ประธานสาวโหดมว๊าก – บทที่42 เพราะเงินตรา

อ่านนิยายจีนเรื่อง ประธานสาวโหดมว๊าก ตอนที่ 42 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

ผมไม่พูดอะไร จ้องมองเขาอย่างเดียว

กงเจิ้งเหวินส่ายหน้า “จุ๊ๆๆ ถูกล็อกบนเก้าอี้แน่นเลยสินะ เห็นแล้วน่าสงสาร อ้อ แกชอบชกต่อยไม่ใช่เหรอ?มาต่อยฉันหน่อยลองดู”

“จ่ายไปเท่าไหร่?” จู่ๆผมก็ถามขึ้นมา

เขาชะงักไป แล้วหัวเราะฮ่าๆต่อ “ฉันอยากจะบอกแกเรื่องนี้พอดี ไม่มากหรอก สองล้านหยวนเป๊ะๆ รู้สึกจำนวนนี้มันเสียดแทงดีมั้ย?ตอนนั้นฉันจะให้แกสองล้าน แกไม่เอา ตอนนี้ฉันใช้สองล้านนี้ลากแกเข้าคุก รู้สึกว่ามันน่าเศร้ามากมั้ย?”

“เหอะๆ” ผมหัวเราะไม่พูดอะไร

“ฟางหยาง แกรู้มั้ยว่าหลังจากที่ไป๋เวยเห็นแกถูกจับไปแล้วพูดว่าอะไร?เธอพูดว่า ตอนแรกสงสัยแล้วว่าแกกับบัญชาสมรู้ร่วมคิดกันข่มขู่คนของBTT แต่ต่อมาก็ได้เชื่อคำพูดขอแก ไม่คาดคิดว่าแกจะหลอกเธอ บอกว่าไม่น่าเชื่อกุ๊ยอย่างแกในตอนแรกเลย”

“ตอนนั้นฉันยังปลอบเธอ บอกว่าบางทีแกอาจจะถูกใส่ร้าย แต่เธอพูดว่าตำรวจไม่มีทางจับคนโดยพลการแน่นอน โดยเฉพาะในการจับคนต่างชาติที่มาคุยธุรกิจ เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ แกรู้สึกเสียใจมากใช่มั้ย?เป็นทุกข์มากใช่หรือเปล่า?”

ผมยังคงดูแคลนออกมา

“ฟางหยาง ฉันจะบอกความจริงแกอีกนะ แม้แต่ผู้พิพากษาฉันก็จ่ายใต้โต๊ะแล้วล่ะ ให้เขาตัดสินโทษให้แกหนักๆหน่อย อย่างน้อยก็ห้าปี หลังจากห้าปีที่แกออกมาแล้ว ลูกของฉันกับไป๋เวยก็น่าจะเรียนอนุบาลแล้วล่ะ”

“ฮ่า……ฮ่าๆๆ” ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ประธานกง งั้นผมก็ยินดีล่วงหน้าแล้วกัน อีกอย่างผมอยากจะเตือนประธานกงหน่อย ถ้าฉันต้องติดคุกอีกหลายปีล่ะก็ ออกมาแล้วฉันจะไปหาแก ฉันจะจัดการแกอย่างช้าๆ สวีทกับไป๋เวยต่อหน้าแก ถึงตอนนั้นจะให้แกได้เห็นความสามารถของฉัน ให้ไป๋เวยได้ลิ้มลองรสชาติที่อยากอยู่แล้วก็อยากตายในเวลาเดียวกัน”

“เหอะ!” กงเจิ้งเหวินดูแคลนออกมา จู่ๆสีหน้าก็ดุดันขึ้นทันใด “ฟางหยาง แกคิดว่าแกจะชนะฉันได้เหรอ?แกคิดว่าฉันจะให้แกอยู่ดีมีสุขในคุก?ฉันบอกแกตรงๆ พอแกเข้าไป ฉันจะจ่ายเงินอีกหน่อย ให้คนด้านในฆ่าแก”

พูดจบ กงเจิ้งเหวินดูแคลนออกมาอีก จากนั้นก็เปิดประตูเดินออกไป

ผมค่อยๆหลับตาลง เริ่มคิดว่าจะหลุดออกไปอย่างไร

กงเจิ้งเหวินไม่น่าจะพูดเล่นๆ เขาเป็นคนโหดเหี้ยม ในเมื่อทำผิดกับผม อาจจะทำลายล้างให้สิ้นซาก ไม่งั้นอนาคตจะนอนหลับไม่สนิท

คิดดูแล้ว ถ้าผมต้องเข้าคุกจริงๆล่ะก็ จะต้องตกอยู่ในอันตราย พวกผู้คุมลูกพี่ขาใหญ่ที่อยู่ด้านในล้วนเป็นคนโหดเหี้ยมทั้งนั้น

ดังนั้น ผมจะรับผิดไม่ได้

ต้องคิดหาวิธีติดต่อภายนอกให้ได้ มีเพียงกงสุลเท่านั้นที่จะช่วยผมได้

แต่กงเจิ้งเหวินก็นึกถึงจุดนี้แน่นอน มันต้องเน้นย้ำตำรวจไว้ว่าไม่ให้ผมติดต่อคนอื่น

มีเพียงถึงขั้นตอนสั่งฟ้อง และตอนสามารถแต่งตั้งทนายได้จึงจะมีโอกาสอยู่บ้าง

เมื่อนึกถึงจุดนี้ ในหัวของผมไม่เพียงปรากฏร่างของไป๋เวยขึ้นมา แล้วยังหวังให้เธอมีจิตสำนึกไปหากงสุล

ยังไงผมก็ช่วยเธอมาสองครั้ง

หลังจากที่กงเจิ้งเหวินออกไปได้ไม่นาน ตำรวจไทยก็เริ่มสอบผม ถามนำผมว่าสมรู้ร่วมคิดBTTกรุ๊ปรีดไถกับบัญชาอย่างไร

ผมยังคงนิ่งสงบ ปฏิเสธทุกคำถามนำ แล้วพูดถึงเบื้องหลังที่แท้จริง

แต่ตอนที่ผมพูดสิ่งเหล่านี้ ตำรวจที่รับผิดชอบบันทึกก็หยุดบันทึกลง แต่คนถามยังคงถามคำถามที่คล้ายคลึงกันต่อไปเรื่อยๆ

นี่เป็นการสอบที่ใช้เวลายาวนานมาก ผมไม่เห็นนาฬิกา ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่กันแน่ รู้เพียงแค่ตัวเองทั้งหิวทั้งกระหาย

และแล้วพวกเขาก็เอาขนมปังและน้ำนิดๆหน่อยๆมาให้ ให้ผมเข้าห้องน้ำ

แต่พวกเขาไม่ให้ผมพัก แต่เปลี่ยนคนเข้ามาสอบต่อ

แต่ตอนที่ผมเหนื่อยล้า พวกเขาจะเปลี่ยนเป็นพูดคุยเรื่องจิปาถะทั่วไป เช่นครอบครัว ปัญหาในงานเป็นต้น ถึงขึ้นถามผมว่าชอบไม่ชอบเชียงใหม่จังหวัดนี้……

ตอนที่ผมกำลังจะปล่อยวาง พวกเขาก็ได้เปลี่ยนไปถามเรื่องรีดไถทันที

ดีที่ผมไม่ได้ทำ ต่อให้ตอบอย่างไม่รู้ตัวก็ปฏิเสธทั้งหมด

พวกเขาไม่ยอมแพ้ เปลี่ยนคนเรื่อยๆ

เมื่อผมเริ่มง่วงจนเริ่มจะหลับ พวกเขาจะเอาถาดเหล็กมาเคาะอย่างสุดชีวิตตรงหน้าผม ถึงขั้นใช้เข็มมาทิ่มผม ให้ผมตื่นตระหนกขึ้น

ผมเริ่มหงุดหงิด ทุกครั้งจะดิ้น และพวกเขาบนเก้าอี้สอบสวนอย่างเกรี้ยวกราด

อาจเป็นเพราะผมเป็นชาวต่างชาติ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ลงไม้ลงมือ ใช้วิธีที่มีอารยชนมาทรมานผม

ในห้องเล็กๆที่คับแคบอึดอัดไม่มีหน้าต่าง ผมรู้สึกเหมือนตัวเองได้ใช้เวลาผ่านไปหลายวันถึงขึ้นหลายเดือน ยาวนานจนไร้ที่สิ้นสุด

ผมง่วงจนเปิดตาไม่ไหว แต่กลับนอนไม่หลับ ในหัวดังวิ้งๆเหมือนใกล้จะระเบิดออกมา และไม่มีพลังที่จะดิ้นรนอีกต่อไป

ผมเจ็บปวดมาก

และโมโหมาก เกลียดชัง เกลียดกงเจิ้งเหวินเข้ากระดูก

และเกลียดเฉาเหวินหวย หลินโล่สุ่ย แล้วก็ไป๋เวย

ผู้หญิงที่ไร้น้ำใจไร้คุณธรรม ทำไมไม่ไปหากงสุล ทำไมไม่มาช่วยผม

ผมใกล้จะทรุด ความโกรธและความแค้นทำให้มันตื่นตัว และมีความหวังอยู่ตลอดเวลา และปฏิเสธคำถามของตำรวจไทยทุกอย่าง

เพราะผมรู้ว่าถ้ายอมรับ บันทึกการสอบปากคำและบันทึกถ้อยคำจะเป็นหลักฐานที่ตรงที่สุด ถึงตอนนั้นต่อให้กงสุลมาช่วยผมช่วยไม่ได้แล้ว

ตำรวจไทยทำอะไรไม่ได้ กลัวว่าผมจะตายกะทันหัน และแล้วพวกเขาก็หยุดการทรมานอันแสนยาวนานลง ปลดล็อกเก้าอี้สอบสวน พาผมไปไว้ในห้องที่คับแคบอึดอัดอีกห้อง

เมื่อผมเข้าไปก็ดิ้นกับพื้น แล้วหลับสนิทไป

ในความเบลอๆ ผมถูกคนเตะให้ตื่น เห็นตำรวจไทยคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าผม แล้วกล่าว “บัญชาและลูกน้องของมันยอมรับแล้ว ชี้เป้าว่าผมเป็นตัวการและเป็นคนใช้ให้พวกมันข่มขู่รีดไถBTTกรุ๊ป”

ผมตกใจตื่นทันใด จากนั้นก็มองไปยังมือถือที่ตำรวจจงใจยื่นมาให้ บัญชาที่สีหน้าหดหู่กำลังเล่าขั้นตอนที่ผมสั่งการพวกมัน

ผมโกรธจนกระโดดขึ้นมาจากพื้น คว้าคอเสื้อของตำรวจแล้วพูดว่าไม่ใช่ผม

ตำรวจร้องตะโกนผลักผมออกไป จากนั้นนอกประตูก็มีตำรวจไทยพุ่งเข้ามาหลายนาย ฟาดกระบองตำรวจมาที่ผม

หลังจากที่ตำรวจไปแล้ว ผมนั่งลงกับพื้นอย่างสิ้นหวัง พิงกำแพงเหม่อลอย

ผมแพ้แล้ว

และเข้าใจแล้วว่าทำไมตัวเองถึงแพ้

เพราะเงินทอง

ก่อนหน้านี้ผมคิดแค่ว่าเพียงแค่ตัวเองโหดเหี้ยมพอ ก็ไม่ต้องกลัวอะไร เพียงแค่โหดเหี้ยม ใครก็ทำอะไรตัวเองไม่ได้

วันนี้ ผมพบว่าตัวเองคิดผิดแล้ว

มีเงินต่างหากที่ทำอะไรก็ได้

บางทีบัญชาอาจจะถูกทรมาน หรืออาจจะได้เงินจากกงเจิ้งเหวินอีกแล้ว

สรุป หลังจากที่บัญชายอมรับแล้ว มากสุดติดคุกแค่ไม่กี่ปี แต่ผมอาจจะตาย

แต่ผมไม่เสียใจ ไม่เสียใจที่ปฏิเสธเงินของกงเจิ้งเหวิน และยิ่งไม่เสียใจที่ชกมันไปหมัดหนึ่ง

และ เพียงแค่ผมมีชีวิตออกไปจากคุกได้ ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อฆ่ามัน

ผมต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้

หลังจากวันนั้น ตำรวจได้ถามผมอีกครั้ง แต่ผมยังคงปฏิเสธไม่ยอมรับ

ต่อมาตำรวจก็ไม่ถามอะไรผมอีก แต่ขังผมไว้ในห้องเล็กๆที่มืดสลัวห้องหนึ่ง ทำให้ผมได้เจอกับโลกภายนอก

ช่วงเวลานี้ ไม่มีใครมาหาผมอีก รวมทั้งไป๋เวย

ผมก็ไม่สามารถเจอบัญชาได้ มิเช่นนั้นผมต้องเอามันตายแน่

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด