จักรพรรดิผู้ฝึกอายุห้าพันปี – ตอนที่ 128 ทุกคนต้องตาย

อ่านนิยายจีนเรื่อง จักรพรรดิผู้ฝึกอายุห้าพันปี ตอนที่ 128 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

“เกิดอะไรขึ้นกัน อากาศเย็นจัง”

“ทำไมจู่ๆแอร์ก็ลดอุณหภูมิลง พนักงานทำงานยังไงกัน”

“ขนลุกหมดแล้วเนี่ย”

ผู้หญิงที่อยู่รอบๆ กอดตัวเองขึ้นมาและเอามือลูบแขน บางคนถึงกับตัวสั่นเล็กน้อย

ไม่มีใครคาดคิดว่า สาเหตุที่แท้จริงนั้นจะมาจากโล่เฉิน

ไม่ ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งที่รับรู้

“เวรเอ๊ย ยังจะมาจ้องหน้าฉันอีก จะกินฉันหรือไง!” ชายวัยกลางคนโกรธจัด

ในเวลานี้เอง ผู้จัดการพื้นที่บ่อน้ำพุร้อนก็รีบเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ชายคนนั้นตะโกนทันทีว่า “จับพวกมันเดี๋ยวนี้!”

ผู้จัดการล็อบบี้อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ด้านหนึ่งก็เป็นเถ้าแก่ถ่านหิน ส่วนอีกด้านหนึ่งก็น่าจะเป็นคุณชายตระกูลใหญ่

ไม่ว่าใครตนก็ไม่ควรที่จะเข้าไปตอแย

“ผู้จัดการ พวกเขาคือ…” สาวต่างชาติคนหนึ่งเดินขึ้นมาและกระซิบที่ข้างหูของผู้จัดการล็อบบี้

“จริงเหรอ?”

“มันเป็นความจริง”

จู่ๆ สีหน้าของผู้จัดการล็อบบี้ก็มืดครึ้มลง เขาจ้องไปที่โล่เฉินแล้วพูดว่า “กล้าก่อเรื่องที่คลับเทียนฉือ พวกนายกล้าดีนี่”

“ไม่ทันตรวจสอบก็ตัดสินซะแล้ว?”

สีหน้าโล่เฉินราบเรียบ ในคำพูดแฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่รุนแรง

“มีพยานหลักฐานแบบนี้ ยังจะกล้ามาเล่นลิ้น”

ผู้จัดการล็อบบี้เอ่ยสั่ง “จับตัวพวกเขาไป”

ตึงๆๆ

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่างใหญ่พุ่งเข้ามาและกดโล่เฉินลงบนพื้น ส่วนอีกคนก็จับคอของหานหยู่เยนอย่างดุดัน

“ไม่รู้จักกลัวตาย!”

สองเท้าของโล่เฉินเตะสองคนด้านซ้ายออกอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า จากนั้นจึงคว้าข้อมือของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่จับหานหยู่เยนไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง

จากนั้นก็ออกแรงเล็กน้อย

“คลิก!”

เสียงที่ทำเอาคนฟังถึงกับหนังหัวชาดังขึ้น ข้อมือแตกออกเป็นเสี่ยง

“อ๊าก!”

เสียงกรีดร้องฉีกหัวใจดังก้องกังวาน

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามคนร้องโหยหวนอยู่บนพื้น ส่วนอีกสองคนที่ถูกเตะกระเด็นตอนนี้กำลังกระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรงและนอนกระตุกอยู่บนพื้น

“อะไรกัน?”

ผู้จัดการล็อบบี้และชายหญิงรอบๆ ตกใจ

“รังแกฉัน ดูถูกฉัน พวกนายสมควรจะเตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ!”

โล่เฉินสาวเท้าไปหาเถ้าแก่ถ่านหินและหญิงใจร้าย จนทั้งสองคนตะโกนโวยวายออกมาด้วยความตกใจ

ผู้จัดการล็อบบี้ตะโกน “เข้าไปพร้อมกัน ไป!”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเจ็ดแปดคนที่เหลืออยู่รีบเข้าไปทันที

แต่ในครู่เดียว ทั้งหมดก็บาดเจ็บสาหัส บางคนกระอักเลือด บางคนสลบไป และมีบางคนที่มือเท้าแตกหัก

ว้าว แข็งแกร่งมาก

ท่ามกลางฝูงชน ดวงตาของหญิงสาวตัวน้อยฮาตาคังมิงปูมีประกายวาบผ่าน มีความสุขอย่างยิ่ง

“เพี๊ยะ!”

ตบหน้าไปหนึ่งที

ฝ่ามือหนึ่งตบลงไปจนผู้หญิงใจร้ายกระเด็น

ฟันหน้าหลุดออกมาทั้งหมด ทั้งหน้ามีรอยเลือดปนขึ้นมา

“ใส่ร้ายภรรยาของฉัน ปากเหม็นเน่าขนาดนี้ ฉันไม่รู้ว่าเธอมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ หรือแค่อิจฉาริษยา แต่ว่าเธอหาเรื่องผิดคนแล้ว!”

โล่เฉินเองก็ไม่อยากทำเรื่องใหญ่โตเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเพียงแค่ใช้พลังทิพย์สายหนึ่งก็มากพอที่จะฆ่าทุกคนได้แล้ว มือใหญ่ของเขาเข้าไปคว้าหัวของผู้หญิงคนนั้นเอาไว้

“รังแกผู้หญิงของฉัน ต้องตายสถานเดียว”

ช่วงเวลานี้

โล่เฉินมีพลังดุดันอย่างยิ่ง จนทุกคนล้วนตัวแข็งทื่อ แม้กระทั่งลมหายใจยังไม่กล้าปล่อย

หญิงใจร้ายราวกับสูญเสียวิญญาณไปแล้ว เธออ้าปากค้าง เปล่งเสียงไม่ได้และไม่กล้าขยับ…หรือพูดให้ถูกก็คือเธอขยับไม่ได้ต่างหาก

เจตนาฆ่าของโล่เฉินพุ่งมาที่เธอแน่แล้ว

คนธรรมดาคนหนึ่ง ยากที่จะต้านทานได้

“พี่ชาย โปรดออมมือด้วย”

ในช่วงเวลาวิกฤติ เสียงหวานก็ดังขึ้น จากนั้นโล่เฉินก็ถูกผลักออกไป และหญิงสาวตัวน้อย ๆ ก็จับแขนของเขาไว้แน่น

“ไปให้พ้น”

“ไม่เอา” ฮาตา คังมิงปูเอ่ยหว่านล้อม “พี่ชาย พอเถอะ คุณก็เห็นว่าพวกเขาได้รับบทเรียนแล้ว ฉันเชื่อว่าพี่สาวคนสวยไม่ใช่คนที่ขโมยสร้อยแน่ จะต้องถูกใส่ร้าย ทางคลับจะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ไม่มีทางให้อภัยผู้ก่อเรื่อง”

โล่เฉินเยาะเย้ย “ตรวจสอบ? ตัวตนของฉันต่ำต้อย ยังไม่มีคุณสมบัติมากพอจะให้ทางคลับตรวจสอบ นอกจากนี้ฉันเองก็คงรับไม่ไหว เขาเป็นคนใหญ่คนโต ฉันมันก็แค่คนตัวเล็ก ๆ เท่านั้น!”

“ใครว่าพี่ชายไม่มีคุณสมบัติ”

คังมิงปูหันตัวและเอ่ยเรียก “นายมานี่”

ผู้จัดการล็อบบี้เหงื่อออกราวกับสายฝน เขารีบก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและโค้งคำนับเอ่ย “คุณหนู มีอะไรรับสั่งครับ?”

เพี๊ยะ

ผู้จัดการล็อบบี้ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม

“ตาสุนัขของนายดูถูกผู้คน ยังไม่ทันได้แยกแยะถูกผิดก็ตัดสินไปแล้ว ฉันว่านายไม่ต้องทำงานต่อแล้ว ไสหัวไปเถอะ คลับไม่ต้องการคนสารเลวดูถูกคนแบบนี้”

ทันใดนั้น ผู้จัดการก็หน้าซีดขาว

“คุณหนูโปรดระงับความโกรธ ผมก็แค่….”

“ก็แค่อะไร นายยังมีอะไรให้พูดอีก!”

คังมิงปูน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นจึงโทรศัพท์หาหัวหน้าคลับคนหนึ่ง

“เหตุการณ์นี้ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และต้องให้คำตอบกับทุกคน”

“คุณหนูวางใจ แน่นอนว่าต้องเป็นอย่างนั้น”

โล่เฉินและหานหยู่เยน รวมถึงชายและหญิงวัยกลางคนถูกพาตัวไป

ผู้ชมก็ค่อยๆ กระจัดกระจาย

“เชี่ย คิดไม่ถึงเลยว่านางหนูคนนั้นจะมีตัวตนแบบนี้” ลูกเศรษฐีคนหนึ่งกัดฟันเอ่ย “ถูกเธอเข้ามาผสมโรงแล้ว น่าเบื่อชะมัด!”

“โชคดีที่พวกเราไม่เคยไปแตะต้องนางหนูคนนั้นในบ่อน้ำพุร้อน มิฉะนั้น ผลที่ตามมาก็อาจจะคิดไม่ถึง”

“ฟืด”

ลูกเศรษฐีหลายคนสูดอากาศหายใจ

พวกเขาเป็นเพียงตระกูลชั้นสองและสามในเมืองเจียง ไหนเลยจะต่อกรกับคลับเทียนฉือได้

“จะว่าไป ไอ้ขยะโล่เฉินนั้นจะร้ายกาจขนาดนี้ ถึงกับเป็นกังฟูด้วย เหนือกว่าที่คิดไว้จริงๆ”

“สมองเรียบง่ายแขนขาพัฒนาเร็ว เป็นกังฟูแล้วยังไงกัน สุดท้ายก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้คนหนึ่ง”

“กลับกันเถอะ ไปเล่าให้พี่เซียวฟังสักหน่อย”

……

อีกด้านหนึ่ง โล่เฉินและหานหยู่เยนถูกจัดให้มาอยู่ในห้องสุดหรู

“เมียจ๋า ไม่เป็นไรแล้ว อย่าร้องไห้”

โล่เฉินรู้สึกเจ็บปวดใจจนทนไม่ได้ เขาลูบปลอบหานหยู่เยนเบา ๆ ฝ่ายหลังเองก็ไม่ขัดขืน ทั้งสองกอดกันแน่น

ไม่นานนัก คังมิงปูก็เข้าประตูมา

“พี่โล่ พี่หยู่เยน”

คังมิงปูเปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนนี้เธอใส่ “ชุดสาวน้อยโลลิต้า” มีหูกระต่ายประดับ ทั้งน่ารักและงดงามจนหาที่เปรียบไม่ได้

เธอมีท่าทางเปิดเผยอย่างยิ่ง และนั่งลงบนโซฟา

“คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าเธอจะมีตัวตนแบบนี้ เธอคงไม่ใช่ลูกสาวเจ้าของคลับใช่ไหม?” โล่เฉินถามด้วยรอยยิ้ม

“นั่นไม่ใช่สักหน่อย”

คังมิงปูอธิบาย “อันที่จริงฉันก็เป็นแค่คนธรรมดา แต่แม่ของฉันกับเจ้าของคลับเป็นเพื่อนกัน ดังนั้นฉันจึงได้มีสถานะอยู่บ้าง”

“เหตุการณ์อยู่ระหว่างการสอบสวน จะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกถึงเมื่อไหร่?”

“ฉันจัดการเอาไว้แล้ว พวกคุณสามารถอยู่เที่ยวเล่นต่อในคลับได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสอบสวน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกี้ฉันเพิ่งได้รับข่าวมาว่าการตรวจสอบคืบหน้าไปบ้างแล้ว ผู้หญิงใจร้ายนั่นจิตใจสกปรก อีกไม่นานความจริงก็จะถูกเปิดเผย”

โล่เฉินพยักหน้า “อย่างนั้นก็ดี”

“เมียจ๋า ได้ยินแล้วใช่ไหม อีกเดี๋ยวคุณก็กลับมาเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว”

“อืม”

หานหยู่เยนเช็ดดวงตา สีหน้าซาบซึ้ง “ขอบคุณมากน้องสาว หากไม่ใช่เพราะเธอ วันนี้คงเป็นเรื่องใหญ่”

“ก็แค่เรื่องเล็กน้อย ฉันเองก็ไม่ถูกชะตากับผู้หญิงที่ใจร้ายนั่นเหมือนกัน”

คังมิงปูยิ้มร่า เขี้ยวน้อยๆ 2 ซี่โผล่ออกมาให้เห็น เธอเปลี่ยนหัวข้อเอ่ย “แน่นอนว่า ฉันช่วยพวกคุณย่อมไม่ใช่ช่วยเหลือฟรีๆ”

“อ้อ?” โล่เฉินแอบขมวดคิ้ว

“พี่ชาย อย่ากังวลไปเลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อีกทั้งยังไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพี่ ฉันแค่ต้องการให้พี่มาเป็นบอดี้การ์ดของฉัน ง่ายใช่ไหม?”

โล่เฉินประหลาดใจ “เป็นบอดี้การ์ด?”

“พูดตรงๆ ก็คือ บอดี้การ์ดของแม่กับฉัน” คังมิงปูสีหน้าเคร่งขรึม หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความกังวล

“ด้วยเหตุผลบางอย่าง แม่กับฉันกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก คุณแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ออกมือออกเท้าก็สามารถเอาชนะ รปภ. ได้มากมาย…”

“อีกทั้งฉันเดาว่าคุณยังไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดที่มีด้วยซ้ำ ยอดฝีมือขนาดนี้ คือคนที่ฉันต้องการ”

“พี่ชาย คุณช่วยรับปากฉันได้ไหม?” ”

คังมิงปูกะพริบตาโตๆ ท่าทางน่าสงสาร

โล่เฉินแน่นอนว่าไม่เห็นด้วย “ขอโทษที ฉันมีธุรกิจของตัวเอง จะเอาเวลาไหนไปเป็นบอดี้การ์ดให้เธอ”

“ชิ คุณจะมีเรื่องอะไรได้อีก”

คังมิงปูเบ้ปาก เธอขมวดคิ้วย่นจมูกและแค่นเสียง “คนพวกนั้นบอกว่าคุณเป็นเขยแต่งเข้า ไม่มีหน้าที่การงาน มีเวลาตั้งเยอะแยะ คุณวางใจเถอะ ฉันจะให้ผลตอบแทนที่สูงมากๆกับคุณ”

“อืม…เอาอย่างนี้ หนึ่งละ 10,000 หยวน ขึ้นอยู่กับผลงานของคุณ ทุกเดือนล้วนเพิ่มเงินให้กับคุณ ทุกครั้งที่ขึ้นค่าจ้างจะไม่น้อยกว่า 1,000 หยวน”

หานหยู่เยนรู้สึกใจเต้นเล็กน้อย ตอนนี้เธอเพิ่งจะได้รับเงินเพียง 8000 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดไปถึงว่าคังมิงปูหน้าตาสวยขนาดนี้ อีกทั้งยังหน้ามัธยมนมมหาลัย เจ้าไหวพริบ หานหยู่เยนก็กังวลว่าโล่เฉินจะถูกใครลักพาตัวไป

เธอรีบแย่งเอ่ยขึ้นมา น้ำเสียงนุ่มนวล “มิงปู ไม่ใช่ว่าพวกเราปฏิเสธ แต่ว่าสามีของฉันเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ไอ้สารเลวพวกนั้นพูด เขามีธุรกิจของตัวเอง เปิดบริษัทเล็กๆ”

สามี?

โล่เฉินประหลาดใจ ในใจหวานล้ำกว่าน้ำผึ้ง หวานจนอดไม่ได้ที่จะยิ้ม

“มีบริษัท?”

คังมิงปูรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง เธอเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ฉันรู้สึกว่าคุณกำลังหลอกฉัน แต่ว่าฉันหาหลักฐานไม่เจอ”

อุ๊บ

หานหยู่เยนยิ้ม เธอนั่งอย่างเป็นมิตร จากนั้นจึงโอบคังมิงปู แล้วถาม “ช่วยบอกพี่สาวหน่อยได้ไหม ว่าเธอมีอันตรายอะไร? ตามหลักแล้ว รอบตัวเธอมีบอดี้การ์ดที่แข็งแกร่งอยู่นี่ หรือว่ายังไม่มากพอที่จะปกป้องความปลอดภัยของเธอได้?”

“ฉันมาที่เมืองเจียงเป็นเวลาครึ่งปี บอดี้การ์ดที่ผู้คุ้มกันแม่และฉันตายไปแล้วแปดคน บาดเจ็บสาหัส 19 คน บาดเจ็บเล็กน้อยยิ่งไม่ต้องพูด มากมายเกินไป ส่งผลให้ตอนนี้ ทั้งฉันกับแม่กลายเป็นบัญชีดำของบริษัทคุ้มกัน ใครก็ไม่กล้าเป็นผู้คุ้มกันของเรา”

โล่เฉินถาม “พวกเธอมีศัตรู? เป็นใคร?”

คังมิงปูส่ายหัว “ขอโทษนะ ฉันพูดไม่ได้ จริงๆ แล้วฉันเองก็ไม่รู้อะไรมากนัก แม่ก็ไม่บอกฉัน”

“พี่ชาย คุณรู้ไหม ครึ่งปีมานี้ เวลาส่วนมากของฉันมักหลบอยู่ในคลับนี่ จนฉันแทบจะเป็นบ้าแล้ว”

“คุณได้โปรดช่วยมาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันหน่อยได้ไหม สัญชาตญาณผู้หญิงบอกฉันว่าคุณแข็งแกร่งอย่างมาก สามารถปกป้องความปลอดภัยของฉันได้”

โล่เฉินอดไม่ได้จะค้าน “ผู้หญิง? เธอยังเป็นแค่นางหนูน้อยอยู่เลย”

คังมิงปูไม่สะทกสะท้าน เธอเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ “ถ้าพี่ชายอยากให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัว ฉันเองก็เต็มใจ ตั้งหน้าตั้งตาคอยเลยทีเดียว”

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด