Late Night Bookstore ร้านหนังสือยามดึก – ตอนที่ 134 ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็จะกลับมา

อ่านนิยายจีนเรื่อง Late Night Bookstore ร้านหนังสือยามดึก ตอนที่ 134 ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็จะกลับมา อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

Late Night Bookstore ร้านหนังสือยามดึก

 

134 ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็จะกลับมา

 

“เมื่อไปนรกข้าจะอุทิศตนให้กับมาร

 

เมื่อไปนรกข้าจะหมกมุ่นอยู่ในความเงียบเหงา

 

เมื่อไปนรกข้าจะไม่มีวันหันหลังกลับ”

 

บทสวดเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆและจังหวะก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เหลียงชวนหลงลืมตัวเองไปแล้ว เขาหมกมุ่นอยู่กับจังหวะที่ไม่มีอยู่จริง และแสร้งทําเป็นจมอยู่ในบรรยากาศที่เขาสร้างขึ้น

 

เมื่อคนธรรมดาเห็นฉากนี้ก็จะคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติในสมองของเขา ซึ่งเป็นหนึ่งในความบันเทิงด้วยตัวเองของผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติทางจิต

 

มีเพียงผู้พิทักษ์ภูตผีเหล่านั้นที่สามารถสัมผัสได้กับความสิ้นหวังได้อย่างแท้จริง

 

“เมื่อไปนรกข้าจะไม่สับสนอีกต่อไป

 

เมื่อไปนรกข้าจะหยุดดิ้นรน

 

สาวไร้หน้าที่คุกเข่าอยู่มุมห้องค่อยๆสวดมนต์ด้วยประโยคเดียวกับเหลียงชวน เธอลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆพร้อมกับแหวกผมของตัวเองเปิดออก

 

เธอไม่มีใบหน้า แต่ตอนนี้มีใบหน้าหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ว่างเปล่าของเธอ

 

ไม่มีการดิ้นรน ไม่มีการต่อต้าน ในช่วงนี้ราวกับว่าหลายสิ่งหลายอย่างได้รับการตัดสินแล้ว!

 

ริมฝีปากสีแดงปรากฏขึ้น จากนั้นก็เป็นจมูกจิ้มลิ้มดวงตากลมโตรวมไปถึงสิ่งอื่นๆ และใบหน้าทั้งหมดก็ชัดเจน

 

นี่คือใบหน้าที่เคยต่อสู้กับสาวไร้หน้านั่นเอง

 

เป็นใบหน้าที่สวยงามและอ่อนเยาว์

 

ผู้หญิงคนนั้นมองไปที่เหลียงชวนจากนั้นเธอก็เริ่มร้องเพลงขึ้นมาอีกคน เหลียงชวนเอื้อมมือออกไปและลูบศีรษะของหญิงสาวเบาๆราวกับว่าเธอเป็นน้องสาวของเขา

 

ทั้งสองมองหน้ากันและท่องต่อไปพร้อมกัน

 

“เมื่อข้าไปลงนรกอดีตจะถูกฝังไว้

 

เมื่อข้าไปลงนรกจะไม่มีอนาคตอีกต่อไป

 

เมื่อข้าไปลงนรกจะไม่มีตัวข้าในโลกนี้ตลอดกาล!”

 

เมื่อสวดมนต์มาถึงตรงนี้แมวขาวก็หมดเรี่ยวแรง มันคลานไปหาเหลียงชวนและนั่งลงที่ขอบประตูช้าๆ ตอนนี้แม้แต่แรงจะขยับตัวมันของมันก็ไม่มีเหลือแล้ว

 

“เมื่อข้าไปลงนรกไม่ว่าจะกี่ครั้งข้าก็จะกลับมาใหม่! ”

 

“ปัง! ปัง ปัง ปัง!”

 

วิญญาณผีแหลกสลายกลายเป็นละอองแสงไปที่ละคน

 

“เจ้านายวันนี้ไม่เปิดร้านเหรอ”

 

ไปยิ่งเดินไปหาโจวเจ๋อด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

 

โจวเจ๋อจิบน้ําส่ายหัวแล้วพูดว่า

 

“วันนี้พวกเขามีความสุข ปล่อยให้พวกเขาเต็มที่เถอะ”

 

หลังจากนั้นโจวเจ๋อก็หันไปมองถังซือที่กําลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนเสียงแหบแห้งก่อนจะบอกกับไป๋อิ่งว่า

 

“คืนนี้ เธอจัดการเรื่องอาหารนะ”

 

*โอเค!”

 

ไปยิ่งยิ้มออกมาด้วยความสุข

 

“แต่ก่อนหน้านั้นชงกาแฟให้ผมแก้วนึงแล้วไปซื้อหนังสือพิมพ์มาด้วย”

 

โจวเจ๋อตุ๊ฝามือขวา ความเจ็บปวดค่อยๆหายไปเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกุญแจมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งเร้าเหล่านี้ทําให้จิตวิญญาณของเขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก

 

เขาอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสและเพิ่งฟื้นขึ้นมาได้ไม่นาน ตอนนี้เขายังต้องทนรับกับความเหน็ดเหนื่อยของจิตวิญญาณอีกมันทําให้เขาดูอ่อนแอลงไปเป็นอย่างมาก

 

ไปอิงชงกาแฟมาให้เขาแก้วนึง แล้วเดินออกไปซื้อหนังสือพิมพ์อย่างร่าเริง

 

โจวเจ๋อยังคงนั่งข้างหน้าต่างและอ่านหนังสือพิมพ์ในมือ

 

ในตอนนี้ค่อนข้างจะเป็นช่วงเวลาที่ถูกพอสมควรดังนั้นโจวเจ๋อจึงไม่คิดว่าจะมีใครมาที่ร้านอีกแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็คิดผิดเพราะในเวลานี้มีใครบางคนเปิดประตูร้านเข้ามา

 

เธอเป็นหญิงสาวที่เลี้ยงสุนัขคอร์กี้ นี่เป็นลูกค้าคนแรกของเขาตั้งแต่เขามาอาศัยอยู่ในร่างของซูเล่อ เธอเป็นเพื่อนบ้านของซูชิงหลางนั่นเอง

 

“เถ้าแก่วันนี้ดูสนุกสนานจังนะ”

 

หญิงสาวนั่งลงตรงหน้าโจวเจ๋อ

 

โจวเจ๋อผลักกาแฟของเขาไปให้เธอแล้วบอกว่า

 

“ผมยังไม่ได้กิน”

 

หญิงสาวส่ายหน้า

 

“มันดึกแล้วฉันกลัวนอนไม่หลับ เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา”

 

หญิงสาวชี้ไปที่ถังซือที่นั่งกําลังหัวเราะด้วยความบ้าคลั่ง ในขณะที่เหล่าเต๋าก็กําลังร้องเพลงเสียงดังจนตาแดงฉาน และลิงน้อยเป็นคนถ่ายวีดีโอให้เขาด้วยมือถือของตัวเอง

 

“เปิดร้านใหม่ วันนี้ก็เลยเชิญคณะละครสัตว์มาเล่น”

 

หญิงสาวยิ้มเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ถือสาคําพูดของเขา เธอเดินไปที่บาร์และเทน้ําหนึ่งแก้วให้ตัวเอง

 

“เถ้าแก่ฉันจําได้ว่าเมื่อคุณบอกว่าคุณเปิดร้านใหม่คุณจะให้ฉันเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง”

 

“ธุรกิจไม่มีกําไร มันจะเป็นการทําร้ายคุณซะเปล่า”

 

“วันนี้ฉันบังเอิญผ่านมาเจอป้าย “บ้านหนังสือยามดึก” แล้วก็ลังเลเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามา ไม่คิดว่าจะเป็นร้านของคุณ ที่นี่ทําเลดีมาก ขอให้คุณประสบความสําเร็จเจริญรุ่งเรือง เดี๋ยววันหลังฉันจะมาเที่ยวที่นี่ไหม”

 

พูดจบเธอก็เดินออกไปจากร้าน หญิงสาวไปเร็วมาเร็วมาก

 

โจวเจ๋อหยิบกาแฟของเขาขึ้นมาจิบและอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไป ทันใดนั้นก็มีเงาสีดําปรากฏอยู่ที่หน้าร้านหนังสือ

 

โจวเจ๋อหันศีรษะและมองออกไปนอกหน้าต่างกระจก มีหญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น

 

“มีลูกค้า”

 

โจวเจ๋อตะโกนใส่ถังซือและเหล่าเต๋า โจวเจ๋อชี้ไปที่หญิงชราที่อยู่นอกร้าน ในไม่ช้าถังซือก็ออกไปพาตัวเธอเข้ามา

 

“คุณส่งเธอลงนรกได้หรือเปล่า” โจวเจ๋อถาม

 

ตอนนี้เขาอ่อนแอเล็กน้อยมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเปิดประตูนรก

 

“ฉันทําไม่ได้” ถังซือส่ายหน้า

 

โจวเจ๋อมองไปที่หญิงชราด้วยสีหน้างุนงง เขาพบว่าตั้งแต่เข้ามาในร้านเธอเอาแต่จ้องมองไปที่นาฬิกาแขวนบนผนัง

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยเธอไว้ในร้าน รอให้ร่างกายของผมฟื้นตัวก่อนแล้วค่อยส่งเธอไปที่นรกพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

 

ขายุงก็เป็นเนื้อเช่นกัน โจวเจ้อไม่รังเกียจที่จะเก็บเธอไว้ก่อน มันไม่มีทางที่เขาจะไล่ลูกค้าออกไปจากร้านแน่นอน

 

“แล้วใครจะเป็นคนเฝ้าเธอไว้” ถังสือถาม

 

ในร้านหนังสือมีเพียงสี่คนที่สามารถอยู่กับผีได้

 

หนึ่งคือโจวเจ๋อ หนึ่งคือซูชิงหลาง หนึ่งคือถังซือ และอีกคนคือไปยิ่ง ส่วนเหล่าเต๋านับเป็นเพียงครึ่งคนเท่านั้น

 

แต่ตอนนี้ซูชิงหลางไม่อยู่ที่ร้านส่วนโจวเจ้ออ่อนแอมากเกินไปเขาไม่สามารถดูแลผีตัวนี้ได้

 

ถังซือก็ไม่เคยสนใจธุรกิจของเขาแม้แต่น้อย ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางที่จะนั่งเฝ้าหญิงชราคนนี้ทั้งคืนอย่างแน่นอน

 

ในขณะที่ไปยิ่งเพิ่งจะวิ่งขึ้นไปเล่นเกมหลังจากที่ทําอาหารและออกไปซื้อหนังสือพิมพ์ ยัยเด็กโง่คนนั้นใช้ทรัพย์สมบัติของตัวเองทั้งหมดเพื่อมาให้โจวเจ๋อเปิดร้านหนังสือ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกเกรงใจเธออยู่บ้าง

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ทิ้งเธอไว้ตรงนี้แหละคิดว่าเธอคงไม่ไปไหนหรอก” โจวเจ๋อทําได้เพียงยักไหล่

 

“โอ้ ผีรอบๆตัวคุณจะถูกดึงดูดมาหาคุณเหมือนพวกแมงเม่าบินเข้ากองไฟ แต่หลังจากมาที่นี่ แล้วพวกเขาก็จะได้สติในไม่ช้าพวกเขาจะหวาดกลัวและหนีไป ทุกคนในโลกนี้หวาดกลัวนรกแม้จะไม่เคยเห็นมันแต่ทุกคนรู้ดีว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่ดี ”

 

โจวเจ๋อชี้ไปที่หญิงชราแล้วพูดว่า

 

“ผมคิดว่าสมองของเธอมีปัญหานิดหน่อยดังนั้นไม่น่าจะเป็นปัญหาในเรื่องนี้”

 

“โยนเธอให้ยัยหนูซอมบี้กินซะก็สิ้นเรื่อง”

 

“ไม่มีทาง ที่นี่เป็นสถานีขนส่งไม่ใช่โรงฆ่าสัตว์”

 

” ก็แล้วแต่คุณ.” ถังซือเตรียมจะขึ้นไปบนชั้นสอง

 

“คุยกันก่อนไม่ได้หรือไง” โจวเจ๋อตะโกนใส่เธอ

 

ถังซือไม่หยุดและเดินเร็วขึ้น

 

เห็นได้ชัดว่าเธอรู้ว่าโจวเจ๋อต้องการจะพูดอะไร เธอไม่ต้องการที่จะอยู่เฝ้าผีตัวนี้ดังนั้นต่อให้เขาพูดยังไงเธอก็ไม่ยอมหันกลับมา!

 

“บอส วันนี้ผมมีความสุขมาก!”

 

เมื่อเหล่าเต๋าหายเหนื่อยจากการร้องเพลงเขาก็รีบเดินมาหาโจวเจ๋อด้วยรอยยิ้มสดใส

 

“เหนื่อยหรือเปล่า?” โจวเจ๋อถาม

 

“สบายดีครับ ผมรู้สึกสดชื่นมากเลย”

 

“ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ไปทําความสะอาดร้าน”

 

“…..” เหล่าเต๋า

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด