วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์ – ตอนที่ 727 หนึ่งในคนที่น่ารังเกียจที่สุด

อ่านนิยายจีนเรื่อง วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์ ตอนที่ 727 หนึ่งในคนที่น่ารังเกียจที่สุด อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

หลังจากตำรวจกลับไปแล้ว ซ่งซินชำเลืองตามองลุงเฉินด้วยโกรธเกรี้ยวอยู่ภายในห้องพักของโรงพยาบาล “ทำไมแกถึงบอกตำรวจ แกไม่รู้เหรือไงเพราะสิ่งที่แกพูดฉันอาจจะต้องติดคุกก็ได้ ตระกูลซ่งไม่เคยทำไม่ดีกับแกเลยสักครั้ง นี่คือวิธีที่แกตอบแทนผู้มีพระคุณหรือไง”

 

 

“ในเมื่อคุณหนูทำผิด คุณหนูก็ควรเข้าคุก” ลุงเฉินตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ไม่ไหวติงกับคำขู่ของซ่งซินเลยแม้แต่น้อย

 

 

“แกจะต้องได้ชดใช้ให้กับสิ่งที่แกพูดในวันนี้!”

 

 

ลุงเฉินพ่นลมออกทางจมูกก่อนเอนหลังเพื่อพักผ่อน เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนบ้าอย่างซ่งซินอีกต่อไป

 

 

เขาต้องตาบอดมาตลอดที่ทำงานให้ตระกูลซ่งแถมต้องมารับใช้นายจ้างโรคจิตแบบนี้อีก

 

 

แม้ซ่งซินจะอยากแก้แค้น แต่เธอจดจ่ออยู่กับความคืบหน้าของตำรวจมากกว่า เธอกังขาว่าพวกเขาจะดูกล้องและพิสูจน์ความผิดของเธอไปแล้วหรือยัง

 

 

เช่นเดียวกับไห่รุ่ย เธอสงสัยว่าโม่ถิงกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่

 

 

แม้สถานการณ์ของเธอจะไม่สู้ดีนัก แต่ถ้าโม่ถิงต้องการให้เธอเสียหาย เธอรู้สึกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้!

 

 

เป็นไปไม่ได้!

 

 

 

 

นับตั้งแต่วันที่ขาทั้งสองข้างของเธอได้รับบาดเจ็บ ฮั่วจิงจิงแทบจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะเลย ถ้าไม่ใช่เพราะถังหนิงคลอดลูก เธอคงเลือกที่จะอยู่บ้านและไม่ออกมาเผชิญโลกภายนอกแบบนี้แน่

 

 

เหตุการณ์ต่างๆ ของซ่งซินได้ปั่นกระแสคนทั้งเมืองและเรื่องของเธอกลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง แต่ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาแบบไหนก็ไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะอาชีพของเธอไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีก

 

 

โดยเฉพาะเมื่อเธอมองไปที่รอยแผลเป็นมากมายบนขาทั้งสองข้างของเธอ ฮั่วจิงจิงนึกสงสัยว่าเธอจะกลับไปเดินบนรันเวย์ด้วยขาแบบนี้ได้อย่างไร

 

 

“เด็กๆ พวกนี้นิสัยดีจังเลย เป็นสองพี่น้องที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบเลย”

 

 

“แน่นอนสิ ไม่งั้นเขาจะเรียกว่าแฝดเหมือนทำไมกันล่ะ” ถังหนิงกล่าวพลางจัดเตียงนอนของเด็กๆ ขณะที่ฮั่วจิงจิงช่วยดูแลเด็กทั้งสอง

 

 

“จากนี้ไปเธอวางแผนจะทำอะไรต่อ ไม่คิดจะกลับเข้าวงการเหรอ” ฮั่วจิงจิงถามพลางแหย่มืออ้วนๆ ของเด็กๆ

 

 

“ไว้ค่อยมาว่ากันหลังจากจัดการซ่งซินแล้ว”

 

 

ถังหนิงไม่ได้คิดถึงอนาคต การให้กำเนิดลูกชายฝาแฝดได้เข้ามาป่วนแผนการต่างๆ ของเธอ เพราะชีวิตก่อนและหลังคลอดลูกนั้นแตกต่างกันอย่างมากและเธอไม่ต้องการห่างจากลูกๆ ของเธอนานๆ

 

 

“ฉันเห็นข่าวแล้ว ซ่งซินนี่มันเป็นหนึ่งในคนที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่ฉันรู้จักมาเลย”

 

 

“ฉันจะส่งผู้หญิงคนนั้นไปอยู่ในที่ที่สมควรอยู่แน่นอน…”

 

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถังหนิงกำลังหมายถึงคุก…

 

 

“ฉันหวังว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างจะราบรื่นนะ”

 

 

กระนั้นพวกเธอไม่จำเป็นต้องรอถึงวันรุ่งขึ้นอีกแล้ว เพราะจากคำให้การของลุงเฉิน ตำรวจได้ตามหากล้องจากรถคันที่เกิดเหตุ พบว่าซ่งซินเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุของผู้อาวุโสซ่ง ดังนั้นเธอจึงถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำทั้งคืน แต่กระนั้นซ่งซินกลับปฏิเสธที่จะพูด เพราะทนายความของเธอเคยสอนเอาไว้ว่าไม่ให้พูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าขณะที่เขาไม่อยู่กับเธอ

 

 

ในคืนนั้น หลังจากโม่ถิงได้รับข่าวเรื่องนี้ เขาเพิ่งจะอาบน้ำให้เด็กๆ เสร็จ ดังนั้นขณะที่เขากำลังเก็บห้องอาบน้ำ เขาเปิดลำโพงโทรศัพท์ของตัวเองและโทรหาลู่เช่อ “ผู้หญิงคนนั้นแค่ถูกกักตัวชั่วคราวเท่านั้น นี่ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของเรา อย่าลืมว่าวัตถุประสงค์สำคัญของเราคือการส่งผู้หญิงคนนั้นเข้าคุก ดังนั้นพรุ่งนี้ให้ทำทุกอย่างตามที่วางแผนไว้แล้วทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องประหลาดใจ”

 

 

“ครับ ท่านประธาน!”

 

 

ถังหนิงมองดูร่างกายอันสูงใหญ่และกำยำของโม่ถิงจากด้านหลัง ในฐานะประธานไห่รุ่ย เขาไม่จำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอหรือลูกๆ ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เขาจะลงมือเองโดยไม่เกี่ยงว่าเรื่องนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน

 

 

ถังหนิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอ่อนไหวเล็กน้อยพลางโถมตัวใส่แผ่นหลังของโม่ถิงและโอบแขนทั้งสองข้างของเธอรอบลำคอของเขา

 

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

 

 

“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเองได้แต่งงานกับสามีที่เก่งสุดๆ เลย”

 

 

“คุณเพิ่งรู้เหรอครับ” โม่ถิงยิ้มพลางลุกขึ้นโดยแบกถังหนิงไว้บนหลังแล้วเดินออกจากห้องน้ำ เขาเดินก้าวอย่างมั่นคงพลางพูดเสริม “ในเมื่อเราจะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตอยู่ด้วยกัน คุณจะได้เห็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อในตัวผมมากกว่านี้อีก”

 

 

ถังหนิงไม่ตอบ เธอทำเพียงแค่อิงหัวไหล่ของเขาและกัดแรงๆ

 

 

“คุณเป็นแม่คนแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่เปลี่ยนนิสัยพวกนี้อีกล่ะ” โม่ถิงไม่ได้โกรธ เขาเพียงแค่นึกขึ้นได้ว่าถังหนิงไม่ได้กัดเขามานานแล้ว

 

 

ถังหนิงปล่อยเขี้ยวก่อนจะแหวกเสื้อของโม่ถิงออกเพื่อดูรอยกัด ขณะที่เธอมองดูมัน เธอพลันรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย “เจ็บไหม”

 

 

โม่ถิงไม่ตอบ เขาเพียงแค่ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพลางพาถังหนิงไปที่เตียง

 

 

ทั้งคู่เป็นเช่นนี้มาตลอด ไม่นับช่วงที่ทั้งคู่อยู่ต่อหน้าสาธารณะ ทันทีที่ทั้งสองกลับมาที่บ้าน พวกเขาจะเป็นคู่ชีวิตที่อีกฝ่ายต้องการมากที่สุดเสมอ

 

 

และตอนนี้ชีวิตของทั้งคู่ก็มีเด็กน้อยน่ารักอีกสองคนด้วย

 

 

 

 

นี่อาจเป็นค่ำคืนที่ไม่มีความสุขที่สุดในชีวิตของซ่งซิน ขณะที่เธอถูกถามซ้ำไปซ้ำมาอยู่ที่สถานีตำรวจจนถึงกลางดึก เธอไม่มีแม้แต้โอกาสที่จะได้กินอาหาร แม้แต่เตียงให้นอนพักก็ไม่มี

 

 

“คุณซ่ง ถ้าคุณยังปิดปากเงียบอยู่แบบนี้ คุณก็มีแต่จะสร้างความยุ่งยากให้พวกเรานะครับ ทำไมคุณถึงไม่ยอมแพ้แล้วเลิกทำแบบนี้เสียที หลักฐานมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว”

 

 

“จนกว่าทนายความของฉันจะมา ฉันจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น” ซ่งซินพูดย้ำเช่นนี้ตลอดทั้งคืน เหล่าเจ้าหน้าที่ได้ยินคำพูดนี้หมายครั้งจนพวกเขารู้สึกว่าหูด้านชาไปหมด

 

 

เจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่สอบปากคำเธอได้แต่กลอกตาไปมาและส่ายศีรษะ “มันจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเองถ้าคุณบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

 

 

ซ่งซินปิดตาลงและแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น

 

 

เจ้าหน้าที่คนนั้นลุกขึ้นและทุบมือลงบนโต๊ะอย่างหมดหนทาง

 

 

“ความตั้งใจของคุณแน่วแน่ดี”

 

 

นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัวของซ่งซิน เพราะเมื่อไม่มีหลักฐาน เธอจะไม่เปิดเผยอะไรทั้งนั้น เพราะหลักฐานที่ตำรวจมีไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอยอมรับผิด

 

 

ไม่นานหลังจากนั้น ทนายความของซ่งซินได้เดินทางมาถึงสถานีตำรวจและจัดการประกันตัวเธอออกมา

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แต่มองดูอาชญากรเดินออกไป แต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ ส่งผลให้รอยยิ้มของซ่งซินนั้นให้ความรู้สึกของความเยาะเย้ยและจองหอง

 

 

เซียวอวี่เหอกำลังยืนรอซ่งซินอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นอีกฝ่ายดูไร้หนทาง เขารีบรุดเข้าไปหาเธอและพาเธอกลับบ้านทันที “กินอะไรก่อนเถอะแล้วค่อยทำอย่างอื่น”

 

 

“ทุกอย่างที่ฉันได้รับวันนี้ ฉันจะเอาคืนเป็นร้อยเท่า”

 

 

ซ่งซินกำลังฝันหวานถึงอนาคต แต่เธอไม่รู้เลยว่าโม่ถิงจะไม่มีวันให้โอกาสใครเป็นครั้งที่สอง

 

 

“พรุ่งนี้คุณวางแผนจะทำอะไรกับไห่รุ่ย” เซียวอวี่เหอถามพลางนั่งลงข้างๆ ซ่งซินและตักอาหารใส่จานให้เธอเพิ่ม “โม่ถิงไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่ายๆ ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกนะ”

 

 

“ไม่ต้องห่วง ไห่รุ่ยไม่มีทางแสดงหลักฐานอะไรได้ทั้งนั้น” ถ้าเป็นเรื่องอื่น ซ่งซินอาจจะไม่แน่ใจนัก แต่ถ้าเป็นเรื่องของฮั่วจิงจิงกับเรื่องปั่นหัวฮว่าเหวินเฟิ่ง เธอรู้ดีว่าต้วนจิ่งหงจะเป็นเพียงคนเดียวที่ต้องรับผิด ดังนั้นมันเกี่ยวข้องกับเธอตรงไหนกัน

 

 

“ไห่รุ่ยจะออกมาทำอะไรโดยไม่มีหลักฐานงั้นเหรอ”

 

 

“ครั้งอื่นฉันไม่แน่ใจ แต่ครั้งนี้ฉันมั่นใจว่าไห่รุ่ยไม่มีหลักฐานแน่นอน เพราะฉันไม่ได้ทำ!” จากนั้นซ่งซินวางชามและตะเกียบลงแล้วพูดเสริม “ฉันจะไปเยี่ยมคุณปู่ที่โรงพยาบาลทีหลัง ฉันไม่เชื่อว่าคุณปู่จะหักหลังฉันอีกคน!”

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด