เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก – ตอนที่ 144 ยังแคร์มาก ก็ยิ่งเจ็บมาก

อ่านนิยายจีนเรื่อง เจ้าสาวจอมจุ้นขอลุ้นรัก ตอนที่ 144 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

เมื่อหลินเช่อลืมตาตื่นขึ้นในเช้าวันถัดมา ในหัวของเธอก็เต็มไปด้วยความสับสนงุนงงอย่างหนัก 

 

 

ขณะที่เธอพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน หญิงสาวก็พลันหันไปเห็นว่าดวงอาทิตย์ขึ้นสูงมากแล้วบนท้องฟ้า และเธอกำลังนอนอยู่บนวงแขนนิ่มๆ ของใครบางคน 

 

 

เมื่อทำท่าจะนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เธอก็หันไปพบกับกู้จิ้งเจ๋อที่นอนอยู่ข้างๆ 

 

 

กลายเป็นว่าเธอนอนอยู่ในแขนเขานั่นเอง… 

 

 

หลินเช่อรีบก้มลงสำรวจเสื้อผ้าที่สวมอยู่ และก็ได้เห็นว่าเธอยังคงอยู่ในอาภรณ์ชุดเดิมที่สวมเมื่อวานจึงค่อยรู้สึกโล่งใจ 

 

 

แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

 

 

ในขณะเดียวกัน 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา 

 

 

เขาลืมตาขึ้นมาเห็นหญิงสาวที่กำลังมีท่าทีกระวนกระวายใจและกำลังจะขยับตัวลงจากเตียง 

 

 

เมื่อคืนที่ผ่านมาเขานอนหลับไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ แล้วตอนนี้ก็ยังถูกปลุกให้ตื่นอีก สีหน้าของชายหนุ่มจึงดูปั้นยากทีเดียว 

 

 

เมื่อหันไปเห็นสายตาของกู้จิ้งเจ๋อที่กำลังมองมาเงียบๆ หลินเช่อก็รีบลุกขึ้นนั่งและกระถดตัวถอยออกมาจากวงแขนเขา 

 

 

หญิงสาวยกมือขึ้นนวดคลึงศีรษะแล้วบอกว่า “ขอโทษนะคะ นี่เมื่อคืนฉันเมาอีกแล้วเหรอคะ” 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อจ้องมองนิ่งนาน สายตาของเขาแทนคำตอบทุกอย่างได้เป็นอย่างดี 

 

 

หลินเช่อรีบลุกขึ้นอย่างกระดากอาย “ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันไม่เองก็รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกัน ว่าแต่เมื่อคืนฉันไม่ได้ก่อเรื่องอะไรใช่มั้ยคะ…” 

 

 

“นี่เธอจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” 

 

 

“ค่ะ…” คราวนี้เธอลืมจริงๆ นี่นา 

 

 

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองดื่มอะไรเข้าไป รู้เพียงแต่รสชาติแสนหวาน ทว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์นั้นแรงถึงใจทีเดียว หลังจากที่ดื่มเข้าไป เธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อตอบว่า “เธอลากฉันเข้ามาแล้วก็ยืนกรานว่าจะนอนกับฉันให้ได้ ฉันอยากหนีแต่เธอก็ไม่ยอม เพราะแบบนี้เมื่อคืนฉันถึงไม่ได้อาบน้ำแล้วก็ต้องเข้านอนเลยนี่แหละ” 

 

 

“หา” หลินเช่อมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อ 

 

 

แต่เมื่อเห็นสภาพกู้จิ้งเจ๋อที่กำลังนั่งอยู่ในสภาพเสื้อผ้ายับยู่ยี่แล้ว 

 

 

หญิงสาวก็แดงหน้าขึ้นมาทันที “ขอโทษนะคะ…ฉันไม่ได้ตั้งใจน่ะ…” 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อว่า “ไม่ยักรู้นะว่าเธอจะใจกล้าขนาดนี้เวลาเมา เธอทำกระทั่งพยายามถอดเสื้อผ้าตัวเองเพื่อให้ฉันยอมนอนด้วยด้วยซ้ำ” 

 

 

“…” หลินเช่อไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะทำเรื่องแบบนี้ได้ 

 

 

แต่เมื่อมองดูกู้จิ้งเจ๋อที่ทั้งเซ็กซี่และมีเสน่ห์ตรงหน้าแล้ว ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ถูกเขาสะกดให้ขาดสติได้ทั้งนั้น บางทีเธออาจจะเมามากจนสัญชาตญาณดิบเข้าครอบงำ หรือว่าเธอจะเป็นฝ่ายยั่วยวนเขาจริงหรือนี่ 

 

 

“ขอโทษค่ะ ขอโทษ ฉัน…ฉันไม่ได้ทำอะไรคุณใช่มั้ยคะ” หลินเช่อยกมือขึ้นทาบอกมองดูอีกฝ่ายอย่างวิตกจริตเต็มที่ 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อพูดด้วยน้ำเสียงเยาะๆ ว่า “โชคดีที่ฉันปัดป้องได้ทันน่ะสิ ไม่อย่างงั้นละก็ หึๆ ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่าวันนี้เธอจะทำหน้ายังไง” 

 

 

“ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ…แล้ว….แล้วฉันจะชดใช้ให้คุณได้ยังไงคะเนี่ย” 

 

 

“ช่างมันเถอะ แค่เธอไม่ไปก่อเรื่องข้างนอกทุกสองสามวันนั่นก็ถือว่าช่วยฉันเยอะแล้ว” 

 

 

หลินเช่อมองหน้าเขาอย่างรู้สึกผิด เธอมองดูกู้จิ้งเจ๋อลงจากเตียงไปในขณะที่เธอทรุดตัวลงนั่งและก่นด่าตัวเองด้วยความโมโห 

 

 

อุตส่าห์บอกตัวเองแล้วนะว่าอย่าก่อเรื่องอะไรอีก แต่ก็ยังทำลงไปจนได้ 

 

 

ชายหนุ่มเปิดประตูห้องน้ำแล้วหันมามองหลินเช่อที่ยังคงนั่งหน้าเครียด 

 

 

ดูเหมือนว่าเธอจะจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ นั่นแหละ 

 

 

 

 

 

ตกบ่าย เฉินอวี่เฉิงเงยหน้าขึ้นเห็นกู้จิ้งเจ๋อเดินเข้ามาจึงร้องทักอย่างแปลกใจ “ว้าว ท่านประธานกู้ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับที่มีโอกาสได้ต้อนรับท่านที่นี่ นึกว่าถ้ามีคุณผู้หญิงอยู่ด้วยแล้ว คุณจะไม่มีวันโผล่หน้ามาหาผมเลยซะอีก” 

 

 

“นายพูดถูก ฉันเองก็รู้สึกว่านายไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับฉันอีกแล้ว ฉันอยากปล่อยนายไปช่วยรักษาคนอื่นเหมือนกัน จะเก็บนายไว้ใช้คนเดียวแบบนี้มันก็ออกจะเห็นแก่ตัวไปหน่อย” 

 

 

เฉินอวี่เฉิงหน้าถอดสีทันที ก่อนเขาจะรีบฉีกยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “ท่านประธานกู้ ก็อย่างที่เคยบอกนั่นแหละครับว่า การวิจัยเกี่ยวกับอาการป่วยของท่านนับว่าเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นทั่วโลกที่ล้มป่วยด้วยโรคเดียวกันนี้ด้วยเหมือนกัน แต่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังค้นไม่พบวิธีการรักษาใด และผมก็ไม่กล้าไปสู้หน้าคนไข้อีกแล้วด้วย ผมวิจัยเรื่องนี้มาเป็นเวลานานมาก ถ้าจะมายอมแพ้ตอนนี้ก็เท่ากับความพยายามที่ผ่านมาก็ต้องกลายเป็นเรื่องสูญเปล่าน่ะสิครับ และต่อให้คุณจะมีคุณผู้หญิงแล้ว คุณก็ยังมาหาผมด้วยปัญหาอื่นได้นี่นา…” 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อตวัดสายตาใส่ แต่ก็คร้านที่จะโต้เถียงด้วย เขาจึงนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม 

 

 

เฉินอวี่เฉิงถามต่อไปว่า “แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” 

 

 

นายแพทย์หนุ่มสามารถบอกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้น กู้จิ้งเจ๋อคงจะเจอปัญหาบางอย่างเข้าเสียแล้ว 

 

 

“ฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันไม่อยากหย่าอีกแล้วน่ะ” 

 

 

“หา” 

 

 

เฉินอวี่เฉิงยิ้มให้อีกฝ่าย “ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละครับ อันที่จริงจะว่าไปแล้ว ตัวคุณผู้หญิงเองก็ไม่ใช่ว่าจะแย่ตรงไหน ถึงแม้สถานะทางสังคม วิถีชีวิตของเธออาจจะแตกต่างจากคุณ หรืออาจจะมีอะไรที่ไม่ค่อยเข้ากันนักอยู่บ้าง แต่ความจริงแล้วเธอก็เป็นผู้หญิงที่ไม่เลวเลยทีเดียว” 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อเงยหน้าขึ้นมอง 

 

 

“ไอ้ที่พล่ามมามากมายนี่มันจะช่วยแก้ปัญหาให้ฉันได้ยังไงมิทราบ” 

 

 

เฉินอวี่เฉิงขยับนั่งตัวตรง มองหน้าอีกฝ่าย “คุณก็รู้ว่าผมช่วยแก้ปัญหาให้คุณไม่ได้ คุณต้องแก้มันด้วยตัวเอง ผมช่วยได้เพียงแค่ทำให้ความคิดของคุณชัดเจนขึ้นก็เท่านั้น ในเมื่อคุณไม่ต้องการหย่า ก็ไม่ต้องหย่า จะทำให้มันยากทำไมล่ะครับ” 

 

 

“ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงไม่ต้องการหย่า” 

 

 

“แล้วคุณพอจะนึกถึงสาเหตุอะไรออกบ้างละครับ” เฉินอวี่เฉิงกลับเข้าสู่บทบาทของนักจิตวิทยามืออาชีพอย่างเต็มตัว เขาตั้งใจฟังคนไข้และพูดโต้ตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนนุ่มนวล 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อตอบว่า “บางทีอาจเป็นเพราะฉันเริ่มเคยชินกับการที่มีเธออยู่ด้วย หรือบางทีอาจเป็นเพราะเธอเป็นฝ่ายขอหย่าขึ้นมาและฉันก็ไม่ชอบใจกับเรื่องนี้นัก หรือบางทีฉันอาจจะจินตนาการถึงเธอ…” 

 

 

“จินตนาการเหรอครับ” เฉินอวี่เฉิงแทบจะลืมความเป็นหมอของตัวเอง และรีบซักไซ้ต่อ “จินตนาการ…เรื่องอะไร” 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อเหลือบตามองคนถาม ก็เล่นถามอะไรโจ่งแจ้งขนาดนี้กันเล่า 

 

 

เมื่อได้เห็นท่าทีของอีกฝ่าย นายแพทย์ก็หัวเราะออกมาทันที 

 

 

แต่กู้จิ้งเจ๋อไม่ขำด้วย “เฉินอวี่เฉิง นี่นายไม่อยากทำงานนี้แล้วใช่มั้ย” 

 

 

“เปล่าครับ เปล่า เปล่าเลย งั้นคุณกำลังจะบอกว่าคุณกับเธอยังไม่เคย…ทำเรื่องนั้นกันเลยอย่างนั้นเหรอครับ” 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อหน้าถอดสี 

 

 

เขาตอบว่า “ฉันไม่ต้องการให้เรื่องระหว่างเรามันยุ่งเหยิงไปมากกว่านี้น่ะ แล้วฉันก็ไม่สามารถ…ทำเรื่องไม่ดีกับเธอเพียงเพื่อจะเติมเต็มความปรารถนาของตัวเองได้ด้วย มันเป็นความต้องการตามธรรมชาติของฉัน และเธอก็ไม่ใช่ที่ระบายเพื่อที่จะตอบสนองมัน เพราะงั้น ฉันทำไม่ได้หรอก” 

 

 

เฉินอวี่เฉิงตอบ “ผมคิดว่าคุณพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองมากเกินไปนะครับ เพราะแบบนี้คุณถึงปล่อยวางความคิดนี้ไม่ได้ คุณอาจจะลองใช้ชีวิตกับเธออย่างจริงจังเธอดู บางทีมันอาจจะทำให้ความคิดแบบนี้หายไปก็ได้นะครับ” 

 

 

“…” 

 

 

นายแพทย์พูดต่อไปอีกว่า “ทำไมเหรอครับ คุณยังกังวลเรื่องอะไรอีก” 

 

 

“ถ้าทำแบบนี้ แล้วเกิดฉันเผลอพ่ายแพ้ให้กับความปรารถนาของตัวเองจนทำเรื่องไม่ดีกับหลินเช่อเข้า แบบนั้นจะไม่เป็นการทำร้ายเธอหรอกเหรอ” 

 

 

เฉินอวี่เฉิงตอบ “ก็เพราะว่าคุณห่วงใยเธอแบบนี้ไงล่ะ คุณถึงได้พยายามหักห้ามตัวเองอย่างหนัก ว่าแต่ทำไมคุณถึงได้เป็นห่วงเธอนักล่ะ” 

 

 

“เพราะว่า…” 

 

 

“คุณเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้” 

 

 

“ใช่…” 

 

 

“นี่เป็นปัญหาที่มีทางเลือกแค่สองทางเท่านั้น ถ้าคุณแคร์เธอและไม่อยากทำร้ายเธอ คุณก็จะต้องทำร้ายตัวเองแทน ทางเลือกของคุณมีเพียงเท่านี้” 

 

 

กู้จิ้งเจ๋อก็ยังคิดไม่ตกอยู่นั่นเอง 

 

 

สุดท้ายแล้ว คำตอบที่เขาต้องการก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้จากคนอื่นอยู่ดีนั่นเอง 

 

 

ขอบคุณที่ดูเหมือนว่าหลินเช่อจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนไปจนหมดจริงๆ 

 

 

เมื่อกลับถึงบ้าน เขาเห็นเธอกำลังเปิดดูกล่องพัสดุ ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปหาและถามว่า “ทำอะไรอยู่น่ะ” 

 

 

“มีคนส่งของมาให้ฉันน่ะค่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร” 

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด