นครแห่งบาป City of Sin – เล่ม 1 ตอนที่ 68 ไนท์

อ่านนิยายจีนเรื่อง นครแห่งบาป City of Sin ตอนที่ 68 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

ถัดไปทางทิศตะวันออกของลานกว้างมีหอคอยสูงตระหง่านที่มีความสูงกว่า 120 เมตร บัลลิสต้า*ขนาดใหญ่วางอยู่ด้านบนของหอคอยโดยมีไนท์สองคนยืนเฝ้าอยู่ด้านข้างเพื่อสังเกตการณ์บริเวณรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง ทั้งวงเวทย์เทเลพอร์ตและลานบินของยานพาหนะต่างก็อยู่ในระยะการยิงทำให้สามารถปกป้องน่านฟ้ากว้างใหญ่จากการรุกรานของศัตรูได้

*บัลลิสต้า = หน้าไม้ขนาดใหญ่

ฐานและบันไดของหอคอยดูค่อนข้างใหม่ราวกับเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ ทว่าตัวของหอคอยนั้นดูไม่ใหม่นัก มันเต็มไปด้วยร่องรอยมากมายที่หลงเหลือจากการต่อสู้ ส่วนฐานปืนที่หล่อด้วยโลหะของอาวุธบัลลิสต้านั้นมีหลายจุดที่ต้องได้รับการซ่อมแซม เห็นได้ชัดว่าเพิ่งมีการต่อสู้เกิดขึ้นภายในหอคอยเมื่อไม่นานมานี้

 

ขนาดของเกาะนี้ไม่ใหญ่นัก มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 500 เมตร โดยพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของเกาะเป็นภูมิประเทศที่ไม่สม่ำเสมอ จุดสูงสุดทางทิศเหนือนั้นอยู่สูงกว่าลานที่เขายืนถึง 50 เมตร เมื่อเขาได้ก้าวเข้าสู่พื้นที่ของเกาะจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าภายในเกาะนั้นไม่มีอะไรใกล้เคียงกับในแบบจำลองเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ไม่ว่าจะเป็นโมเดลในแบบจำลองหรือเมื่อเขามองไปยังที่ราบนิรันดรจากเฟาสต์ ทุกอย่างที่เขามองเห็นนั้นล้วนเป็นทิวทัศน์ที่งดงามและร่มรื่น พื้นที่ในเฟาสต์ทั้งหมดดูเหมือนจะมีสภาพแบบเดียวกันแต่อยู่ต่างระดับกันเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม ริชาร์ดเห็นได้ว่ายอดเขาที่สูงที่สุดนั้นเป็นภูเขาไฟและมันยังปะทุอยู่ ! ปากปล่องภูเขาไฟที่ปกคลุมไปด้วยเถ้าสีเทาซีดนั้นพ่นควันหนาออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ในทางตรงกันข้าม ผืนป่าที่อยู่ด้านล่างของภูเขากลับมีเฉดสีเขียวซึ่งแตกต่างจากสีเทาเยือกเย็นของภูเขาไฟที่อยู่ด้านหลังอย่างชัดเจน

 

มีปราสาทโบราณที่ยิ่งใหญ่และสง่างามหลังหนึ่งตั้งอยู่ตรงเชิงภูเขาไฟบริเวณท่ามกลางภูมิประเทศที่เป็นลูกคลื่น กำแพงสีเข้มที่ล้อมรอบมียอดแหลมที่สูงพอ ๆ กับยอดของภูเขาไฟและมันดูคล้ายคลึงกับปราสาทแบล็คโรส ถึงแม้ว่าออร่าความสง่างามและมั่นคงในความทรงจำของริชาร์ดจะถูกแทนที่ด้วยความดุร้ายและน่ากลัวไปแล้วก็ตาม แต่อาคารหลายหลังที่ตั้งอยู่ด้านนอกปราสาทนั้นถูกสร้างขึ้นในลักษณะเดียวกันและรวมกลุ่มกันอยู่อย่างแออัด ส่วนมากมีผนังหนา ๆ และหน้าต่างแคบ ๆ ที่สามารถใช้เป็นหลุมหลบภัยที่ดีได้หากอยู่ในภาวะสงคราม ป้อมปราการสำหรับยิงธนูมากมายตั้งตระหง่านอยู่ตามจุดที่มีความได้เปรียบสูง ซึ่งนั่นครอบคลุมทั้งเกาะให้อยู่ภายในระยะการยิงโดยไม่มีสาเหตุ กลิ่นของกำมะถันที่กระจายอยู่ในอากาศนั้นให้ความรู้สึกคุ้นเคย

 

ขณะที่ริชาร์ดกำลังมองภูเขาไฟอยู่นั้น ชีพจรของเขาก็เต้นเร็วมากและมันก็เร็วขึ้นเรื่อย ๆ

 

ไนท์หุ้มเกราะสองคนเดินเข้ามารับตัวลาวาและม้าศึกไป จากนั้นมอร์เดร็ดก็เดินนำเขาไปยังปราสาท

 

แม้ว่าเส้นทางไปยังปราสาทนั้นจะกว้างขวางแต่มันก็คดเคี้ยวไปตลอดทาง เขามองเห็นหอคอยที่แข็งแรงในทุกหัวมุม ซึ่งแต่ละหอคอยมีปลายท่อแบนและยาวจำนวนมากเล็งไปที่ถนน ลูกธนูที่อยู่ภายในสามารถพุ่งทะลุเกราะหนักของไนท์ที่อยู่ในระยะ 10 เมตรได้อย่างง่ายดาย

 

ประชากรที่นี่กลุ่มเล็กกว่าที่เฟาสต์อย่างเห็นได้ชัด ที่นี่มีผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่ง แต่มีวอริเออร์จำนวนมากเป็นพิเศษ

 

เส้นทางจากลานกว้างไปยังปราสาทนั้นยาวเพียงไม่กี่ร้อยเมตรทว่าเขาได้เห็นวอริเออร์ที่มีรูน 2 อันอยู่บนร่างกายแล้วอย่างน้อย 6 คน แม้ว่าพวกเขาจะมีคุณสมบัติไม่มากพอให้ถูกเรียกว่ารูนไนท์ แต่พวกเขาก็เป็นทหารราบที่เก่งกาจ ยิ่งไปกว่านั้น วอริเออร์กลุ่มนี้อายุยังน้อย พวกเขาจึงยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก และหากร่างกายของพวกเขาสามารถรองรับรูนได้อีกสัก 1 อัน พวกเขาก็จะมีคุณสมบัติมาตรฐานที่จะเป็นรูนไนท์ได้ ตามมาตรฐานของไนท์ที่มีรูนได้ 5 อันนั้น พวกเขายังคงต้องพัฒนาอีกมาก และเพื่อให้สามารถรับได้อีก 2 รูนที่เหลือจะต้องใช้เวลา 1 ปีในการฝึกพิเศษก่อนที่พวกเขาจะออกรบได้จริง อย่างไรก็ตาม มีม้าศึกที่สามารถรองรับรูน 2 อันไว้ในตัวได้แม้ว่าจะพบได้ไม่ง่ายนักเพราะม้าศึกที่ทำแบบนี้ได้อาจมีค่ามากกว่าทหารราบ 10 นายเสียด้วยซ้ำ และความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของมันก็จะไม่อยู่ในระดับเดียวกันกับมาสเตอร์ของมัน ตามหลักการก็คือรูนไนท์มักจะมีช่องรูน 4 ช่องอยู่ที่ตนเองและอีกอันจะอยู่ที่ม้าของเขา

 

ลาวาถือเป็นข้อยกเว้น ม้าตัวผู้ตัวนี้มีรูนขนาดใหญ่อยู่บนร่างกายของมันถึง 4 อัน ! ซึ่งทำให้มันจัดอยู่ในระดับเดียวกันกับดาร์กมูนเอมเบอร์และดาร์กมูนแบล็คเฟลมของกาตอน

 

เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เขาได้มาเห็นจนถึงตอนนี้ ริชาร์ดก็รู้สึกเหมือนเกาะนี้เป็นป้อมปราการแข็งแรงที่ลอยได้และพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้น ตระกูลอาเครอนเป็นตระกูลของนักรบและกาตอนเองก็เพิ่งจะเข้าสู่เฟาสต์ได้ไม่นาน ดังนั้นคงจะแปลกน่าดูหากเขาได้ทำการออกแบบมันใหม่ให้เป็นเหมือนกับราชวังและสวนหลายแห่งในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ริชาร์ดก็เริ่มสงสัยว่าเกาะอันดับสุดท้ายในชั้นที่ 7 จะเป็นอย่างไร

 

ประตูปราสาทเริ่มเปิดออกอย่างช้า ๆ ด้วยตัวของมันเองโดยไม่มีคำสั่งจากมอร์เดร็ด ด้านหลังประตูเป็นลานเปิดโล่งขนาดเล็กที่มีกำแพงสูง 10 เมตรล้อมรอบ ตัวกำแพงมีป้อมปราการสำหรับยิงธนูติดอยู่ทำให้สามารถเล็งเป้าหมายที่อยู่ภายในได้ สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าประตูของปราสาทจะไม่ถูกบุกรุกอย่างแน่นอน ใครก็ตามที่พยายามทำเช่นนั้นจะได้เข้าสู่ลานนี้เพียงเพื่อพบกับจุดจบของตนเอง

 

ภายในปราสาทค่อนข้างมืดทำให้ต้องใช้ตะเกียงเวทมนตร์หรือตะเกียงน้ำมันเพื่อส่องทาง  และทางเดินที่พวกเขากำลังเดินอยู่ก็เป็นทางที่หมุนวนและซับซ้อนมากกว่าจะกว้างขวาง ตลอดทางเดินเต็มไปด้วยห้องมืดหลายห้องและอาวุธที่มีระดับแตกต่างกัน มีโล่โลหะสี่เหลี่ยมและหนามากมายวางพิงอยู่กับผนัง  อาวุธเหล่านั้นถูกขัดเงาจนมองเห็นภาพสะท้อนของพวกเขาบนโล่ได้ ความคมและแสงวิบวับเหล่านั้นทำให้เห็นได้ชัดว่าอาวุธที่น่าสะพรึงกลัวพวกนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการประดับตกแต่งอย่างแน่นอน ในยามจำเป็น พวกเขาสามารถเอาโล่เหล่านี้จัดเรียงเพื่อใช้เป็นหลุมหลบภัยที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพได้ ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลประโชน์ในการต่อสู้กับศัตรูตั้งแต่แรกแล้ว

 

ชั้นล่างของปราสาทประกอบไปด้วยโรงเก็บของ ยุ้งฉาง คลังเก็บอาวุธ รวมทั้งเส้นทางลับหลาย ๆ เส้นทาง ห้องพักและห้องนั่งเล่นอยู่ด้านบนซึ่งริชาร์ดก็ได้เจอพ่อของเขาเมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องบัญชาการที่ชั้น 4

 

แท่นหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องบัญชาการนั้นส่องแสงเวทมนตร์ออกมาจาง ๆ แสงริบหรี่สีเหลืองอ่อนลอยอยู่เหนือแท่นหินนั้นประมาณ 10 เมตร แสดงให้เห็นแผนที่สามมิติของสถานที่แห่งหนึ่ง  และด้วยความที่วิชาภูมิศาสตร์เป็นวิชาบังคับในดีพบลู นั่นจึงทำให้ริชาร์ดย่อมสามารถบอกได้ทันทีหากพื้นที่ขนาดใหญ่นี้อยู่ในทวีปนัวแลนด์ อย่างไรก็ตาม แผนที่นั้นแปลกตามากและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ก็ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก ไม่มีทางที่สถานที่แห่งนี้จะเป็นแผ่นดินใหญ่ของนัวแลนด์ได้อย่างแน่นอน

 

นอกจากกาตอนแล้วในห้องบัญชาการยังมีคนอื่นอยู่อีก 4 คน ซึ่งคนที่ดูแปลกมากที่สุดก็คือผู้ชายที่เหมือนอยู่ในวัย 40 ปี เขาดูมีความศรัทธาและสวมเสื้อคลุมเคลริคซึ่งมีรอยเย็บที่ขาดวิ่นอยู่บนแขนเสื้อ คัมภีร์ศาสนาเล่มหนาห้อยออกมาจากซิปทองแดงบนเสื้อคลุมของเขา ทว่าปกสีดำและรูปดอกกุหลาบสีทองแดงที่สลักอยู่บนนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนาของเขาเลย

ทางด้านขวาของเคลริคเป็นผู้ชายรูปร่างแข็งแกร่งที่มีร่างสูงอย่างน้อย 2 เมตรครึ่ง ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัว ชุดเกราะหนังที่เขาสวมใส่อยู่นั้นเผยให้เห็นรอยสักที่หนาแน่นภายใต้ขนหนาบนแขนและหน้าอก รอยสักเหล่านั้นเสริมภาพลักษณ์ที่ดุร้ายของเขาให้ยิ่งดุร้ายมากขึ้นไปอีกทว่าสำหรับริชาร์ดแล้วพวกมันมีผลกระทบที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เขาสามารถบอกได้จากการมองเพียงครั้งเดียวว่ารอยสักเหล่านั้นไม่ใช่รอยสักธรรมดาทั่วไป — มันคือรูนระดับ 3 ! เมื่อดูจากร่างกายที่แข็งแกร่งกำยำของผู้ชายคนนี้แล้ว เขาน่าจะสามารถรับรูนได้ถึง 5 อันหรืออาจรับได้มากกว่านั้นเลยทีเดียว !

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด