บ่วงแค้นแสนรัก – ตอนที่ 66 หลุดจากการควบคุม

อ่านนิยายจีนเรื่อง บ่วงแค้นแสนรัก ตอนที่ 66 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

ชุดนอนของลู้จิ้ยวนที่พึ่งจะตื่นนั้นแกะกระดุมออกได้อย่างง่ายดาย เผยให้เห็นหน้าอกที่แข็งแกร่งนั่น ในระยะอันใกล้นี้ เธอก็ไม่สามารถหยุดมองใบหน้าไร้ที่ตินั้นเลยแม้แต่น้อย

ครั้งแรกที่เวินหนิงรู้สึกว่า คำว่า”ร่างกายที่น่าลิ้มลอง”คำนึ้ สามารถใช้กับชายคนนี้ได้ และมันก็ดูจะเป็นแบบนั้น

ลู่จิ้นยวนกวาดตามองไปที่โทรศัพท์ของเวินหนิง บนหน้าจอแสดงชื่อคนที่โทรมาคือเหอจื่ออัน

ลู่จิ้นยวนรู้สึกคิ้วกระตุก ผู้ชายคนนี้ก็ตื้อไม่หยุด โทรมาแต่เช้าขนาดนี้ บอกว่ามันไม่ได้คิดอะไร ผีที่ไหนก็ไม่เชื่อ

เวินหนิงรู้สึกทำอะไรไม่ถูก และเธอที่กำลังจะผลักลู่จิ้นยวนออกนั้น เสียงโทรศัพท์ก็เงียบไปทันที

แต่ไม่นาน เหอจื่ออันก็โทรเข้ามาอีกครั้ง

“ยังไม่รับเหรอ?”

น้ำเสียงของลู่จิ้นยวนนั้นออกทะเล้นนิดๆ

เวินหนิงกรอกตามองบน แล้วเธอจะรับสายได้ยังไงในเมื่อลู่จิ้นยวนทับเธอไว้แบบนี้

“ก็รับแบบนี้แหละ หรือว่าพวกเธอจะพูดอะไรที่ฉันฟังไม่ได้หรือไง?”

ลู่จิ้นยวนไม่มีที่ทีที่จะหลบ ท่าทางที่ไม่ยอมนั่นเหมือนกับว่าท่าทีแบบนี้มันเป็นปกติของอันธพาล

“ฉันก็มีเรื่องส่วนตัวของฉันเหมือนกัน ฉันจะออกไปคุยข้างนอก”

“ทั้งตระกูลลู่เป็นของฉัน เธอไปที่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ จะรับหรือไม่รับ? ถ้าไม่รับฉันจะรับแทน”ลู่จิ้นยวนใช้สายตาขู่เธอ เวินหนิงกำโทรศัพท์แน่นขึ้นทันที แล้วกดรับสายด้วยความไม่เต็มใจ

“เวินหนิง คุณอยู่ไหน?ผมมาหาคุณแต่คุณไม่อยู่ที่คอนโดแล้ว เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

น้ำเสียงร้อนรนของเหอจื่ออันดังผ่านออกมาจากโทรศัพท์ วันนี้เขาตื่นตั้งแต่เช้าและเอาอาหารเช้ามาด้วยเพื่อที่จะมาหาเวินหนิง แต่เขานั้นหาทั่วคอนโดก็ไม่เจอเธอ

น้ำเสียงที่เป็นเป็นห่วงของเหอจื่ออันนั้นทำให้เวินหนิงรู้สึกอุ่นใจขึ้นมา แล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมา

ต้องโทษลู่จิ้นยวน เมื่อวานเธอนั้นเหนื่อยมาก หลังจากที่หลับบนรถแล้วก็ลืมเรื่องที่จะโทรเหอจื่ออันไปเลย

ตอนนี้เขาต้องกังวลมากแน่ๆ

“ฉันขอโทษ คือ…….เพื่อนของฉันกลับมาแล้ว และเขาเป็นห่วงฉันมาก ฉันเลยกลับมากับเพื่อน ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้บอกคุณก่อน คือฉันลืมหน่ะ”

ลู่จิ้นยวนที่ได้ยินเวินหนิงบอกว่าเขาเป็นเพื่อน และเขาที่ฟังอยู่ไม่ไกลนั้นก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมา

เขาก้มหน้าลงไปเป่าลมเบาๆที่ข้างหูอันขาวเนียนของเวินหนิง

เวินหนิงที่กำลังคิดคำพูดโกหกอยู่นั้นก็ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงตกใจมาก หูที่เป็นจุดอ่อนของเธอนั้นรู้สึกจักจี้ขึ้นมาทันที ทำให้เธอนั้นหายใจผิดจังหวะไปเล็กน้อย เสียงที่พูดออกไปนั้นก็เปลี่ยนไป

“เสียงของคุณฟังดูแปลกๆ เป็นอะไรหรือเปล่า” เหอจื่ออันที่ได้ยินถึงความผิดปกติของเสียงนั้น ก็รับถามขึ้นมาทันที

เวินหนิงเจอปัญหาอะไรที่บอกกับเขาไม่ได้หรือเปล่า?

“ไม่ ไม่มี ฉันไม่ได้เป็นอะไร” เวินหนิงถลึงตาใส่ลู่จิ้นยวน ส่วนลู่จิ้นยวนนั้นก็มองเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แล้วก็เป็นเธอเองที่ไปไม่ถูก จึงหลบสายตาของเขาไป

“ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่ต้องทำนิดหน่อย ขอวางสายก่อนนะ คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก ถ้ามีเรื่อง……”

เวินหนิงยังไม่ได้พูดคำว่า’ จะติดต่อกลับไป’อยู่ดีๆลู่จิ้นยวนก็ใช้มือบีบคางเธอเอาไว้

เวินหนิงกดวางสายโทรศัพท์แล้วมองลู่จิ้นยวนด้วยสายตาเคืองๆ ผู้ชายคนนี้มันเป็นอะไรกัน เธอแค่คุยโทรศัพท์แล้วมาก่อกวนทำไมกัน?

“อย่าติดต่อกับผู้ชายคนนั้นอีก เธอมีเรื่องอะไรฉันจะเป็นคนจัดการให้เอง”

ลู่จิ้นยวนหรี่ตาลง ในสิ่งที่ตระกูลเวินทำเนี่ยเขาได้ให้ลูกน้องของเขาสืบมาหมดแล้ว เขาคิดจะจัดการใครก็ไม่ต้องถึงขั้นให้คนนอกอย่างเหอจื่ออันมาช่วยหรอก

เวินหนิงชะงัก นี่แปลว่าลู่จิ้นยวนจะช่วยเธอใช่ไหม?

แต่เธอได้ยินมาว่าตระกูลลู่กับตระกูลหยู๋จะร่วมมือการทางธุรกิจและการบันเทิง นี่เขาจะทำให้บริษัทตระกูลลู่สูญเสียผลประโยชน์เพื่อเธองั้นหรอ?

เวินหนิงนิ่งไป ลู่จิ้นยวนที่เห็นเธอเหม่อนั้นก็รู้สึกไม่พอใจ“ช่างเถอะ เธอรอดูก็แล้วกัน”

พูดจบเขาก็ปล่อยมือ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อที่จะอาบน้ำ

……

ผ่านไปสักพัก เวินหนิงถึงจะเข้าใจในสิ่งที่ลู่จิ้นยวนพูด

เริ่มจากที่ ที่อยู่ของแอดมินเพจถูกแฉ ผู้คนต่างตื่นตกใจว่าที่อยู่ของแอดมินคนนี้เหมือนที่อยู่ของเพจที่ขึ้นเป็นกระแสดัง

คำพูดกล่าวหาของคนพวกนี้ชี้ไปในทางเดียวกัน นั่นก็คือจงใจโจมตีเวินหนิง รวมถึงคนสุดท้ายที่เป็นคนแฉเรื่องส่วนตัวของเวินหนิง ก็เป็นคนพวกเดียวกัน

ดูออกชัดเลยว่านี่เป็นการวางแผนที่จะให้เกิดกระแสโจมตีเกิดขึ้น

ในที่สุดทุกคนก็รู้ว่าสิ่งที่ตนเองเคยโกรธในตอนนั้นเป็นเพราะถูกหลอก แล้วทำให้ความรุนแรงนั้นยิ่งทวีคูณ และยังมีอีกหลายคนที่สงสัยตัวตนของเวินหลานในเรื่องนี้ที่ดูเป็นคนดีจนเกินไม่เหมือนจริง

และยังมีตนที่ไม่ชอบเวินหลานแล้วรู้สึกว่าปกติเธอนั้นเสแสร้ง และคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นฝีมือของเวินหลาน แต่เป็นเพราะขาดหลักฐาน จึงไม่ได้ทำให้เกิดอะไรขึ้นมากกว่านี้

แต่ว่า เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้บริบทของเวินหลานที่เป็นคนที่ใจดีมีเมตตานั้นถูกกระทบกระเทือน

แต่คนที่แย่ที่สุดไม่ใช่เธอ แต่เป็นยวี๋เฟยหมิง

ผู้ชายเฮงซวยที่ไปจูบผู้หญิงที่ไม่เต็มใจนั้นกลับไม่ยอมรับ แล้วยังโยนเรื่องทุกอย่างไปให้ผู้เสียหาย การกระทำแบบนี้ เขาเรียกว่าขี้ขลาดและหน้าไม่อาย

ฉะนั้นแล้ว มีผู้คนในโซเชี่ยลไม่น้อยที่ไม่ชอบเขา แล้วไปขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆของเขา แล้วพบเรื่องประวัติที่ไม่ดีของยวี๋เฟยหมิงมากมาย เขากับเวินหลานที่ร่วมกันสร้างภาพว่าเป็นคนรวยน่าตาดีนั้นล่มสลายหมด

เวินหนิงที่มองดูเรื่องพวกนี้ก็ยิ่งสะอิดสะเอียนมากขึ้น และยังรู้สึกโชคดีด้วย

เพราะเรื่องหวี๋เฟยหมิงบนหน้าเพจนั้น เธอดูและรู้ว่าเป็นตอนที่ทั้งสองนั้นยังคบกันกันอยู่ ยังไม่ได้เลิกกัน ยวี๋เฟยหมิงก็ไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นแล้ว และนอกใจเธอหลายครั้งนับไม่ถ้วน

ถ้าอยู่ด้วยกันแล้ว……เธอกลัวว่าอาจจะได้โรคสกปรกๆมาด้วย

หวี๋เฟยหมิงและเวินหลานเนี่ย ช่างเหมาะสมกันสะจริง

พอเธอบ่นเสร็จ เธอก็การค้นดูชื่อของเธอ และทำให้เธอโล่งอกที่ว่า หลังจากที่เธอได้แก้ข่าวไปนั้น คนบนโลกโซเชี่ยลก็ได้ลบชื่อและข้อมูลเธอออก แล้วยังมีแฮชแท็กขึ้นด้วยว่า หยุดเรื่องราวการดราม่า เกิดขึ้น

เวินหนิงที่ไม่ได้โดนลากเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก แต่ว่า เธอไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเหอจื่ออันที่ช่วยเธอ หรือว่า……เป็นฝีมือของลู่จิ้นยวน

……

ตระกูลเวิน

จากที่เป็นบ้านแสนสงบสุขนั้นหลังจากที่เห็นข่าวเช้านี้แล้ว เหมือนเอาเหล้าเทเข้าไปในกระทะที่ร้อน ทุกอย่างหลุดจากการควบคุมไปแล้ว

เวินหลานนั้นร้องไห้ตั้งแต่เห็นข่าวจนตอนนี้ก็ไม่หยุดร้อง เธอรู้ดีว่าเธอพลาดไปแล้ว ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ของเธอเสียหาย ความสัมพันธ์ของเธอและยวี๋เฟยหมิงนั้นก็ได้รับการกระทบกระเทือนไม่น้อย

เวินหลานที่กว่าจะมีทุกวันนี้ อำนาจของตระกูลยวี๋ในวงการบันเทิงนั้นได้ให้การช่วยเหลือไม่น้อย ถ้าเสียสิ่งนี้ไป มันเป็นการสูญเสียมหาศาลของเธอเลยก็ว่าได้

“เป็นเพราะเวินหนิง ไอเด็กต่ำต้อยนี่ กล้าดียังไงที่ตอกกลับเธอ”

จางหยาหลินก็อารมณ์เสียไม่น้อย เห็นใบหน้าของลูกสาวที่น้ำตาไหลอาบหน้านั้นก็รู้สึกสงสารมาก แต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้

“คุณรีบไปหาวิธีแก้สิ!”จางหยาหลินหันไปมองเวินฉีโม่แล้วพูดเร่งเขา“ถ้างั้นเราก็แฉเรื่องที่เวินหนิงเคยติดคุกออกไป การทำให้เสียทั้งสองฝ่ายดีกว่าให้นางนั่นสะใจอยู่ฝ่ายเดียว”

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด