เด็กอัจฉริยะ แม่ลึกลับ – บทที่ 185 หนิงเส่าหลงเป็นพิเศษ

อ่านนิยายจีนเรื่อง เด็กอัจฉริยะ แม่ลึกลับ ตอนที่ 185 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

เมื่อเห็นว่าเธอพูดถึงขนาดนี้ ก็หาเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ได้

ก็พูดกับหนิงเส่าเฉินว่า “งั้นเราไปนั่งด้วยกันไหม?”

หนิงเส่าเฉินพยักหน้า

จากนั้นทั้งสามก็ไปที่ร้านน้ำชาสไตล์จีนตะวันตกที่อยู่ในเมือง

ตอนเย่หลินพวกเธอมา ให้คนขับรถชั่วคราวที่หนิงเส่าเฉินหามาเป็นคนมาส่ง เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไร เย่หลินจึงบอกให้พวกเขากลับไปก่อน ในตอนนี้ ถึงได้นั่งรถของซู่ซู่กลับไป

เมืองsเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง ในทุกปีนอกจากจะมีนักท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศอีกด้วย ดังนั้น ที่นี่ถึงได้มีร้านอาหารที่ผสมความเป็นจีนและตะวันตกอยู่มาก

และร้านนี้ ครั้งที่แล้วที่มาตามหาเกาไห่ หนิงเส่าเฉินก็เคยพาเธอมาแล้ว ถึงแม้จะเทียบกับเมืองcไม่ได้ แต่ก็ถือว่าหรูหรามาก ที่จำได้ดีเลยคือ อาหารแพงมาก

เมื่อเห็นเย่หลินที่ถูกผู้ชายโอบเอวไว้ ผู้หญิงสามคนที่นั่งอยู่บนที่ ก็มองหน้ากัน แล้วพูดพร้อมกันว่า “เย่หลิน?”

เนื่องจากหนิงเส่าเฉินก้มหน้าลง หลายคนจึงมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของเขา เมื่อเห็นเขาไม่ได้มีท่าทีว่าจะทักทาย ทุกคนก็หุบปาก

เย่หลินพยักหน้าและยิ้ม เธอควรยิ้มไหม? คนที่ไม่ได้เจอกันมากกว่าสิบปียังสามารถจำเธอได้ทันทีแบบนี้

เมื่อมองย้อนกลับไปยังเหล่าผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าเธอ เธอกลับจำได้แค่เลือนราง ถึงขนาดเรียกชื่อไม่ออกเลยด้วยซ้ำ จึงอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ รู้สึกเสียใจที่ตามซู่ซู่มาทันที

“นั่งคุยกันก่อน นั่งก่อน” จากนั้นทุกคนก็นั่งล้อมโต๊ะครึ่งวงกลม

หนิงเส่าเฉินนั่งลงข้างเย่หลิน ในตำแหน่งที่อยู่นอกสุด

ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ไม่เงยหน้า หรือพูดอะไรสักคำ

ถ้าไม่ใช่เพราะเย่หลิน เขาไม่มีทางมาที่แบบนี้ นั่งกับ……ผู้หญิงพวกนี้

หลังจากนั้น ทุกคนก็ทักทายกัน และเย่หลินก็ได้รู้ว่า ผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าเธอหลังจากจบมัธยมปลายแล้ว ทุกคนก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแล้ว บางคนก็เรียนต่อโท และบางคนก็เริ่มทำธุรกิจของตัวเอง หนึ่งในนั้นเห็นบอกว่าเป็นเจ้าของบริษัทเล็กๆที่หนึ่งแล้ว

เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา ในชีวิตนี้ เรื่องที่เธอไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเรื่องหนึ่ง

“เย่หลิน ตอนนั้นที่เรียนจบ ฉันได้ยินจากซู่ซู่ว่า พวกเธอย้ายบ้านกันไปทั้งครอบครัว ผลสอบตอนนั้นของเธอดีขนาดนั้น ตอนนี้เธอคงมีชีวิตที่ดีใช่ไหม?”หนึ่งในนั้นผู้หญิงอวบคนหนึ่งพูดขึ้น

เย่หลินทำสีหน้าไม่ถูก เธอควรตอบยังไง? หรือจะให้บอกคนอื่นว่าตัวเองไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย แต่ไปคลอดลูก?

คิดๆแล้ว เธอก็พูดขึ้นว่า “อืม หลังจากนั้น แม่ฉันอาการไม่ค่อยดี พาเธอไปรักษาในเมืองใหญ่ เพราะแบบนั้น ฉันจึงไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย”

พูดจบ เธอก็รู้สึกว่าฝ่ามืออุ่นขึ้น ก้มหน้า ก็เห็นหนิงเส่าเฉินกุมมือเธอไว้ กุมไว้แน่น ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ถึงแม้จะไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย แต่ เธอก็ถือเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เธอชนะใจหนิงเส่าเฉิน

“อ๋อ งั้นคงน่าเสียดาย แล้วตอนนี้ล่ะ ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่?”

เย่หลินกัดปาก ในเวลาแบบนี้ ถ้าพูดถึงเรื่องหนิงเส่าเฉิน หรือเรื่องของบริษัทซีเอกซ์ในตอนนี้ ก็คงจะโอ้อวดเกินไป จึงเปลี่ยนประเด็น“เอ่อคือ เราสั่งอาหารมาก่อนไหม?”

คนที่ถามเธอ คือคนที่เป็นเจ้าของบริษัทเล็กๆคนนั้น เห็นเธอเปลี่ยนประเด็น จึงมองมาด้วยสายตาดูถูก

“โอเค พวกเธอสั่งเลย อาหารมื้อนี้ ฉันเลี้ยงเอง พวกเธอสั่งมาก็พอ”

หนิงเส่าเฉินขมวดคิ้ว ในขณะนั้น พนักงานเสิร์ฟก็เข้ามาพร้อมกับเมนูอาหารพอดี

พนักงานเสิร์ฟเป็นคนต่างประเทศ หนิงเส่าเฉินรับเมนูอาหารมา ยังคงก้มหน้า พูดรายการอาหารจำนวนมากโดยใช้ภาษาอังกฤษ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่เย่หลินไปอยู่ต่างประเทศ เธอก็ได้ศึกษาเรื่องอาหารมาบ้าง ดังนั้น เธอจึงคุ้นเคยกับชื่ออาหารที่เป็นภาษาอังกฤษ ตอนนี้อาหารที่หนิงเส่าเฉินสั่งถือเป็นอาหารยอดนิยมทั้งหมด

เธอสูดหายใจเข้า อดที่จะกระตุกชายเสื้อของเขาไม่ได้

หนิงเส่าเฉินก็ยังไม่หยุด ยังคงพูดสั่งต่ออีกสองสามรายการ จากนั้นถึงได้ก้มหน้ามามองเย่หลิน “มีแต่ของที่คุณชอบทาน ใช่ไหม?”

เย่หลินพยักหน้าแบบรู้สึกผิด

หันไปมองคนที่บอกว่าจะเลี้ยง “เอ่อคือ พวกเธอลองดูว่ายังอยากกินอะไรอีก มื้อนี้ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง!”

พูดเล่นหรือไง สั่งอาหารมาเยอะขนาดนี้ ให้คนอื่นเลี้ยง เธอทำไม่ได้หรอก

กินอาหารทะเลชั้นหนึ่งในเมืองs แพงกว่าในเมืองcมาก แค่ค่าขนส่งเหล่านั้นก็ทำให้คนตะลึงตาค้างได้เลย

แล้วหนิงเส่ายังสั่งมาเยอะขนาดนั้นอีก

“ไม่ต้อง เย่หลิน เธอชอบกินอะไร สั่งมาก็พอ วางใจเถอะ เงินแค่นี้ฉันมีปัญญาจ่าย”ผู้หญิงคนนั้นคิดว่าเย่หลินดูถูกเธอ ขณะที่พูด จึงมีอารมณ์เย่อหยิ่งมากขึ้น

เย่หลินอ้าปากต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หนิงเส่าเฉินบีบมือของเธอที่อยู่ใต้โต๊ะไว้ เธอจึงเลือกที่จะหุบปาก

สวดภาวนาในใจเบาๆ อีกเดี๋ยวผู้หญิงคนนี้ ใจแข็งให้ได้แบบนี้ล่ะ

“ซู่ซู่ ได้ยินว่าคู่หมั้นของเธอ บ้านเขาทำวาล์วใช่ไหม?”ผู้หญิงอวบคนนั้นถามซู่ซู่

ซู่ซู่ยักไหล่ “ใช่ หากำไรเล็กน้อย ไม่มีอะไรให้พูดถึงหรอก”

“ไม่ต้อง ฉันได้ยินคนพูดมาแล้ว ว่ามูลค่าผลผลิตต่อปีหลายร้อยล้าน ยังจะบอกว่าหากำไรเล็กน้อยอีก เธอเจียมตัวเกินไปหรือเปล่า?”ผู้หญิงอวบพูดจบ ประเด็นสนทนาก็ไปตกอยู่ที่ผู้หญิงที่ใส่แว่นอยู่ข้างๆ “เธอล่ะ? ได้ยินมาว่าสองสามปีมานี้สามีเธอพัฒนาได้ไม่เลว?”

ผู้หญิงที่สวมแว่นปิดปากของเธอ แล้วพยักหน้า “ใช่ ยังถือว่าโอเค เขาโชคดีน่ะ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เขาซื้อรถยนต์หลายสิบคันเพื่อการขนส่ง และดีกับฉันมาก”

“เฮ้อ ดูเหมือนว่าฉันคงจะแย่ที่สุด สามีฉันอยู่บ้านไม่มีสิทธิในการพูดเลย อยู่บ้านก็ฟังแต่พ่อแม่เขา เฮ้อ……”พูดจบ ก็จิบชาไปสองสามคำ สมัยยังเรียนอยู่ ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอ

“เธออย่ามาได้ประโยชน์แล้วแสร้งทำเป็นร้องทุกข์ ใครไม่รู้บ้างว่าสามีเธอเป็นลูกคนรวย”

ผู้หญิงเมื่ออยู่ด้วยกัน มักพูดคุยถึงสามีหรือลูกๆ เท่าที่ดูแล้ว พวกเขาน่าจะยังไม่มีลูก เพราะฉะนั้นถึงได้คุยเรื่องผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้มีอะไรมากแค่เทียบกันว่าผู้ชายของใครดีกว่ากัน และบ่นข้อเสียของผู้ชายบ้านตัวเอง

เนื่องจากหนิงเส่าเฉินนั้นไร้ที่ติ เย่หลินจึงนิ่งเงียบตลอดเวลา ฟังพวกเขา ร่วมพูดคุยเป็นครั้งคราวหรือหัวเราะกับพวกเขาบ้าง

รู้สึกเสียใจที่พาหนิงเส่าเฉินมาดูละครที่น่าอึดอัดแบบนี้

อาหารมาเสิร์ฟเร็วมาก หนิงเส่าเฉินสั่งอาหารทะเลเป็นส่วนใหญ่ และเย่หลินก็ดูออกเลยว่าความสดของอาหารทะเลนั้นถือว่าดี ในสถานที่อย่างเมืองs

“โห ดูเหมือนว่าเย่หลินจะไปอาศัยอยู่แถวริมทะเลนะ อาหารนี่ มีแต่อาหารทะเลทั้งนั้น นี่ก็มีหลายอย่างที่พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”ผู้หญิงอวบคนนั้นมองไปบนโต๊ะอาหาร หนึ่งจานมีอาหารทะเลหนึ่งส่วน รวมๆแล้วมีเป็นสิบจาน แต่ก็มีที่ตัวเองเคยเห็นแค่ไม่กี่อย่าง จึงอดพูดเสียดสีขึ้นมาไม่ได้

เย่หลินกัดปากล่าง “เอ่อ พวกเธอลองชิมดู อร่อยๆทั้งนั้นเลย”พูดไป ก็คีบ‘กุ้งเมา’หนึ่งตัวไปไว้ในถ้วยของหนิงเส่าเฉิน “คุณลองชิมดู รสชาติไม่เลวเลย”

หนิงเส่าเฉินพยักหน้า

“เย่หลิน สามีเธอทำงานอะไรเหรอ? ทำไมถึงเอาแต่ก้มหน้า พูดก็ไม่พูด?”ผู้หญิงอวบคีบหมูหนึ่งชิ้นเข้าปาก พูดขึ้น

เย่หลินนิ่งไปเล็กน้อย เงยหน้ามองเธอ แล้วหันไปมองหนิงเส่าเฉิน เธอกัดปาก “เอ่อ เขา ทำธุระกิจเล็กๆน่ะ ไม่เคยเจอสังคมใหญ่ๆ ดังนั้น เจอผู้หญิงสวยๆแบบพวกเธอแล้ว เขาค่อนข้างอายน่ะ”

พูดจบ ก็ก้มหน้า กลั้นยิ้ม จากนั้น ช่วงเอวก็เหมือนถูกใครบีบเบาๆ

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด