กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ – ตอนที่ 143 -144: นักขุดทอง?, พ่อแม่ฮ่าวหรัน

อ่านนิยายจีนเรื่อง กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ Reincarnation Of The Businesswoman At School ตอนที่ 143-144 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

ตอนที่ 143: นักขุดทอง?

 

“อ้ายเฉียน คุณลี” กู้หนิงทักทายพวกเขา

 

“คุณกู้ ยินดีที่ได้พบครับ” เล่อเจิ้งหยูทักทายเธอเช่นกัน

 

“สวัสดีครับ ผู้อำนวยการเล่อ คุณอ้าย” ฉินอี้ฟานเดินเข้ามาทักพวกเขา

 

“ยินดีที่ได้พบครับ/ค่ะ คุณฉิน” อ้ายเฉียนและเล่อเจิ้งหยูทักทาย

 

“ฉันกำลังคิดอยู่เลยว่าใครกันนะโดดเด่นจัง เป็นเธอนั่นเอง!” อ้ายเฉียนมองกู้หนิงขำๆ

 

“กลุ่มเราเป็นกลุ่มใหญ่ค่ะ เดินเข้ามาเลยเตะตาคนไปหน่อย” กู้หนิงกล่าว

 

อ้ายเฉียนยิ้ม จากนั้นสังเกตเห็นร่างคุ้นตาร่างหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังกู้หนิง เธอทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

 

“ยี่ นายไม่ชอบงานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้มาอยู่ที่นี่ได้?”

 

“พี่เฉียน เพื่อนผมมากันหมดจะให้ผมอยู่บ้านคนเดียวได้ไง” อ้ายยี่ตอบ

 

กู้หนิงประหลาดใจที่อ้ายยี่และอ้ายเฉียนรู้จักกัน พวกเขาคงเป็นลูกพี่ลูกน้องกันสินะ!

 

“เอาเถอะ! ขอให้สนุกกันนะจ๊ะ พวกพี่ต้องไปทักทายคนอื่นอีก” อ้ายเฉียนเองก็อยากอยู่คุยกับกู้หนิงแต่เล่อเจิ้งหยูจำเป็นต้องสังสรรค์กับเพื่อนของเขา ในฐานะคู่ควงของเขา เธอต้องตามเขาไปด้วย

 

หลังจากนั้นอ้ายเฉียนและลีเจิงหยูก็พากันจากไป

 

ฉินอี้ฟานพากู้หนิงและคนอื่นไปที่โซฟา ฉินซีหุนเข้าใจว่าเขากำลังยุ่ง ดังนั้นเขาจึงเสนอขึ้นมาว่า

 

“พี่ไปต้อนรับแขกคนอื่นเถอะ ทางนี้ผมจัดการเอง”

 

“เอางั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายนะ ขอตัวก่อน” ฉินอี้ฟานอยากคุยกับกู้หนิง แต่คืนนี้เขาเป็นเจ้าบ้านจึงต้องดูแลแขกคนอื่นๆอีก เขาบอกฉินซีหุนให้ดูแลเพื่อนๆให้ก่อนที่จะเดินจากไป

 

เมื่อเห็นว่าในที่สุดฉินอี้ฟานก็อยู่ตามลำพัง หญิงสาวบ้านรวยทั้งหลายก็ตรงดิ่งเข้ามาพูดคุยกับเขาแทบจะทันที ด้วยความสุภาพ ฉินอี้ฟานจึงต้องทำตัวเป็นสุภาพบุรุษถึงแม่ภายในใจเขาจะไม่ชอบพวกหล่อน

 

“พวกเธออยากดื่มอะไร? ฉันจะไปเอามาให้” ฉินซีหุนถาม

 

“ไวน์แดง” กู้หนิงตอบ

 

“ฉันด้วย” ฉู่เพ่ยหานตอบ

 

“ของฉันน้ำส้ม ขอบคุณ!” หยูหมิงซีขอน้ำส้ม เธอยังไม่ชินกับการดื่มไวน์

 

เด็กหนุ่มที่เหลือก็ขอไวน์แดงเช่นเดียวกัน

 

มีผู้ชายหลายคนอยากจะเข้ามาสนทนากับสาวๆ แต่ฉินซีหุนและเด็กหนุ่มคนอื่นอยู่ข้างกายเด็กสาวตลอดเวลา พวกเขาทำตัวเหมือนบอดี้การ์ดทั้งนั่งและยืนล้อมสาวๆเอาไว้ จึงไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าเข้ามาใกล้ และผู้หญิงที่อยากจะคุยกับหนุ่มๆต่างก็ได้แต่ยืนมองอยู่ไกลๆ

 

“พวกนายอยู่นี่กันหมดก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยกับพวกเราพอดี” ฉู่เพ่ยหานพูดติดตลก

 

“ฉันไม่คิดว่าผู้ชายที่สุ่มคุยกับสาวสวยไปทั่วจะเป็นสุภาพบุรุษ อีกอย่างดูหน้าพวกเขาแล้ว ฉันคิดว่าพวกเราหล่อกว่ามาก!” ฉินซีหุนกล่าว

 

“ใช่ พวกเราทั้งเด็กกว่าหล่อกว่า พวกเธอยังไม่พอใจอีกเหรอ?” ฮ่าวหรันพูดบ้าง

 

“ก็พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่ เห็นหน้ากันทุกวัน เบื่อขี้หน้าจะแย่” ฉู่เพ่ยหานกล่าว

 

ฉินซีหุนและเด็กหนุ่มคนอื่นต่างพูดไม่ออก

 

ในขณะนั้นก็มีใบหน้าคุ้นเคยปรากฏขึ้นมา เป็นฉินเจิ้ง

 

ครอบครัวฉินเจิ้งไม่ได้รวยมากแต่ก็ถือว่ามีอิทธิพลอยู่บ้าง ดังนั้นครอบครัวของเขาจึงได้รับจดหมายเชิญมางานเลี้ยงนี้ด้วย

 

สำหรับนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินไม่กี่สิบล้านหยวน พวกเขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับจดหมายเชิญ แขกที่นี่ล้วนเป็นเศรษฐีหรือไม่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของรัฐบาล คนที่เป็นเศรษฐีล้วนมีทรัพย์สินหลายร้อยล้านหยวนในขณะที่คนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐอย่างน้อยก็ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการแผนก

 

ครอบครัวฉินเจิ้งก็นามสกุลฉินเช่นเดียวกัน แต่พวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวฉินอี้ฟานแต่อย่างใด

 

ฉินเจิ้งเป็นเด็กหนุ่มรูปหล่อ รูปร่างสูงโปร่ง เขาสวมสูทแบบทางการและดูโตเป็นผู้ใหญ่ สาวๆหลายคนต่างถูกเขาดึงดูดด้วยเช่นกัน

 

“เขามาทำอะไรที่นี่? หรือมาเพื่อขุดทองจับลูกสาวเศรษฐี?” ฮ่าวหลันเปิดปากถามอย่างสงสัย

 

“ฮ่า ฮ่า” ได้ยินแบบนั้น กู้หนิงและเพื่อนคนอื่นพากันหัวเราะเสียงดัง พวกเขารู้ว่าฮ่าวหลันพูดเล่น แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธ

 

พ่อแม่มางานเพื่อสร้างเครือข่าย และลูกๆของพวกเขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียวกันคือการสร้างหรือสานสัมพันธ์กับคนรุ่นลูกของครอบครัวเศรษฐีหรือเจ้าหน้าที่รัฐ

 

ถ้ามีใครสามารถพัฒนาสานสัมพันธ์จนถึงขั้นแต่งงานได้คงเป็นเรื่องที่ดียิ่ง ทุกคนต่างมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียวกันนี้ ผลประโยชน์เป็นแรงจูงใจชั้นยอด

 

ฉินเจิ้งยอมอยู่กับกู้เซียวเซียวแน่นอนเป็นเพราะครอบครัวของเธอ ถึงแม้ครอบครัวของกู้เซียวเซียวจะเทียบไม่ได้กับผู้หญิงที่อยู่ในงานเลี้ยงนี้ เธอก็เป็นสิ่งเดียวที่ฉินเจิ้งได้มาครอง และลูกสาวเศรษฐีต่างพากันเฉยๆกับครอบครัวของเขา

 

ถ้าเป็นเพียงเพื่อนสนิทใกล้ชิดกับฉินเจิ้งก็พอไหว แต่คนระดับลูกสาวเศรษฐีตัวจริงไม่มีใครต้องการแต่งงานกับเขา

 

ไม่นาน ฉินเจิ้งก็สังเกตเห็นกู้หนิงและคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นกู้หนิงเขาตะลึงในความสวยของเธอ

 

เขาพลันตระหนักว่ากู้หนิงเป็นเพื่อนฉินซีหุน ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ เขารู้ว่าเธอเป็นคนสวย แต่คืนนี้เธอดูสวยจนน่าตื่นตะลึงและน่าหลงใหลยามที่เธอได้แต่งหน้าแต่งตัว

 

ตอนนี้ฉินเจิ้งตกหลุมรักเธอจนหมดใจ เขานึกเสียใจที่เลิกกับเธอ

 

อีกอย่างเขาไม่แคร์ว่าครอบครัวกู้หนิงจะเป็นอย่างไรอีกแล้วในตอนนี้ เขาเข้าใจหัวใจตัวเองแล้วว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าแล้วจริงๆ

 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าพอที่จะเดินเข้ามาคุยกับเธอ

 

ฉู่เพ่ยหานเดินเข้ามาหากู้หนิงด้วยความยินดีกับความโชคร้ายของฉินเจิ้ง “ดูเขาจ้องเธอสิ! เขาต้องเสียใจมากแน่!”

 

อันที่จริงฉู่เพ่ยหานไม่เข้าใจว่าทำไมกู้หนิงที่เฉลียวฉลาดถึงเคยเดตกับฉินเจิ้งมาก่อน ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริงฉู่เพ่ยหานก็ไม่อยากจะเชื่อ

 

ถ้ากู้หนิงยังเป็นกู้หนิงคนเดิม เธอคงยังอยู่กับฉินเจิ้ง แต่วันนี้กู้หนิงได้เปลี่ยนไปแล้วจากอดีต

 

กู้หนิงเอาแต่ยิ้ม เธอไม่พูดอะไร

 

เธอเองก็สังเกตเห็นร่องรอยความเสียใจที่ฉายอยู่บนหน้าของฉินเจิ้ง แต่เธอไม่สนใจเลยสักนิด เธอไม่เคยศรัทธาในตัวเขา

 

ไม่กี่นาทีถัดมาอ้ายกวงเหยาก็มาถึง นาทีที่เขาปรากฏตัวก็มีน้ำเสียงแดกดันของผู้ชายดังขึ้น

 

“โอ้ นั่นใช่ประธานเจิ้งหัวเรียลเอสเตทไม่ใช่หรือ? ผมได้ยินมาว่าคุณขายบริษัทไปแล้วแต่ยังได้นั่งเป็นประธานบริษัทต่อไปอีก ยินดีด้วยนะครับ!”

 

ยินดีด้วย?

 

อ้ายกวงเหยาเกือบล้มละลาย แต่ผู้ชายคนนี้ยังยินดีกับเขา?

 

เห็นได้ชัดว่าผู้ชายคนนี้จงใจล้อเลียนอ้ายกวงเหยา และทุกคนที่อยู่ในงานเลี้ยงนี้รู้เรื่องนี้

 

โลกธุรกิจเปรียบเสมือนสนามรบ น้อยคนนักที่จะมีเพื่อนดีๆสักหนึ่งคน ดังนั้นไม่ใช่เฉพาะแต่ชายคนนี้ แต่ยังมีนักธุรกิจอีกหลายคนดีใจที่เห็นอ้ายกวงเหยาประสบปัญหา

 

ตอนที่ 144: พ่อแม่ฮ่าวหรัน

 

อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนอื่นที่ไม่ชอบพฤติกรรมของชายผู้นี้เช่นกัน วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้คุณฉิน เขาไม่ควรทำให้อ้ายกวงเหยาไม่พอใจเพราะนั่นอาจทำให้ตระกูลฉินมองเขาในด้านลบได้

 

ผู้ชายคนนี้มีชื่อว่าอู๋เหลียนฉิน ประธานสาขาของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ในเมือง F เขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอ้ายกวงเหยา

 

สาขานี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และมีทรัพย์สินประมาณหนึ่งพันล้านหยวน อู๋เหลียนฉิน ในฐานะประธานถือหุ้น 25% ของสาขานี้ เขามีสินทรัพย์ราวสองหรือสามร้อยล้านหยวน

 

อู๋เหลียนฉินเป็นคนทะเยอทะยาน เขาวางแผนที่จะซื้อเจิ้งหัวเรียลเอสเตทเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเอง แต่เขาไม่เต็มใจที่จะจ่ายในราคาที่สมเหตุสมผล ดังนั้นกู้หนิงจึงคว้าโอกาสนี้ไว้

 

อ้ายกวงเหยาหงุดหงิดแต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า เขาตอบกลับว่า “โอ้ ผมเกือบล้มละลายเลยทีเดียว แต่ประธานอู๋ยังยินดีกับผม น่าสนใจจริงๆ!”

 

“ประธานอ้าย อย่าเพิ่งโมโหผมซี ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเลยครับ ที่ผมยินดีกับคุณเพราะคุณยังรักษาตำแหน่งประธานเจิ้งหัวไว้ได้ต่างหาก” อู๋เหลียนฉินอธิบาย แน่นอนว่าเขายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้

 

“ประธานอู๋ ผมไม่คิดว่าผมต้องอธิบายเรื่องนี้กับคุณนะ คุณยินดีกับผมเพราะผมยังรักษาหน้าที่การงานของผมเอาไว้ได้ในฐานะประธานบริษัท แต่เอาเถอะยังไงผมก็สามารถรักษาตำแหน่งของผมไว้ได้ถึงแม้จะขายบริษัทไปแล้ว ผมไม่ต้องไปเป็นลูกจ้าง และบริษัทก็ยังเป็นของผมอยู่” อ้ายกวงเหยากล่าว

 

“คุณ…” อู๋เหลียนฉินไม่รู้จะพูดอะไร เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองได้แสดงอาการหยาบคาบออกมา เขาอยากจะทำให้อ้ายกวงเหยาอับอายแต่กลับกลายเป็นว่าตัวเองถูกทำให้เป็นตัวตลกแทน

 

“ประธานอ้าย ถ้าคุณยังยืนกรานจะพูดแบบนั้นผมเองก็คงทำอะไรไม่ได้”

 

จากนั้นอู๋เหลียนฉินก็เดินจากไปเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อ

 

อ้ายกวงเหยาปล่อยเขาไป มันไม่เหมาะที่จะมีเรื่องในงานเลี้ยงวันเกิดคุณฉิน

 

เขาหันกลับมาและสังเกตเห็นกู้หนิงและเพื่อนของเธอ อ้ายกวงเหยารู้สึกทึ่งกับชุดของกู้หนิง เด็กสาวคนนี้มักมีเรื่องให้เขาประหลาดใจอยู่เนืองๆ

 

อ้ายกวงเหยาสาวเท้าเดินเข้าไปหา อ้ายยี่ทักพ่อของเขา คนอื่นๆก็ทำแบบเดียวกัน

 

ในที่สาธารณะอ้ายกวงเหยาปกปิดเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับกู้หนิงเอาไว้ ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติกับเธอแบบเดียวกับคนรุ่นลูกของเขา

 

ผ่านไปสักพัก ก็มีคู่ชายหญิงย่างเท้าเดินเข้ามาหาพวกเขา แต่ยังไม่ทันได้เข้ามาใกล้ ฝ่ายหญิงก็เปิดปากพูดขึ้นก่อนว่า

 

“ฮ่า อยู่นี่เอง แม่บอกลูกให้มากับพวกเราแต่ลูกปฏิเสธ แม่นึกว่าลูกไม่สนใจงานเลี้ยงซะอีก ไม่คิดว่าลูกจะมากับเพื่อน”

 

ฮ่าวหรันตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ก็เพราะผมไม่อยากมากับคุณไงครับ คุณผู้หญิง! ผมอยากมากับเพื่อน”

 

อ่า ผู้ชายผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือพ่อแม่ฮ่าวหรัน

 

“ลูกไม่อยากเจอแม่เหรอจ๊ะ? ที่รัก ดูเขาสิคะ ลูกชายของเราไม่ชอบพวกเรา” ผู้หญิงตรงหน้าคร่ำครวญเหมือนเด็ก เธองอแงกับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างตัว

 

อืม…

 

กู้หนิงและคนอื่นต่างนิ่งเป็นหิน ผู้หญิงคนนี้คือแม่ฮ่าวหรัน? เธอน่ารักมาก!

 

อย่างไรก็ตามทั้งฮ่าวหรันและพ่อของเขา ฮ่าวจงหลงกรอกตาไปมาหนึ่งครั้ง ฮ่าวหรันพูดว่า

 

“แม่ ในที่สาธารณะช่วยทำตัวเหมือนคนปกติได้ไหม?”

 

“ลูกพูดอะไรน่ะ?” จู่ๆแม่ของฮ่าวหรันก็เปลี่ยนสีหน้าเหมือนกำลังหงุดหงิด

 

กู้หนิงและคนอื่นๆรู้สึกประหลาดใจอีกครั้งกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของแม่ฮ่าวหรัน

 

“ประธานอ้าย ได้โปรดอย่าถือสาเธอเลยครับ” ฮ่าวจงหลงไม่สนใจฮ่าวหรันและภรรยาของเขา เขาพูดกับอ้ายกวงเหยาแทน

 

“ประธานฮ่าว ยินดีที่ได้พบครับ! ผมไม่ถือสาเลยครับ” อ้ายกวงเหยาตอบ เขาจับมือทักทายฮ่าวจงหลง

 

ฮ่าวจงหลงทำธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมอาหารด้วยทรัพย์สินกว่าห้าร้อยล้านหยวน บริษัทของเขาถูกจันอันดับตามหลังเจิ้งหัวเรียลเอสเตท ทั้งสองครอบครัวไม่มีข้อขัดแย้งในทางธุรกิจ ดังนั้นพวกเขาจึงเข้ากันได้ดี

 

นอกจากนี้อ้ายกวงเหยาและฮ่าวจงหลงก็พบว่าลูกชายของตัวเองเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน พวกเขาจึงกลายเป็นเพื่อนกันไปโดยปริยาย

 

“ยินดีที่พบค่ะคุณฮ่าวและคุณนายฮ่าว” กู้หนิงและคนอื่นทักทายพวกเขา

 

เมื่อคุณนายฮ่าวสังเกตเห็นเด็กสาวทั้งสามคน ประกายตาเธอสว่างไสว

 

“พวกเธอช่างสวยกันจริงๆเลยจ๊ะ! มีใครในนี้ชอบลูกชายน้าหรือเปล่าจ๊ะ? พวกเธออยากแต่งงานกับลูกชายน้าไหม?”

 

สิ้นประโยคคุณนายฮ่าว ทุกคนต่างนิ่งในบัดดล

 

“แม่…” แม้แต่ฮ่าวหรันยังตั้งหลักไม่ทัน

 

“เอาล่ะ เลิกรบกวนเด็กๆได้แล้ว เราไปทักทายคนอื่นทางนั้นกัน มาเถอะ” ฮ่าวจงหลงดึงภรรยาเขาหนีไปอีกทาง เพื่อไม่ให้เธอทำให้เด็กๆประหลาดใจอีก

 

“โอ๊ะ เดี๋ยวก่อนสิคะ” คุณนายฮ่าวยังอยากจะคุยกับเด็กๆ แต่เธอถูกสามีดึงไปอีกทางอย่างไว

 

“เอ่อ แม่ฉันชอบทำตัวเหมือนเด็กบางครั้งน่ะ อย่าสนใจเธอเลย” ฮ่าวหรันอธิบาย

 

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันคิดว่าแม่นายน่ารักดี” กู้หนิงพูด

 

“เอาล่ะ ลุงต้องไปคุยกับเพื่อนเหมือนกัน พวกเธอก็สนุกกันให้เต็มที่เลยนะ” พูดจบอ้ายกวงเหยาก็เดินจากไปอีกคน

 

ถึงแม้อ้ายหวงเหยาจะไม่ใช่เจ้าของเจิ้งหัวเรียลเอสเตทแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นประธานบริษัทที่มีสิทธิบริหารจัดการดูแล ดังนั้นนักธุรกิจพาร์ทเนอร์ทั้งหลายจึงยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาไว้เหมือนเช่นที่ผ่านมา

 

หลังจากนั้น กู้หนิงและเพื่อนของเธอก็กลับไปกินและดื่มกันอย่างสนุกสนานเฮฮา

 

“มู่เค่อ ฉันยังไม่เห็นพ่อแม่นายเลย” ฮ่าวหรันถาม ตอนนี้เกือบสองทุ่มแล้ว แต่พ่อแม่ของมู่เค่อยังไม่โผล่มา

 

“พ่อฉันเดินทางไปทำงานน่ะ เขาไม่ว่างมาเลยให้เลขามาแทน” มู่เค่อตอบ

 

อีกไม่กี่นาทีก็สองทุ่ม พ่อของฉินอี้ฟาน ‘ฉินฮ่าวเจิ้ง’ ก็มาถึง

 

ฉินฮ่าวเจิ้งอยู่ในชุดเสื้อคลุมจีนสีดำ เขาอายุหกสิบแต่ยังแข็งแรงและกระฉับกระเฉง

 

มีผู้หญิงอีกคนในวัยห้าสิบต้นๆ ทางด้านขวาของฉินฮ่าวเจิ้ง เธออยู่ในชุดกี่เพ้าสีแดงเข้ม สีเสื้อผ้าของเธอเข้ากันกับเขา เธอเป็นภรรยาของฉินฮ่าวเจิ้ง แม่ของฉินอี้ฟาน

 

ส่วนทางด้านซ้ายของฉินฮ่าวเจิ้ง มีผู้หญิงคนหนึ่งในวัยสามสิบปลาย เธออยู่ในชุดกี่เพ้าสีแดงกุหลาบ ผู้หญิงคนนี้คือพี่สาวคนโตของฉินอี้ฟาน ‘ฉินอี้ฉิง’

 

ฉินฮ่าวเจิ้งและภรรยามีลูกชายตอนที่พวกเขาอายุมากแล้ว นั่นคือฉินอี้ฟาน ดังนั้นพวกเขาจึงค่อนข้างสปอยเขาตั้งแต่เขายังเด็ก แต่เรื่องการศึกษาพวกเขาค่อยข้างเข้มงวด ฉินอี้ฟานจึงได้รับการศึกษาที่ดีและไม่เสียคน เขาโตขึ้นมาเป็นคนหนุ่มที่มีคุณภาพเลยทีเดียว

 

ตอนนี้ฉินอี้ฟานค่อยๆก้าวเข้ามาดูแลธุรกิจครอบครัวของเขา

 

นาทีที่ฉินฮ่าวเจิ้งปรากฏตัว ทุกคนในงานเลี้ยงต่างเงียบเสียงลง และมุ่งความสนใจมาที่เขา

 

หลังจากปราศรัยกันพอเป็นพิธี ก็ถึงเวลามอบขวัญ

 

กลุ่มแรกเป็นคนจากตระกูลฉิน น้องชายของฉินฮ่าวเจิ้ง พ่อของฉินซีหุน ‘ฉินฮ่าวจื่อ’

 

ฉินฮ่าวจื่อเป็นเลขาธิการทั่วไปในคณะกรรมการของเมือง F

 

กู้หนิงไม่รู้ว่าพ่อของฉินซีหุนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงจนกระทั่งเดี่ยวนี้

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด