ข้าคือหงส์พันปี – บทที่108 ไม่เพียงพอที่จะลบล้างอดีตได้

อ่านนิยายจีนเรื่อง ข้าคือหงส์พันปี ตอนที่ 108 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

หลิ่วเฉียนเฮ้อจะเป็นหรือตาย ก็ไม่ได้ขวางหูขวางตาของซูเจ๋อ หากว่าไม่ใช่เขาต้องการที่จะลงมือกับเฉินเสียน

หากแม้นว่ายังมีคนคิดว่าการมีชีวิตของหลิ่วเฉียนเฮ้อขวางหูขวางตา คนผู้นั้นคงเป็นจักรพรรดิผู้ที่อยู่สูงสุดแห่งพระราชวังนั่น

นั่นคือศัตรูทะเลเลือดของหลิ่วเฉียนเฮ้อ

ซูเจ๋อไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความเกลียดชังที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเขา

โชคดีที่ครั้งนี้เฉินเสียนไม่ได้ถูกจับไปเป็นเชลย ไม่เช่นนั้นซูเจ๋อจะปล่อยให้เขาไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร

ต่อมาซูเจ๋อได้เอ่ยถาม “อาเสียนสบายดีหรือไม่?”

“แม่ทัพฉินอยู่ข้างนอกทั้งวัน องค์หญิงอยู่ที่จวนแม่ทัพก็มีความสุขดีขอรับ”

ซูเจ๋อพยักหน้า “เห็นเช่นนี้ ให้ฉินหรูเหลียงยุ่งไปอย่างนี้ก็ดีแล้ว”

เหลียนชิงโจวเหลือบมองขลุ่ยที่อยู่ในมือซูเจ๋อ “ท่านอาจารย์ยังมีอารมณ์ทำขลุ่ยเล็กๆ นี้ เพื่อเตรียมที่จะมอบให้องค์หญิงหรือขอรับ?”

คำพูดได้พูดออกไป เหลียนชิงโจวก็คิดว่าตัวเองได้พูดพลั้งปากไป เขาจะบังอาจถามเรื่องส่วนตัวของอาจารย์ได้อย่างไร

คาดไม่ถึงว่าให้ซูเจ๋อจะตอบ “เจ้าคิดว่าองค์หญิงจะชอบหรือไม่?”

“อาจารย์มอบให้ องค์หญิงต้องชอบแน่นอนขอรับ”

ซูเจ๋อหัวเราะ “ก็ไม่แน่”

เหลียนชิงโจวกล่าวถาม “ต้องการให้ศิษย์ไปมอบแทนไหมขอรับ?”

ก่อนหน้านั้นซูเจ๋อมีธุระอะไรไม่สะดวกทำเอง ทั้งหมดต้องผ่านมือเขาเพื่อส่งมอบให้เฉินเสียน

ซูเจ๋อเอ่ย “ข้าจะหาโอกาสมอบให้นางเอง”

สามวันต่อมา ฉินหรูเหลียงได้รายงานเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดก็ผ่านไปได้

เมื่อรอให้เขากลับถึงจวน เพิ่งข้ามประตูใหญ่ ก็ไม่ได้พูดอะไร ทั้งตัวก็ล้มลงไป และสีหน้าที่ดูซีดเผือด

จวนแม่ทัพสับสนวุ่นวายอีนุงตุงนัง

เชิญหมอให้มาดูรอยแผลบนหลังของเขาแทบจะกลายเป็นหนองแล้ว

ท่านหมอไม่กล้าที่จะชะล่าใจ จึงได้รักษาบาดแผลทั้งหมดอย่างพิถีพิถันอีกครั้ง จากนั้นจึงสั่งยาเพื่อไปปรุงยา

เมื่อนำยาเข้ามา ฉินหรูเหลียงก็สลบไม่ตื่นและฟันได้ปิดสนิท อย่าว่าแต่ยาดื่มไม่ได้ แม้แต่ไข้ยังขึ้นสูงอีก

ทั้งตัวเขาได้ร้อนจนน่าตกใจ จิตใต้สำนึกในร่างกายยังตึงกระชับไม่คลาย

สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปจนถึงค่ำคืนก็ยังไม่ดีขึ้น

ในตอนกลางคืน เฉินเสียนรับประทานอาหารมื้อเย็น และไปคลายร้อนที่สวน แม่บ้านจ้าววิ่งเข้ามาจากด้านนอกและคุกเข่าลงต่อหน้าเฉินเสียน

เฉินเสียนเอ่ย “แม่บ้านจ้าว มีเรื่องอันใด?”

“บ่าวรู้ว่าทักษะด้านการแพทย์ขององค์หญิงเลิศล้ำ บ่าวอยากขอร้ององค์หญิงช่วยท่านแม่ทัพด้วยนะเพคะ!”

เฉินเสียนหรี่ตา “แม่บ้านจ้าว เจ้าขอร้องผิดคนแล้ว เจ้าควรไปขอร้องหมอ”

แม่บ้านจ้าวร้องไห้ออกมา “ท่านแม่ทัพเป็นคนที่บ่าวเห็นมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างวันนี้มาก่อน วันนี้อาการไข้ยังไม่ทุเลาลงเลย ท่านหมอบอกว่าหากคืนนี้ไข้ยังไม่ลดลง อาจถึงแก่ชีวิตได้เพคะ!”

เฉินเสียนเอ่ยเบาๆ ว่า “เขาคือแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แค่นี้ยังแบกรับไม่ได้ แล้วมาเป็นแม่ทัพได้อย่างไร? ตัวเองไม่รักร่างกายตัวเอง และชะลอเวลาการรักษาที่ดีที่สุด แล้วจะตำหนิใครล่ะ?”

“องค์หญิงเพคะ บ่าวคุกเข่าคำนับให้ท่านแล้ว!”

เฉินเสียนลุกขึ้น เอ่ย “ข้าไม่ใช่หมอ ไม่กล้าช่วยใคร หมอท่านนี้รักษาไม่ดี ก็ไปเชิญหมอที่มีทักษะสูงก็ได้”

จากนั้นค่อยๆ กลับหลัง แม่บ้านจ้าวพูดอยู่ด้านหลัง “องค์หญิง ถึงแม้ท่านไม่มีความรักต่อแม่ทัพก็ตาม ขอให้ท่านเห็นว่าท่านแม่ทัพได้เปลี่ยนแปลงเพื่อท่าน!

ท่านถูกโจรภูเขาจับตัวไปในวันนั้น ท่านแม่ทัพก็ไม่ได้นอนทั้งคืน ไปทุกหนทุกแห่งเพื่อตามหาที่ที่ท่านอยู่ องค์หญิงคิดว่าท่านแม่ทัพกลัวเพียงว่าจะรับผิดชอบไม่ไหวหรือเพคะ?

ใครๆ ก็มองออก ว่าท่านแม่ทัพนั้นทั้งสนใจและเป็นห่วง!

แม่ทัพกลับไปกลับมาอยู่ที่ด้านนอกสวนของเราอยู่หลายครั้งหลายครา ท่านคิดว่าเขาจะทำให้องค์หญิงลำบากหรือเพคะ เขาแค่ต้องการอยากจะดูแลองค์หญิง แต่องค์หญิงกลับไม่ให้โอกาสท่านแม่ทัพเลย!”

เท้าของเฉินเสียนได้หยุดชะงักพักหนึ่ง แต่ยังเดินกลับเข้าไปในห้อง

แม่บ้านจ้าวยังคุกเข่าพูดอยู่ด้านนอก “บ่าวรู้เพคะ ว่าก่อนหน้านั้นท่านแม่ทัพทำไม่ดีต่อท่าน แต่เขาก็ค่อยๆ พยายามทำดีกับองค์หญิงนะเพคะ

แม้ว่าองค์หญิงจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ก็เห็นแก่บ่าวที่ทำงานหนักและอยู่ที่นี่มานาน ช่วยท่านแม่ทัพด้วยนะเพคะ!

บ่าวจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น บ่าวจะคุกเข่าอยู่ข้างนอก ถ้าหากว่าองค์หญิงรับปากแล้ว บ่าวรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณเป็นอย่างยิ่ง จะเป็นวัวเป็นม้าบ่าวก็ยอมเพคะ!

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อวี้เยี่ยนมองออกไปด้านนอก กล่าวว่า “องค์หญิงเพคะ แม่บ้านจ้าวยังคุกเข่าอยู่ด้านนอก นางอายุก็มากแล้ว คุกเข่าทั้งคืนเกรงว่าจะทนต่อไปไม่ได้”

เฉินเสียนที่เอนตัวอยู่บนเตียง นอนก็นอนไม่หลับ รู้สึกสับสนวุ่นวายในใจ

เมื่ออยู่ในพระราชวัง ฉินหรูเหลียงคุกเข่าอยู่ที่ท้องพระโรง เพื่อวิงวอนให้กับหลิวเหมยอู่ทั้งเหตุการณ์นั้นได้หมอบกราบอย่างเลื่อมใส และได้สร้างความจดจำให้กับเฉินเสียนอย่างยิ่ง

แม่ทัพผู้สง่างาม เพื่อหญิงคนเดียวยอมถ่อมตนอย่างนั้น และเวลานั้นนางทำให้ความคิดของฉินหรูเหลียงมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จริงๆ แล้วรู้สึกว่าเขาเป็นคนน่าสงสาร

ฉินหรูเหลียงเป็นห่วงนาง ส่วนนางแม้แต่ครึ่งคำก็ยังไม่เชื่อ

แต่ฉินหรูเหลียงไม่ใช่เพื่อเข้าข้างหลิ่วเหมยอู่โดยไม่สนใจแต่กลับไม่เกิดความรู้สึกบาปทางใจที่ทำร้ายนาง

เขาไม่อาจทำทั้งสองอย่างได้ ยินยอมให้ตัวเองได้รับโทษ อย่างนี้ถึงสามารถปกป้องหลิ่วเหมยอู่ได้

แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้จะสามารถลบล้างทุกสิ่งในอดีตได้

ดังนั้นเฉินเสียนก็ไม่ได้คอยซ้ำเติม แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย

เพียงชั่วพริบตาเดียว แม่บ้านจ้าวก็นั่งคุกเข่าอยู่ด้านนอกไปถึงยามวิกาล พูดก็ใกล้จะไม่ไหวแล้ว “บ่าวขอร้ององค์หญิงได้โปรดเมตตา………”

เสียงเปิดประตูห้องก็ได้ดังขึ้นมา

ใต้แสงเทียนที่สลัว เฉินเสียนได้ยื่นบังแสงที่หน้าประตู และสีหน้าที่เย็นชา

นางมองไปที่แม่บ้านจ้าวที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน แล้วพูดว่า “เห็นแก่เจ้าที่ได้ปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างสุดใจ ในวันนี้ข้าตอบแทนเจ้า หากครั้งหน้ายังมีอีก ต่อให้เจ้าจะคุกเข่าจนท้องฟ้าแปรปรวน ข้าก็จะไม่สนใจเจ้าอีก”

แม่บ้านพูดพร้อมน้ำตา “บ่าวขอบพระทัยองค์หญิงเพคะ”

เฉินเสียนได้ให้แม่บ้านจ้าวอยู่พักที่เรือนก่อน นางนำอวี้เยี่ยนเดินไปที่เรือนหลัก

ฉินหรูเหลียงสถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้แล้ว เรือนหลักไม่สามารถมีคนมาเฝ้ายาม

เห็นเฉินเสียนเข้ามา ได้รีบเชิญนางเข้าไปในห้อง และทุกสิ่งที่นางต้องการก็ได้เตรียมขึ้นทันที

ไม่มีใครรู้ว่านางมีความสามารถด้านการแพทย์

แต่เฉินเสียนได้เห็นบาดแผลของฉินหรูเหลียง ก็คิดถึงยาที่จะต้องรักษาอยู่ในใจทันที

นางมีความชำนาญมากในการกำหนดตัวยา ขณะที่ให้คนปฏิบัติตามใบสั่งยาของนางเพื่อปรุงยาใหม่ ทั้งยังให้อวี้เซี่ยนบดตัวยาให้เป็นผงสำหรับทาภายนอก

ดึงผ้าพันแผลบนหลังของฉินหรูเหลียงออก เฉินเสียนไม่ได้มีความอดทนพิถีพิถันที่จะใส่ยากับเขา แต่กลับลำพองยื่นอยู่ที่ด้านหน้าเตียงและเทผงยาบดที่ในชามได้ลอยอยู่ในอากาศลงบนหลังของเขา

อวี้เยี่ยนพูดเบาๆ “องค์หญิงทายาให้เขาทำไมเหมือนการโรยเถ้ากระดูกอย่างไรอย่างนั้นล่ะเพคะ?”

เฉินเสียนเลิกคิ้วอย่างชั่วร้าย “เจ้าเคยเห็นการโรยเถ้ากระดูก?”

อวี้เซี่ยนส่ายหน้า “บ่าวเพียงรู้สึกว่าโรยเถ้ากระดูกก็ไม่เหมือนอย่างองค์หญิงที่จะโรยได้อย่างสบายใจแบบนี้เพคะ”

“ชายของหญิงอื่น ยังเคยด่าเคยทะเลาะกัน จะต้องอ่อนโยนทำไมเล่า ข้าดูเป็นคนโง่เขลาอย่างนั้นเหรอ?”

อวี้เยี่ยนส่ายหน้าอย่างจริงจัง

“ดังนั้น สามารถมาช่วยชีวิตเขาไว้ ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว”

ภายใต้การแนะนำด้านการแพทย์ของเฉินเสียน อวี้เยี่ยนก็ได้พันปิดแผลให้เรียบร้อยอีกรอบ

ไข้ที่สูงของฉินหรูเหลียง ก็ได้ค่อยๆ ลดลง

เฉินเสียนยังคิดว่าตัวเองให้ความเมตตาและรักษาสัจจะจนถึงที่สุดแล้ว เรียกบ่าวอีกไม่กี่คน ใช้ผ้าขนหนูจุ่มลงในน้ำเย็นเพื่อทำให้อุณหภูมิร่างกายของฉินหรูเหลียงเย็นลง

พวกบ่าวค่อยหน้าแดงขึ้น ไม่อาจจะทนดูได้

เพราะว่าเฉินเสียนได้ถอดเสื้อผ้าของฉินหรูเหลียงออกไปหมด

หากว่าฉินหรูเหลียงยังรู้สึกตัว ต้องกระโดดไปมาแน่นอน

เฉินเสียนปรบมือแล้วพูดขึ้น “เมื่อครู่ที่ที่ข้าได้พูดเน้นย้ำไปได้ยินชัดเจนหรือไม่? ไม่ต้องเกรงใจ อยากจับก็จับอยากดูก็ดู โอกาสนี้หายากมาก ถ้าพลาดแล้วก็จะพลาดเลย”

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด