้ก้อนผลึกเหล่านั้นหลอมละลายไม่นานนัก พวกมันจึงแปรสภาพเป็นหน้ากากรูปทรงแปลกตา

ด้านล่างของหน้ากากนี้มีเครายาว ใบหน้ามีเส้นขนสีครามและสีขาวปกคลุมทั้งยังเงาราวเคลือบด้วยจาระบี ด้านบนมีเขางอกออกมาบนหน้าผากปูดโปน ลักษณะดูคล้ายชนเผ่าที่เพิ่งลงมาจากภูเขาทั้งยังคลุมเครือกับใบหน้ามังกรอีกด้วย ทันทีที่เยี่ยฉวนสวมหน้ากากนี้เขาก็กลายร่างเป็นสัตว์อสูรที่มีหัวเป็นมังกรและมีร่างเป็นมนุษย์ “อืม! ข้าเชื่อฟังทุกคําชี้แนะจากพี่ใหญ่!”

หลงเอ๋อร์น้อยพยักหน้ารัวด้วยความยินดี เมื่อเห็นความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายเมื่อสวมหน้ากากแล้วเขาจึงอยากลองเล่นดูบ้าง

เยี่ยฉวนหยิบก้อนผลึกออกมาสองสามชิ้นอีกครั้งเพื่อสร้างหน้ากากให้กับเด็กชายตัวน้อยอีกชิ้นหนึ่ง หลังปลอมตัวเรียบร้อยแล้วทั้งสองจึงออกเดินต่ออย่างเงียบเชียบโดยเลาะไปตามขอบครรลองมังกรปีศาจและซ่อนเร้นกายในหมอกพิษ

เหล่ายอดฝีมือของตระกูลหลงเผลอกระตุ้นขอบเขตป้องกันทุกจุดตามรูปปั้นมังกรทั้งสองฟากที่ตั้งอยู่ตลอดแนวครรลองมังกรปีศาจ ทําให้พวกเขาต้องต่อสู้ฟาดฟันไปตลอดทางโดยไม่หยุดพัก แม้ตั้งสติรอบคอบเพียงใดคงเปล่าประโยชน์เสียแล้ว น่าแปลกที่เยี่ยฉวนและหลงเอ๋อร์น้อยกลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆทั้งสิ้น แม้พลาดเดินชนเข้ากับรูปปั้นมังกรในหมอกพิษหนาทึบก็ตาม ประหนึ่งออร่าแห่งมังกรปีศาจในร่างกายคอยปกป้องคุ้มครองพวกเขาจากข้อจํากัดต่างๆภายในอาณาจักรสวรรค์แห่งนี้

ผ่านไปครู่หนึ่ง…เยี่ยฉวนจึงมีโอกาสสื่อสารกับยอดฝีมือตระกูลหลง

ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามคนของตระกูลหลงที่เหลืออยู่เพียงเจ็ดรายได้รับบาดเจ็บหนักจนร่างอาบไปด้วยเลือด ถึงกระนั้นคนเหล่านี้กลับมีความหาญกล้าสูงส่ง แม้ตนอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเพียงนี้ยังเดินรุดไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง ต่างคนต่างสาบานว่าหากไม่ตายตกไปก่อนอย่างไรก็ต้องไปให้ถึงปลายทางของครรลองมังกรปีศาจให้จงได้

โฮก… สิ้นเสียงคํารามมังกรพสุธาจึงโผล่พรวดขึ้นมาจากพื้นดิน! ปากของมันอ้ากว้างเมื่อพุ่งตรงเข้ามาและกลืนกินร่างยอดฝีมือคนหนึ่ง ก่อนตวัดปลายหางโดยแรงส่งยอดฝีมืออีกคนให้กระเด็นเข้าไปในหมอกพิษ เสียงร้องขอชีวิตโหยหวนของพวกเขาดังขึ้นเพียงครู่เดียวเท่านั้น

ยอดฝีมือผู้บรรลุขั้นปรมาจารย์แห่งเต๋าทั้งสองคนของตระกูลหลงสิ้นชีพในทันที!

เหล่ายอดฝีมืออีกห้าคนที่เหลืออยู่จึงผนึกกําลังกันอย่างเต็มที่โดยเร็วเพื่อสังหารมังกรพสุธาที่กระหายเลือด ไม่นานลําตัวใหญ่โตของมันจึงล้มครืนลงกับพื้นพร้อมเสียงแตกร้าวเมื่อแปรเปลี่ยนสภาพเป็นกองหิน ผลึกศิลามังกรสีอําพันร่วงลงมาจากศีรษะของมังกรตัวนี้ทุกคนจึงก้าวไปด้านหน้าอย่างเร่งร้อน ทว่ายังไม่ทันเอื้อมมือคว้าใบ หน้าสยดสยองกลับปรากฏขึ้นตรงหน้า คางเต็มไปด้วยเคราครึม…บนหน้าผากมีเขาคู่หนึ่งงอกออกมา สีสันฉูดฉาดที่แต่งแต้มบนใบหน้าทําให้ดูประหลาดพิลึก

“ใครก็ตามที่บุกรุกอาณาจักรสวรรค์แห่งมังกรปีศาจจะต้องตาย… อย่างไรก็หนีคําสาปแห่งความตายไม่พ้น วะ ฮะ ฮ่า!”

เมื่อใบหน้าอันน่าสะพรึงปรากฏขึ้นต่อหน้าโดยไร้ที่มาที่ไป เหล่ายอดฝีมือของตระกูลหลงจึงหวาดผวาจนถอยกรูดไปไกลโดยสัญชาตญาณ ครั้นได้สติจึงพบว่าสัตว์ประหลาดนั้นหายเข้าไปในหมอกพิษเดือดพล่านพร้อมกับผลึกมังกรชิ้นนั้นเสียแล้ว คงเหลือเพียงเสียงหัวเราะพิกลที่ค่อยๆจางหายไป

ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นเลิศผนวกกับเคล็ดวิชาไร้เทียมทานและความสามารถทานทนต่อการกัดกร่อนของหมอกพิษ ทําให้เยี่ยฉวนเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระราวแสงเงาและฉกฉวยสมบัติที่ได้รับจากการต่อสู้ของยอดฝีมือตระกูลหลงโดยง่าย!

แผนการเช่นนี้ยังนับว่าเขามีเมตตาพอสมควร หากเขาเลือกใช้การลอบโจมตี…ด้วยวรยุทธ์อันสูงส่งในปัจจุบันอาจเอาชนะคนเหล่านั้นที่มีสภาพบอบช้ําได้อย่างง่ายดาย เหตุผลที่เขาไม่กระทํารุนแรงก็เพราะตนไม่ได้มีความขุ่นข้องหมองใจกับตระกูลหลงแห่งเมืองหลวงมากมายนัก อีกทั้งการปล่อยให้พวกมันมีชีวิตรอดยังเป็นการดีเสียกว่า ยอดฝีมือห้าคนออกแรงเต็มกําลังเพื่อโค่นล้มมังกร ส่วนเขาเพียงฉกฉวยผลึกศิลามังกรไว้กับตัวเมื่อสบโอกาส
หากเป็นสมบัติล้ําค่าอย่างสามัญหรือแม้แต่สมบัติขั้นเทวาลัยเยี่ยฉวน ก็ไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ํา ต่อให้ยอดฝีมือตระกูลหลงมอบให้เขาเองกับมือก็ตาม ภพชาติที่แล้วสมบัติล้ําค่าในดินแดนรกร้างชิ้นใดบ้างที่เขาไม่เคยพานพบ แต่ผลึกศิลามังกรเหล่านี้แตกต่างออกไปด้วยมูลค่าที่สูงส่งเกินคณานับ

“นั่นใครกัน?!”

“มีร่างเป็นมนุษย์ มีหัวเป็นมังกร หนําซ้ํายังผลุบโผล่ผ่านหมอกพิษได้โดยไม่ระคายเคืองแม้แต่น้อย! หรือมันจะเป็นผู้พิทักษ์ของอาณาจักรสวรรค์แห่งนี้?!”

เหล่ายอดฝีมือตระกูลหลงถกเถียงกันเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าซีดเผือด คําสาปแห่งความตายที่อีกฝ่ายกล่าวขึ้นทําให้ทุกคนหวาดกลัวยิ่ง! ทว่าไม่นานพวกเขาจึงควบคุมสติสัมปชัญญะให้เอาชนะความกลัวนั้นได้สําเร็จก่อนประคองร่างกายอันบอบช้ําให้เดินหน้าต่อไป

เยี่ยฉวนและหลงเอ๋อร์ที่หลบซ่อนอยู่ด้านหลัง ก้อนหินยักษ์ซึ่งมีหมอกพิษหนาทึบแผ่ปกคลุม หันมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มเร่งทําการขัดเกลาผลึกศิลามังกรที่เพิ่งได้รับมาหมาดๆ ทันใดนั้นยันต์รูปมังกรปีศาจพลันปรากฏรูปร่างเล็กๆขึ้นอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เป็นลายมังกรมีปีก…ส่วนคราวนี้เป็นลายมังกรพสุธา พร้อมกับความแปรปรวนของพลังปราณในร่างที่พุ่งทะยานยิ่งขึ้น!

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด