Perfect Superstar – ตอนที่ 64 ไพ่ตาย

อ่านนิยายจีนเรื่อง Perfect Superstar ตอนที่ 64 ไพ่ตาย อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

ตอนที่ 64 ไพ่ตาย

“พวกคุณคิดยังไงกับผู้ดำเนินรายการใหม่คนนี้”

ฟางเช่าฮุยวางปากกาในมือลง ด้ามปากกากลิ้งออกไปครึ่งเมตรบนโต๊ะพื้นเรียบ

ภาพบนจอโปรเจคเตอร์ที่สะท้อนบนกำแพงหยุดตรงวินาทีที่ลู่เฉินวางกีตาร์ลงหลังจากเล่นและร้องเพลง ‘เดอะบลูโลตัส’ จบแล้ว

สายตาของเขากวาดมองไปที่ใบหน้าของผู้บริหารระดับสูงทุกคนที่นั่งอยู่ ยากที่เดาออกถึงความหมาย

การแข่งขันการแสดงในคืนนี้เป็นกิจกรรมการโปรโมทครั้งใหญ่ที่สุดในรอบครึ่งปีของ ‘จิงอวี๋ทีวี’ เสนอโปรเจกต์โดยฟางเช่าฮุยซึ่งเป็นผู้จัดการใหญ่ มีเงินร่วมลงทุนมากกว่าห้าล้าน

ถึงแม้โปรเจกต์กับเงินลงทุนจะไม่เยอะมาก แต่ในฐานะจอมพลหนุ่มมีชื่อแห่งวงการ ฟางเช่าฮุยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มความนิยมและขวัญกำลังใจของ ‘จิงอวี๋ทีวี’ ได้จากกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองให้กลับมาเหมือนก่อนอีกครั้ง

ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงทุกคนจึงมารวมตัวกันในค่ำคืนนี้ เพื่อดูความเป็นไปของการแข่งขันการแสดงด้วยกันภายในห้องประชุม

การแสดงของผู้ดำเนินรายการทั้งยี่สิบสี่คนกำลังจะสิ้นสุดลง และมีอยู่คนหนึ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร!

ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งลังเลเล็กน้อย พูดว่า “ผู้ดำเนินรายการคนนี้มีชื่อจริงว่าลู่เฉิน น่าจะเป็นจุดสนใจมากที่สุดแล้ว ผมคิดว่าพวกเราควรจะให้สัญญาที่ดีขึ้นอีกฉบับกับเขา”

จากนั้นรายละเอียดของผู้ดำเนินรายการที่เข้าร่วมแสดงฉบับหนึ่งก็ถูกวางลงต่อหน้าพวกเขา

ลู่เฉินเซ็นสัญญาธรรมดาพร้อมรับเงินค่าธรรมเนียมห้าหมื่น ไม่เหมาะสมกับความนิยมของเขาในตอนนี้แล้ว

ฟางเช่าฮุยพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

ผู้บริหารระดับสูงอีกคนหนึ่งก็พูดว่า “เพลงของเขาไม่เลวเลย แต่เป็นเพลงที่แต่งเองทั้งหมดจริงเหรอ”

ผู้จัดการฝ่ายจัดหานักแสดงคนหนึ่งจึงรีบอธิบายทันที “เป็นเพลงที่แต่งเองทั้งหมดจริงๆ ค่ะ ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อ…”

สาวพนักงานออฟฟิศอายุประมาณสามสิบปีชื่นชมลู่เฉินไม่หยุด “พวกเราตรวจสอบใน ‘ห้องสมุดดนตรีจีน’ แล้ว ลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดอยู่ภายใต้ชื่อของเขา เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถมาก!”

“ผมก็คิดว่าพวกเราต้องให้สัญญาอีกฉบับกับเขา ส่งเสริมเขาเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น!”

หลังจากฟางเช่าฮุยเข้าบริหาร ‘จิงอวี๋ทีวี’ เขามีปณิธานที่จะกระจายทรัพยากรของแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดให้มีขอบเขตใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังก่อตั้งบริษัทบันเทิงที่คล้ายกัน หน้าที่รับผิดชอบหลักของฝ่ายจัดหานักแสดงก็คือค้นหาดาวดวงใหม่ที่ควรค่าจะนำมาฝึกอบรมดูแล

วงการบันเทิงขนาดใหญ่ ถึงจะเป็นเค้กก้อนโตอย่างแท้จริง แน่นอนว่ามีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากที่สุด

‘จิงอวี๋ทีวี’ ไม่ได้ต้องการจะจบเกมหรือโจมตีคนอื่นทันทีแต่อย่างใด แต่เป็นการใช้ทรัพยากรของตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อรับผลประโยชน์ที่มากขึ้น นี่คือเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทที่ต้องเดิน

เรื่องเดียวกัน คู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาอย่าง ‘ลานแสงดาว’ ก็ทำอยู่เหมือนกัน ทั้งยังทำได้ไม่เลวอีกด้วย!

ใบหน้าของฟางเช่าฮุยเผยรอยยิ้มออกมา

ผู้จัดการฝ่ายจัดหานักแสดงตาแหลมสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา จึงพูดต่อว่า “พวกเราสามารถทำโปรเจกต์ให้เขา ซื้อลิขสิทธิ์เพลงของเขา ออกเป็นอัลบั้ม แล้วก็สร้างเขาให้เป็นไอดอลยอดอัจฉริยะ…”

“ผู้จัดการหวัง เดี๋ยวก่อน…”

เธอพูดแนวคิดของตัวเองไม่หยุดปาก และตอนที่กำลังยิ้มอย่างชื่นบานอยู่นั้น ก็มีเสียงข้างๆ ดังขึ้นมาขัดจังหวะของเธออย่างฉับพลัน

ผู้จัดการหวังไม่พอใจมาก แต่คนที่ขัดจังหวะเธอคืออู่หงหมิงหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ ดังนั้นจึงได้แต่กดความไม่พอใจเอาไว้ แสยะยิ้มถามออกมา “ผู้จัดการอู่ คุณมีความคิดว่ายังไงบ้างคะ”

อู่หงหมิงเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ‘จิงอวี๋ทีวี’ และยังเป็นผู้อาวุโสของบริษัทจิงอวี๋เทคโนโลยีจำกัดอีกด้วย

ถึงแม้ผู้จัดการหวังจะเป็นคนสนิทของฟางเช่าฮุย แต่เธอจะไม่ฟังความคิดเห็นของอู่หงหมิงไม่ได้

อู่หงหมิงถามเสียงทุ้มต่ำว่า “คุณคิดจะซื้อลิขสิทธิ์เพลงของเขาในราคาเท่าไร”

ผู้จัดการหวังตะลึง เธอคิดไม่ถึงว่าอู่หงหมิงจะถามคำถามนี้ จึงคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ความคิดของฉันคือเซ็นสัญญาว่าจ้างศิลปินห้าปี ให้เงินเดือนเขาเดือนละสามแสนบวกโบนัสอีกสิบเปอร์เซ็นต์ และในสัญญาก็ต้องรวมถึงการซื้อลิขสิทธิ์เพลงของเขาด้วย!”

ในความคิดของผู้จัดการคนนี้ สัญญานี้ให้ผลตอบแทนเยอะมากอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับเด็กหนุ่มอย่างลู่เฉินแล้ว สามารถมีโอกาสเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงได้ก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากไม่ใช่หรือ?

ไม่รู้ว่ามีคนหน้าใหม่ตั้งกี่คนเฝ้าปรารถนาที่จะได้เดินบนเส้นทางของการเป็นดารา!

เงินเดือนสามแสนบวกโบนัสสิบเปอร์เซ็นต์ เธอยังรู้สึกเลยว่าให้เยอะไปหรือเปล่า

อู่หงหมิงไม่ได้ปฏิเสธ เขาชี้ไปที่ภาพบนจอโปรเจคเตอร์แล้วพูดว่า “เพลงที่ลู่เฉินคนนี้เพิ่งจะร้องไปชื่อว่าเดอะบลูโลตัส จากที่ผมได้ข่าวมา เขาขายลิขสิทธิ์เพลงนี้ให้กับชิงอวี่มีเดียในปักกิ่งแล้ว”

“ในราคาสองแสน!”

“เป็นไปไม่ได้!”

ผู้จัดการหวังร้องขึ้นมาเป็นคนแรก ถลึงตาพูดว่า “นี่คือราคาของคนดังระดับสูงเลยนะคะ!”

ผู้บริหารระดับสูงที่นั่งอยู่ในนี้ พอรู้เรื่องต่างก็ตกใจกันเป็นอย่างมาก “จริงหรือหลอกเนี่ย”

สองแสนต่อหนึ่งเพลงคือราคาที่สูงมากของคนที่มีชื่อเสียงแล้ว ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบของตลาด กับอีแค่เด็กหน้าใหม่คนเดียวก็สามารถขายผลงานเพลงของตัวเองได้ถึงสองแสน ฟังดูแล้วอย่างกับนิยายแฟนตาซี

อู่หงหมิงพูดราบเรียบว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ผมถามเพื่อนที่อยู่ในวงการของปักกิ่งแล้ว มีคนมากมายรู้เรื่องนี้ และยังมีบริษัทจัดหานักแสดงอยากจะเซ็นสัญญากับเขา แต่ก็ถูกเขาปฏิเสธทั้งหมด”

“ดังนั้นผมแนะนำว่าให้ทิ้งความต้องการด้านการซื้อลิขสิทธิ์ไป และก็ไม่ต้องคาดหวังให้เขาเซ็นสัญญาว่าจ้างของศิลปินธรรมดา แต่ให้ใช้สัญญาผู้ดำเนินรายการระดับท็อปในการเจรจาเลย!”

ผู้จัดการหวังไม่ยอม “ผู้จัดการอู่คะ คุณมั่นใจมากว่าเขาจะไม่เซ็นเหรอคะ”

อู่หงหมิงถอนหายใจพูด “อย่างนั้นคุณก็ลองไปคุยกับลู่เฉินดู เด็กหนุ่มคนนี้ความจริงแล้วมีความคิดเป็นของตัวเองมาก ผมคิดว่าพวกเราต้องให้สัญญาศิลปินระดับท็อปกับเขา มิฉะนั้นก็คงทำให้เขาประทับใจไม่ได้”

อู่หงหมิงเข้าใจตัวลู่เฉินเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ก็มาจากอู่ซานซานหลานสาวของตัวเอง เธอติดต่อกับลู่เฉินอย่างใกล้ชิด ปกติก็จะรักษาความสนใจไว้ในระดับสูงอยู่เสมอ

ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ เขาจึงไม่อาจมองข้ามผู้ดำเนินรายการคนใหม่ที่ดังอย่างรวดเร็วใน ‘จิงอวี๋ทีวี’ คนนี้ไปได้

และหัวข้อการถ่ายทอดสดในการแข่งขันการแสดงของลู่เฉินในคืนนี้ ก็ยิ่งทำให้ประทับใจในตัวเขามากยิ่งขึ้น

สัญญาว่าจ้างศิลปินระดับท็อป?

เหล่าผู้บริหารระดับสูงต่างมองหน้ากัน…จะเป็นไปได้อย่างไร

ผู้จัดการหวังอดไม่ได้อยากคัดค้านอีก ฟางเช่าฮุยชิงพูดก่อนว่า “อย่างนั้นก็ให้ผู้จัดการหวังไปพูดเรื่องสัญญาว่าจ้างศิลปินกับเขาก่อน ถ้าหากคุยไม่สำเร็จก็ค่อยพูดเรื่องสัญญาฉบับใหม่ของผู้ดำเนินรายการดีไหมครับ”

อู่หงหมิงตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉย “ผมไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมว่าพวกเรามีคู่แข่งมากมาย”

ฟางเช่าฮุยหยุดหายใจไปขณะหนึ่ง

สองปีที่ผ่านมา ‘จิงอวี๋ทีวี’ ถูกคนดึงตัวไปมากจริงๆ โดยเฉพาะ ‘ลานแสงดาว’ ที่มาดึงคนของเขาไปจนทำให้ ‘จิงอวี๋ทีวี’ เสียหายหนักมาก และยังมีแพลตฟอร์มการถ่ายทอดสดน้องใหม่จำนวนไม่น้อยที่คอยจ้องจะเอาเปรียบ

กิจกรรมการแข่งขันยังเพิ่มความนิยมของเว็บไซต์ให้สูงขึ้นได้ และในขณะเดียวกันก็ยังดึงดูดสายตาจากคนโลภเช่นกัน

คนหน้าใหม่เหมือนลู่เฉินที่เพิ่งเซ็นสัญญาแบบธรรมดาเท่านั้น ที่จะเป็นเป้าหมายในการดึงตัวที่ดีที่สุด!

ถ้าหากตอนนี้ ‘จิงอวี๋ทีวี’ ยังลังเลอีกล่ะก็ ไม่แน่อาจจะสูญเสียดาวดวงใหม่ไปอีกหนึ่งคน!

ฟางเช่าฮุยเดิมทีก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับลู่เฉินมากนัก เขาแค่อยากสร้างโปรเจกต์คลาสสิกให้รายการตัวเองเท่านั้น ตอนนี้พอได้ยินคำพูดของอู่หงหมิง ในที่สุดก็จริงจังขึ้นมา

“อย่างนั้นพอกิจกรรมสิ้นสุดก็คุยสัญญาใหม่กับเขาเลย…”

ผู้จัดการใหญ่คนนี้ลังเลพักหนึ่ง แล้วจึงพูดว่า “งั้นก็ให้ผู้จัดการอู่เป็นคนไปคุยแล้วกันครับ ให้คุยสัญญาผู้ดำเนินรายการคนใหม่!”

ในช่วงเวลาสำคัญ เขายังคงเลือกอู่หงหมิง เพราะสายตาและอุปนิสัยของผู้อาวุโสคนนี้ควรค่าแก่การเชื่อใจ

อู่หงหมิงพยักหน้าพูดว่า “พรุ่งนี้ผมจะพาคนไปปักกิ่งแต่เช้า ไปคุยต่อหน้าเขา!”

ผู้บริหารระดับสูงที่นั่งอยู่ทุกคนต่างตกใจ พวกเขาคิดไม่ถึงว่าอู่หงหมิงจะให้ความสำคัญกับลู่เฉินขนาดนี้

ครั้งล่าสุดที่อู่หงหมิงไปคุยเรื่องสัญญากับผู้ดำเนินรายการด้วยตัวเองก็คือปีที่แล้ว ซึ่งก็คือชิงเอ๋อร์เบบี้ผู้ดำเนินรายการอันดับหนึ่งของ ‘จิงอวี๋ทีวี’ ที่เซ็นสัญญาอยู่ในตอนนี้

นอกจากนี้ก็ยังต้องวิ่งไปไกลถึงเมืองหลวง

ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งอดพูดไม่ได้ว่า “ตอนแรกน่าจะให้เขาเซ็นสัญญาที่ดีกว่านี้”

สัญญาที่ดีกว่านี้จะมีระยะเวลาที่นานกว่าและข้อผูกมัดที่มากกว่า

แต่สำหรับการกระทำที่ไม่ทันเวลาและให้ผลตอบแทนต่ำแบบนี้ อู่หงหมิงพูดดูถูกทันที “แค่เซ็นสัญญาเงินเดือนห้าหมื่นนี้ ก็เกือบทำให้ฝ่ายบัญชีตบหน้ากลับมาแล้วล่ะครับ!”

‘จิงอวี๋ทีวี’ มีเงินลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ฝ่ายบัญชีจึงมีอำนาจสูงในการดูแลควบคุมเงินทุน

อีกฝ่ายเงียบกริบ เป็นใบ้ไปทันที

เหล่าหวังผู้จัดการฝ่ายบัญชีหนังหน้ากระตุก ตัดสินใจทำตัวเป็นสุนัขตายดีกว่า

อู่หงหมิงแอบตบหน้าตัวเองเล็กน้อย จากนั้นจึงถามว่า “ถ้างั้นครั้งนี้บริษัทให้ข้อจำกัดในการเจรจากับผมเท่าไรครับ ถ้าเงินเซ็นสัญญาน้อยกว่าห้าแสนก็ไม่ต้องคุยแล้ว ใครอยากไปก็เชิญเลย”

เขามองไปทางผู้จัดการฝ่ายจัดหานักแสดงครั้งหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ

ผู้หญิงที่พูดเก่งคนนี้ก็เงียบไม่พูดอีก ถ้าหากอู่หงหมิงเริ่มพูดในตอนแรกว่าเงินเซ็นสัญญาต้องอย่างน้อยห้าแสนล่ะก็ คาดว่าใครก็ไม่ยอมตกลง

เมื่อเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว รู้ว่าลู่เฉินขายเพลงหนึ่งเพลงในราคาสองแสน อย่างนั้นเงินเซ็นสัญญาห้าแสนจึงไม่มากเกินไป

ในใจของเธอรู้สึกเสียดาย ถ้าหากใช้สัญญาว่าจ้างศิลปินธรรมดาเซ็นสัญญากับลู่เฉินได้ ฝ่ายจัดหานักแสดงของเธอก็คงได้ถือไพ่ตายไว้ในมือ

เป็นไพ่ตายของจริง!

……………………………………………………………..

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด