อั่งเปาทะลุโลก (发个红包去未来 ) – ตอนที่ 30

อ่านนิยายจีนเรื่อง อั่งเปาทะลุโลก ตอนที่ 30 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

CF:บทที่ 30 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกอนาคตทุกรูปแบบ

เมื่ออู๋ ฮ่าวเหรินเข้าใจในสมองแสงปัญญาที่ใช้วิจัยทางวิทยาศาสตร์ เขาก็จะสามารถเข้าใจอนาคตของระบบปัญญาอันทรงพลังของโลก

ตามคำอธิบายในระบบ สมองแสงนี้มีความสามารถในการคิดด้วยตัวเอง มันเป็นดั่งสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาที่มาจากอารยธรรมอวกาศ

วิธีการคิดอ่านของมัน สมองแสงมีกระบวนการทางความคิดเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาจริงๆ

อย่างไรก็ตามสมองแสงนี้ก็ยังมีจุดบอดร้ายแรงอยู่ นั่นคือเมื่อปล่อยมันไว้ตามลำพัง มันจะสูญเสียความสามารถทั้งหมด

หรือพูดอีกอย่างก็คือ ความสามารถในการคิดของสมองแสงนี้สร้างจากคลื่นความคิดที่สิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาปล่อยออกมานั่นเอง

แน่นอนว่ามันไม่มีบันทึกเอาไว้ว่ามันกลายมาเป็นสมองแสงได้อย่างไร เพราะว่ามันเป็นความสามารถเฉพาะของอารยธรรมนั้นๆ อารยธรรมอื่นๆจะไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

ประวัติศาสตร์ของพัฒนาการมนุษย์นั้นแปลกมากๆ แม้ว่าจะมีหลายส่วนที่ขาดหายไป แต่อู๋ ฮ่าวเหรินก็ยังพอจะเข้าใจอยู่

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้ เมื่อมีเวลาในอนาคตค่อยมาศึกษามันก็ได้

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์โลกก็ได้เปลี่ยนไปแล้วเพราะการมีอยู่ของระบบซองแดง

เขาเริ่มหาจุดเปลี่ยนใหญ่ๆของพัฒนาการเทคโนโลยีของมนุษย์จากบันทึกการพัฒนานี้

มันบันทึกพัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์และเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลหลายอย่าง ซึ่งบางอย่างก็ถูกบางอย่างก็ถูกพิสูจน์แล้วว่าผิด

อู๋ ฮ่าวเหรินตื่นเต้นเล็กน้อย เขาพบว่าสมองแสงไม่เพียงแค่เน้นข้อผิดพลาดของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยังเสนอแนวทางการแก้ไขด้วย

บางทีเขาอาจจะพูดแบบนี้

“ฮ่าๆ ถ้าเป็นแบบนี้ เราก็เอาเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลสักอย่างออกมาพัฒนาสิ”

แล้วเจียง ซีก็เรียกใช้ดาวเทียมสอดแนมที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมากนักผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และเริ่มวิเคราะห์เทคโนโลยีของโลกปัจจุบันเพื่อหาเทคโนโลยีที่เหมาะจะเอามาพัฒนาในโลกยุคปัจจุบัน

อู๋ ฮ่าวเหรินไม่กล้าที่จะเอาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากเกินไปออกมา เพราะเขายังคงวิจัยเทคโนโลยีอยู่อย่างลับๆ เมื่อเขามีอิทธิพลมากพอ เขาก็จะนำมันออกมา

จากข้อมูลข้างต้น ความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติคือการบรรลุเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่น การที่บรรลุเทคโนโลยีพลังงานนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำเร็จในเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่นขนาดเล็ก ส่งผลให้ความก้าวหน้าของมนุษยชาติไปถึงระดับอวกาศได้

แน่นอนว่าในความสำเร็จของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่นนี้ สิ่งที่มีบทบาทสำคัญที่สุดคือปัญญาประดิษฐ์ที่ผู้คนภาคภูมิใจในช่วงเวลานั้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์นั้นจะถูกค้นพบหลังจากที่มนุษย์รวมเข้ากับจักรวาลแล้วซึ่งนั่นยังได้แค่อุปกรณ์อัลกอริทึมสำหรับลดเงื่อนไขตามที่กำหนดมา ซึ่งไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นปัญญาประดิษฐ์เลยแม้แต่น้อย

เพราะสิ่งที่เป็นจุดเด่นของปัญญาประดิษฐ์คือความสามารถในการคิดอ่าน อันเป็นจิตวิญญาณของอภิปรัชญา และของแบบนี้ไม่สามารถสร้างกันได้

ถ้าวิญญาณสามารถสร้างแล้วสร้างอีกได้ กระบวนการกำเนิดของชีวิตแบบเดิมก็จะไม่จำเป็นอีกต่อไป

มันเพียงแค่ต้องสังเคราะห์วิญญาณผ่านเทคโนโลยีแล้วใส่มันลงไปในร่างกายซึ่งนั่นไม่ใช่คน

ดังนั้น ปัญญาประดิษฐ์ในจักรวาลเป็นแค่ปัญญาที่สร้างโดยการจับคลื่นวิญญาณที่ปล่อยออกมาจากสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาผ่านเทคโนโลยีพิเศษหรือที่เรียกว่าคลื่นความคิด

และปัญญาประดิษฐ์พวกนี้ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างที่สุดจากสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญา

อู๋ ฮ่าวเหรินพบว่าของแบบนี้มันลึกลับเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถศึกษาได้ในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มนุษย์วิจัยนี้ทำให้เขาสามารถศึกษามันได้ด้วยตัวคนเดียว

ด้วยปัญญานี้ เขาก็ไม่ต้องการเทคโนโลยีนี้อีก แต่คนอื่นต้องการมัน! เชื่อได้เลยว่าประเทศมหาอำนาจไหนๆ ก็กล้าจะจ่ายเงินมหาศาลเพื่อวัตถุพวกนี้ซึ่งเหมาะจะใช้เป็นกับดักผู้คน

ข้ามเรื่องเทคโนโลยีนี้ไปก่อน อู๋ ฮ่าวเหรินมองหาเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลถัดไป ซึ่งก็คือวัถตุดิบต้องห้าม

ผลที่เห็นชัดของการมีอยู่ของวัตถุพวกนี้ในประเทศพวกนั้นคือการมุ่งมั่นพัฒนาเรือบรรทุกเครื่องบินในทะเลอย่างราบรื่น

เมื่อเทคโนโลยีฟิวชั่นถูกนำมารวมกับของพวกนี้แล้วก็จะได้ยานอวกาศขั้นแรก หรือที่เรียกว่ายานบรรทุกปรากฏออกมา

อู๋ ฮ่าวเหรินอยากจะสร้างวัถตุที่ควรถูกระงับพวกนี้ ตราบใดที่เขาทำมันได้ เรือรบและเรือบรรทุกเครื่องบินของบางประเทศ

จะกลายเป็นเศษเหล็กลอยน้ำทันที

โชคร้ายที่การจะสร้างวัตถุดิบแบบนี้ต้องใช้เทคโนโลยีหลายอย่างและแน่นอนว่ามันไม่สามารถทำได้ในตอนนี้

มันน่าเศร้าที่เทคโนโลยีที่มีบันทึกไว้ในข้างต้นล้วนแต่เป็นเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลกับพัฒนาการของมนุษย์อย่างใหญ่หลวงทั้งนั้น

แต่ก็อย่างที่ว่า เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์อะไรก็ตาม ตราบใดที่มันถูกศึกษาแล้ว มันก็จะต้องถูกโค่นลงในสักทาง

“ให้ตายเถอะ นี่มันน่าเศร้าจริงๆ ดูเหมือนว่ามันจะล้ำสมัยเกินไป และมันไม่ดีแน่ๆ ถ้าเราทำอะไรผิดพลาดไป คงต้องศึกษาเป็นขั้นต่อขั้นแล้ว!”

อู๋ ฮ่าวเหรินพบว่าตราบเท่าที่มันเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและการวิจัยก่อนๆ มันจะมีกระบวนการวิจัยที่ไม่ถูกต้อง บางอย่างก็ถึงกับผิดพลาดทั้งหมด หลังจากที่ศึกษาจนหมดแล้ว การหาเทคโนโยลีก็แทบไม่คืบหน้า

“ก็ไม่เลวนะ ดูเหมือนว่าบางอย่างจะถูกเสนอโดยญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามงานวิจัยเก่าๆดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ มันเป็นแค่ความเห็นเพิ่มเติมของผู้คนในอนาคต มันเป็นการวิจัยเพื่อที่จะนิยามเทคโนโลยีนี้ใหม่”

แน่นอนว่าการวิจัยของคน พาหนะและปืนหลังจากพวกเขามีรากฐานมาจากระดับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ระดับสูงกว่า ในการวิเคราห์และหาเหตุผล พูดอีกอย่างคือ เทคโนโลยีพวกนี้ไม่ได้ปรากฏในประวัติศาสตร์ของโลกอนาคตเลย

อู๋ ฮ่าวเหรินยิ้มอย่างชั่วร้าย เขารู้สึกว่าด้วยสิ่งนี้เขาสามารถทำเงินได้จากหลายประเทศ

ว่าตามการคำนวณข้างต้น ตอนนี้การวิจัยของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

หลังจากที่คิดเรื่องนี้แล้ว อู๋ ฮ่าวเหรินก็บันทึกการโครงการวิจัยหุ่นยนต์ลงในมือถือ ทั้งแผนการวิจัยที่ถูกและแผนการวิจัยที่ผิด

“จี้ ตัดเอาส่วนเล็กๆของการแผนวิจัยที่ผิดแล้วลองส่งไปตามอีเมลข้างบน ดูว่าจะได้ราคาเท่าไหร่?”

อู๋ ฮ่าวเหรินก้มลงคิด ว่าพวกเขาจะจ่ายเงินขนาดไหนในงานวิจัยหุ่นยนต์นี้ จะต้องตกคนพวกนี้ได้แน่!

———————–

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด