Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย – ตอนที่ 814 กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

อ่านนิยายจีนเรื่อง Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย ตอนที่ ตอนที่ 814 กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

  ฤดูร้อนในโลกาวินาศนั้นใกล้เคียงกับอากาศยามเย็นทิวทัศน์ดูสวยงาม ท้องฟ้ามีหมอกสีเลือดจางๆดูสวยงามราวกับพระอาทิตย์กำลังตกดิน
  ในตอนนี้มู๋หรงยู่เฉิงกำลังหลับอยู่ท่ามบรรยากาศอันสวยสดงดงาม หลังจากเหนื่อยล้าติดต่อกันมาเป็นเวลาสองวันสองคืน ในที่สุดเขาก็ได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่
  และขณะที่เขากำลังหลับอย่างสบายใจอยู่ทันใดนั้น——-
  ”ปัง!”
  มีเสียงกระแทกดังลั่นเกิดขึ้นทันใดนั้นประตูห้องมู๋หรงยู่เฉิงก็ถูกเตะเปิดออกอย่างแรง
  มู๋หรงยู่เฉิงเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงนอนทันทีสภาพยังคงอยู่ในชุดนอน ผมเผ้ารุงรังเหมือนรังนก เขาจ้องไปที่นายทหารที่วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นกลัว
  ”นี้มันอะไร?เกิดอะไรขึ้น? มีใครตาย?” มู๋หรงยู่เฉิงที่พอคาดเดาได้เริ่มกลัวในใจ พร้อมถอยหนี
  นายทหารปาดเหงื่อบนหน้าผากออกและพยายามลากมู๋หรงยู่เฉิงลงจากเตียง”แย่แล้วครับ พลเอกชูฮันถูกลอบสังหาร!”
  มู๋หรงยู่เฉิงที่ยังไม่ได้สติกลับมาเขาถามออกไปตามสัญชาตญาณ “นี้มันเมื่อวานใช่มั้ย? นี้นายเดินละเมอเหรอไง?”
  นายทหารตื่นเต้นจนเหงื่อโชกพยายามลากมู๋หรงยู่เฉิงออกมา “วันนี้มีคนกลับมาเพื่อลอบสังหารพลเอกชูฮันอีกครับ แถมคนคนนี้ยังเก่งกาจและมีฝีมือมากกว่าเมื่อวานหลายเท่าครับ ทั้งสองกำลังสู้กันอยู่กลางถนนครับ ไปดูเถอะครับ!”
  ”อะไรน่ะ?ชูฮันถูกลอบสังหารอีกแล้ว?” มู๋หรงยู่เฉิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที “มีอะไรที่ยิ่งกว่ากลุ่มนักฆ่าเมื่อวานอีก วันนี้อีกฝ่ายมีกี่คน?”   ”ชูฮันพึ่งถูกลอบสังหารเมื่อวานเองไม่ใช่เหรอ?ตอนนี้ค่ายใช้กฏอัยการศึกอยู่ ทำไมมีแต่คนแห่กันมาลอบฆ่าชูฮัน ถ้าเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยามหน้าประตูไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ก็ให้มันกลับบ้านไปปลูกหญ้าไป!”
  กลุ่มนักฆ่าที่มาจัดการชูฮันเมื่อวานก็เป็นกลุ่มคนมีฝีมืออันดับต้นๆของประเทศด้วยจำนวนวิวัฒนาการระยะ 5 มากถึง 14 คนและยังมีวิวัฒนาการระยะ 6 อีกหนึ่งคน แต่วันนี้กลับบอกว่าคนที่มาลอบสังหารชูฮันวันนี้มีฝีมือมากกว่าเมื่อวานอีก แล้วเขาจะไม่ช็อคได้ยังไง?
  มีฝีมือมากขนาดไหนหรือว่าวิวัฒนาการระยะ 5 จำนวน 50 คนมาเพื่อฆ่าชูฮัน?
  ”เอ่อคนเดียวครับ” นายทหารตอบเสียงแผ่ว ไอรีนโนเวล
  ”อะไรน่ะ?ไม่น่าเชื่อ” มู๋หรงยู่เฉิงอุทานออกมาอย่างตกใจ “นี้ล้อเล่นหรือไง? ถ้ามีแค่คนเดียวจะเป็นอย่างที่ว่าได้ยังไง ชูฮันมีฝีมือมากขนาดนี้!”   นายทหารที่เข้ามารายงานเบ้ปากราวกับจะร้องไห้”แม้ว่าจะมาแค่คนเดียว แต่ว่าเขาทรงพลังมากกว่ากลุ่มนักฆ่าเมื่อวานทุกคนรวมกันอีกครับ ผมไม่สามารถอธิบายสนามรบได้ ท่านต้องไปดูเองครับ แล้วท่านจะเห็นว่ามันยิ่งใหญ่กว่าเมื่อวานมากครับ!”
  แววตาของมู๋หรงยู่เฉิงเป็นประกายวาวด้วยความสงสัยทำได้แค่ตัดสินใจมุ่งหน้ามายังสถานที่เดิมที่มีการต่อสู้เกิดขึ้นเมื่อวานเพื่อไปเห็นด้วยตาตัวเอง
  เหล่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของค่ายหนานตู้เองก็รีบออกมาจากที่พักตัวเองเมื่อได้รับข่าวอันน่าตกใจทุกคนรีบรวมตัวกันและมุ่งหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุทันที
  เหล่านายพลหนุ่มทั้งหลายที่เป็นแขกของค่ายหนานตู้ยังคงหลับกันอยู่แต่ทันทีทีที่ได้ยินข่าวการลอบสังหารของชูฮัน ทุกคนก็ลุกฮือด้วยความตกใจและรีบพุ่งออกไปยังสถานที่เกิดเหตุทันที
  ตางเหว่ยที่ไล่ตามชูฮันมาตั้งแต่แรกแต่เพราะหาร่องรอยไม่เจอจึงขาดช่วงไปพักหนึ่งหลังจากที่หลุดเป้าหมายไป เขาก็หมุนไปมาอย่างหาเส้นทางไม่ถูก และทันใดนั้นก็เหมือนโชคเข้าข้างที่ได้เห็นแผ่นหลังของชูฮันไกลๆพอดี ตางเหว่ยจึงรีบไล่ตามหลังมาและทันทีที่มาถึงก็ได้เจอกับจุดเหตุเขาก็ช็อคอย่างมาก
  เพราะงั้นตอนนี้ตางเหว่ยจึวยืนมองการต่อสู้อยู่ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สติหลุดออกจากร่าง ตาค้างมองดูภาพการต่อสู้ระหว่างชูฮันและต้านฮวง
  มันมีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากยืนล้อมตางเหว่ยอยู่ตัวจางเหว่ยเองก็ถูกคลื่นพลังงานมหาศาลตีแผ่ทะลักออกมาใส่ตัวจนมองอะไรไม่เห็น
  แต่ที่ตางเหว่ยช็อคและพูดอะไรไม่ออกก็คือเขาไม่คิดว่าชูฮันจะถูกลอบสังหารอีกครั้ง——-
  ”พ้ะ!”
  ทันใดนั้นก็มีมือใหญ่ๆแปะลงที่ไหล่ของตางเหว่ย  ”เอ่อ…”ตางเหว่ยที่ตื่นตัวอย่างมาก ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ
  ”มีอะไร?สถานการณ์เป็นยังไง ทำไมฉันมองไม่เห็นอะไรเลย?” น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นที่ด้านหลังของตางเหว่ย ตางเหว่ยชะงักและหันหลังขวับมาดูทันที มู๋หรงยู่เฉิงยืนจ้องตะลึงไปข้างหน้าอยู่
  ”มู๋หรง…”ตางเหว่ยพึมพำเอ่ยเรียกชื่อออกมาด้วยความช็อค
  มู๋หรงยู่เฉิงเองก็ไม่มีเวลาจะจัดสนใจท่าทางของตางเหว่ยเขาเอาแต่จับจ้องไปที่การต่อสู้ตรงหน้าไม่วางตา พยายามเพ่งมองฝ่าฝุ่นหนาตรงหน้าเข้าไป หากก็เห็นเพียงแค่ลำแสงแวบๆตัดไปมา และถึงแม้เขาอยากจะเข้าไปช่วยชูฮันมากแค่ไหนก็ไม่สามารถฝ่าความกดดันมหาศาลรอบๆเข้าไปได้เลย
  มู๋หรงยู่เฉิงได้เป็นกังวลส่ายหัวและมองหน้าตางเหว่ย “ทำไมนายมาอยู่ที่นี้ได้?”
  ”อ่า—-?ท่าน?” เป็นอีกครั้งที่ตางเหว่ยเป็นกังวลกับการตอบคำถาม เขาไม่สามารถสามารถพูดออกไปได้ว่าเขาตามชูฮันมา?
  ”หือ?พลโทตางเหว่ย คุณมาเร็วมาก!” ในเวลานั้นเองเฉินยุนโหลวก็พึ่งมาถึง ทันทีที่ได้เห็นตางเหว่ยก็อ้าปากค้างและเอ่ยออกมาอย่างชื่นชม “สมกับที่เป็นคนที่มีฝีมือมากที่สุดแห่งค่ายเฉิงหยุนจริงๆมาถึงก่อนผมอีก ทั้งๆที่ผมก็รีบมาสุดกำลังแล้ว”
  ตางเหว่ยมีท่าทีอึดอัดพูดอะไรไม่ออก
  ”ตอนนี้เราไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เราทำได้แค่รอจังหวะเท่านั้น” มู๋หนงยู่เฉิงพูดขึ้น ปรายตามองตางเหว่ยแฝงไปด้วยความประหลาดใจ “พลโทตางเหว่ยเตรียมพร้อมอย่างดี ดูเหมือนค่ายหนานตู้กับค่ายเฉิงหยุนควรจะมีสัญญาที่ดีต่อกันมากกว่านี้ในอนาคตสินะ!”
  ทันใดนั้นตางเหว่ยก็หน้าหมาทันทีคำพูดของมู๋หรงยู่เฉิงฟังดูสุภาพ ทว่าใครที่เข้าใจถึงสถานการณ์ดีก็จะรู้ว่ามันคือความผิดหวังและไม่พอใจ
  ถ้าอีกฝ่ายจริงจังควรจะพูดว่า: ตางเหว่ยคุณเยี่ยมยอดมากเลย มาเร็วกว่าฉันอีกอย่างกับสายฟ้า
  ตอนนี้ตางเหว่ยเหมือนกับกำลังขี่หลังเสืออยู่เขามีความผิดติดตัวเพราะแอบติดตามชูฮัน โชคร้ายที่เขาไม่สามารถบอกความจริงออกไปได้ จึงไม่สามารถไขความเข้าใจผิดให้ตัวเองได้เลย เขาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
  ขณะที่ทุกคนเริ่มมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆฉางกวนหลงและฉางกวนยวีซินที่ได้ยินข่าวก็มาถึงเช่นกัน ขณะนี้หมอกฝุ่นหนาเริ่มสลายตัวลง เสียงต่อสู้ด้านในก็เริ่มหายไปเช่นกัน
  ”เตรียมตัว…”มู๋หรงยู่เฉิงหัวใจเต้นรัว เขารีบส่งสัญญาณบอกทุกคนให้สังเกตสถานการณ์เพื่อที่จะรีบช่วยชูฮันได้ทันการ
  แต่สิ่งที่ทุกคนไม่คิดก็คือทันทีที่หมอกเริ่มจางหายไป ภาพตรงใจกลางที่ปรากฏขึ้นกลับมีชูฮันยืนอยู่เหลือเพียงคนเดียว ส่วนนักฆ่าที่ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าน่ากลัวและมีฝีมือฉกาจได้หายตัวไป!
  นี้มันอะไรกัน?
  นี้มันหมายความว่าชูฮันจัดการฆ่านักฆ่าได้แล้วเหรอ?
  แล้วร่างล่ะ?หายไปในอากาศ?
  นี้กำลังเล่นตลกอะไรกันอยู่?

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด