การแก้แค้นของคุณหนูซู [毒妻在上] – ตอนที่ 35
LS ตอนที่ ๓๕
“คุณหนูสองขอรับ ทักษะการทำอาหารของท่านดีพอที่จะเป็นคนครัวในภัตตาคารใหญ่ ๆ ได้เลยนะขอรับ ท่านช่างเยี่ยมยอด!” หลังชิมขนมงาทอดแล้ว หลี่หยินก็อุทานออกมา
ซูเอ้อร์หยายิ้มเขิน “ท่านล้อเล่นแล้วพ่อบ้านหลี่ ข้ายังห่างชั้นนัก และอาจารย์…แน่นอนว่าอาจารย์ฉีคงไม่ปล่อยให้ข้าเป็นคนครัวหรอก…”
“ฮ่า ๆ ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น” หลี่หยินปาดน้ำมันออกจากปากและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูสอง ขอบคุณมากนะขอรับ ข้าจะนำขนมงาทอดไปให้นายท่านแล้วขอรับ”
“ได้สิ ลาก่อนนะพ่อบ้านหลี่ ข้าจะไปอ่านหนังสือล่ะ”
หลี่หยินยิ้มและทำท่าออกไป แต่เขาคิดว่าชื่อ ซูเอ้อร์หยา ช่างไม่เหมาะกับคุณหนูสองเอาเสียเลย เขาควรจะแนะนำนายท่านให้มอบชื่อใหม่กับคุณหนูสองดีหรือไม่ ไม่อย่างนั้นแล้วเขาก็คงจะกระดากที่จะพูดชื่อนี้ต่อหน้าคนนอก
ภายในห้องหนังสือ
“นี่หรือขนมงาทอดที่เอ้อร์หยาเพิ่งทำล่าสุด?” ซูฮ่วนหลี่ประหลาดใจ เขาหยิบขนมงาทอดขึ้นมามองมันอย่างพิจารณาและเอ่ยชื่นชม “ช่างกลมนัก ราวกับไข่มุกแน่ะ นางทำได้อย่างไร? เอ้อร์หยาช่างทำอาหารเก่งจริง ๆ”
จากนั้นหลี่หยินก็บอกเขาเกี่ยวกับความดีของซูเอ้อร์หยาที่ช่วยเหลือคู่พี่ชายน้องสาวคู่หนึ่งด้วยเงินห้าร้อยชั่ง ใบหน้าของซูฮ่วนหลี่พลันมืดครึ้มทันที “สาวน้อยคนนี้ซื่อเกินไปแล้ว อาจารย์ฉีสอนนางอย่างไรกัน คู่พี่ชายน้องสาวนั่นอาจเป็นนักต้มตุ๋นก็ได้”
“นายท่าน เหรียญทุกเหรียญต่างมีสองด้าน หากไม่มีสิ่งนี้นางจะสามารถทำขนมงาทอดได้อย่างไรกันขอรับ?”
จากการสังเกตของหลี่หยิน ใบหน้าของซูฮ่วนหลี่ดูหดหู่ไม่มากนัก เขากลับหัวเราะเสียงดัง “จริงด้วย ทุกสิ่งล้วนมีเหตุปัจจัยของมัน ดังนั้นต่อให้หลี่ซานเป่าไล่พ่อครัวออกจนหมดข้าก็ไม่กังวลเรื่องนั้น เอ้อร์หยาคือสมบัติของตระกูลซูเราจริง ๆ หยางเว่ยจะคู่ควรกับนางได้อย่างไร!”
“ขอรับ!”
หลี่หยินเอ่ยเสริมและสงบอารมณ์ของตนเองได้ในที่สุด เขาดีใจที่ต่อให้หยางเว่ยเสนอกำไรมากกว่านี้ นายท่านก็ไม่เอ่ยตกลง
หลังจากออกสู่สาธารณชนไม่กี่วัน อาหารว่างที่ชื่อ ขนมงาทอด ก็ค่อย ๆ กลายเป็นที่นิยมในเมืองต้าซู ทุกวันที่แม่บ้านหลี่ออกไปยังตลาดในเมืองต้าซู นางก็จะถูกห้อมล้อมด้วยฝูงชนขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องตะโกนเรียก ขนมงาทอดก็ถูกขายจนหมด
รถม้าคันหนึ่งพลันแล่นผ่านตลาด หลี่ซานเป่าที่นั่งอยู่ในนั้นมองดูเศร้าสร้อย แต่ยังมีความสนใจต่อความจอแจตรงนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “ที่ปรึกษา ตลาดฝั่งนั้นเสียงดังจอแจนัก เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
ที่ปรึกษาที่อยู่บนรถม้าด้วยพลันก้าวลงไปถาม และกลับมาในเวลาสั้น ๆ เขาเล่ารายละเอียดทั้งหมดออกมา “เป็นหญิงชราที่ขายขนมชื่อ ขนมงาทอด ขอรับ นางขายมันมาสองสามวันแล้ว ข้าได้ยินว่าไม่มีใครสนใจนางตอนที่นางมาตลาดในตอนแรก แต่เมื่อนางเลิกผ้าที่คลุมตะกร้าออก คนจำนวนมากก็พากันสนใจนางในทันที”
หลี่ซานเป่ารู้สึกหิวหลังจากได้ยินดังนั้นและอดไม่ได้ที่จะถาม “ยังมีขนมงาทอดเหลืออยู่ไหม? ไปซื้อให้ข้ามาสักอันซิ”
“ถูกขายหมดแล้วขอรับ” ที่ปรึกษายิ้มขื่น “ข้าเองก็อยากซื้อมาเหมือนกันขอรับ ข้าไม่คิดเลยว่าขนมงาทอดจะแพงขนาดนี้ แต่ละลูกมีราคาสามตำลึง แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้นก็มีคนจำนวนมากมายซื้อมันไป บางคนยังให้ราคาสูงกว่าคนอื่น ๆ ด้วยนะขอรับ”
หลี่ซานเป่าประหลาดใจอย่างมากและเอ่ยขึ้น “ฟังดูเหมือนบ๊ะจ่างในภัตตาคารชี่เฉิงเมื่อคราวที่แล้วเลย เจ้าไปตามสืบหาซิว่าหญิงแก่คนนั้นมาจากไหน”
“ขอรับ!” ที่ปรึกษาพลันจากไปเพื่อการนั้น
เกิดสิ่งเดียวกันขึ้นไม่เพียงแต่ในระดับภาครัฐ แต่ยังรวมถึงตระกูลจูและตระกูลหยางด้วย…หลังจากที่พวกเขาหาที่มาของหญิงชราเจอ พวกเขาต่างอึ้งไปตาม ๆ กันในเรื่องที่มันเป็นขนมที่สุ่มทำขึ้นโดยคุณหนูของตระกูลซู!
“ไม่นะ ครั้งที่แล้วบ๊ะจ่างในภัตตาคารชี่เฉิงก็มาจากตระกูลซูเหมือนกัน” หลี่ซานเป่าพลันสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและเขาก็เรียกหลี่เว่ยผู้เป็นหลานชายเข้ามา
ไม่กี่นาทีต่อมา หลี่เว่ยก็ก้าวเข้ามาในเรือนพร้อมท้องกลมป่องและเหงื่อท่วมหัว “ท่านลุง มีอะไรหรือขอรับถึงเรียกข้ามาที่นี่?”
“อาเว่ย ข้าขอถามเจ้าหน่อย ใครเป็นคนเขียนสูตรบ๊ะจ่างจากตระกูลซู?”
หลี่เว่ยหัวเราะขื่น “ข้าจะรู้ได้อย่างไรล่ะขอรับ? พ่อบ้านตระกูลซูฉลาดนัก เขาไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่น่าจะเป็นคนครัวมากประสบการณ์ที่สามารถคิดสูตรอาหารเช่นนั้นได้กระมังขอรับ ไม่อย่างนั้นแล้วก็เป็นไปไม่ได้หรอกขอรับที่จะใช้ส่วนประกอบอย่างเช่นใบไผ่ที่ไม่เคยใช้ทำอาหารมาก่อน”
“ผิด! เจ้าผิดแล้ว!” หลี่ซานเป่าเอ่ยเสียงเย็น “หากข้าเดาถูก คนที่ทำสูตรนี้ขึ้นมาคงจะไม่ใช่ใครอื่นนอกจากบุตรสาวของซูฮ่วนหลี่ ซูจื่อเผย!”
หลังจากซูเอ้อร์หยาถูกขับออกจากตระกูลซู ข่าวการกลับมาของนางก็ไม่ได้แพร่งพราย ดังนั้นจนบัดนี้ทุกคนก็คิดแต่ว่าซูฮ่วนหลี่มีบุตรสาวเพียงคนเดียวคือซูจื่อเผย
“อะไรนะขอรับ?” หลี่เว่ยตกใจกลัวอย่างมาก “แย่แล้ว ข้าได้ยินว่าตระกูลหยางไปที่ตระกูลซูเพื่อขอแต่งงาน พวกเขารู้เรื่องนี้แล้วหรือขอรับ?”
“เราต้องหยุดตระกูลหยางไว้ให้ได้!”
ได้ยินข่าวเกี่ยวกับตระกูลหยางแล้ว หลี่ซานเป่าก็กำที่เท้าเเขนไว้แน่นและเอ่ยขึ้น “ไอ้เด็กเวรตระกูลหยางนั่นกล้าดีอย่างไร ข้าอุตส่าห์ใจดีแนะนำมันให้กับทางการแล้ว มันกลับยื่นข้อเสนอให้ข้าในทันทีที่มันกลับมา บีบให้ข้าต้องส่งภัตตาคารไป๋เว่ยให้! มันคิดว่าได้กองหนุนของบุตรชายผู้บริหารมณฑลเหยียนแล้วสินะ ข้าถึงทำอะไรมันไม่ได้!”
หลี่เว่ยไม่มีความกล้าเหมือนกับหลี่ซานเป่า เขาดูเป็นกังวล “ท่านลุง ข้าได้ยินมาว่าคุณชายน้อยของผู้บริหารมณฑลหยางหัวร้อนง่ายมากนะขอรับ เราไม่ควรท้าทายเขาในตอนนี้”
“แน่นอน เราไม่สามารถเผชิญหน้าโดยตรงได้ ข้าอยู่มาหลายปีแล้ว และข้าก็รู้ว่าจะต้องจัดการกับคนแบบนี้อย่างไรดี”
หลี่ซานเป่าเอ่ยอย่างหมดความอดทน “แต่เป็นเรื่องง่ายมากที่จะมีปัญหากับตระกูลหยาง อาเว่ย เจ้ารีบกระจายข่าวของตระกูลซูซะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตระกูลจู ให้เงินจำนวนมากก้ับพ่อครัวภัตตาคารไป๋เว่ยและบอกให้พวกเขากลับบ้านเกิดกันเป็นช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อภัตตาคารใหม่ของเมืองใกล้เคียงเปิดก็ให้พวกเขากลับมา พวกมันอยากได้ภัตตาคารไป๋เว่ยมากนักใช่ไหม? ข้าก็จะจัดให้พวกมันเอง!”
คอมเม้นต์