ลำนำบุปผาพิษ – ตอนที่ 1688+1689

อ่านนิยายจีนเรื่อง ลำนำบุปผาพิษ ตอนที่ ตอนที่ 1688+1689 อ่านนิยายจีน.COM | อ่านนิยายจีนแปลไทย.

บทที่ 1688 ความปรารถนาของร่างกาย

ฉากรักใคร่หวานซึ้งในช่วงหลายปีมานี้ผุดวาบขึ้นมาในสมองของเขา ความปรารถนาของร่างกายที่เดิมทีถูกบังคับให้หลับใหลไป ยามนี้กลับมีสัญญาณว่าจะรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว…

ถึงอย่างไรคนทั้งสองก็เป็นสามีภรรยากันมาถึงแปดปี ต่างฝ่ายต่างคุ้นเคยกันดีจนไม่อาจคุ้นเคยไปยิ่งกว่านี้ได้แล้ว เมื่ออีกฝ่ายเกิดความไม่ปกติขึ้นมาเล็กน้อยก็สามารถรับรู้ได้

กู้ซีจิ่วแนบชิดกับเขาถึงเพียงนี้ ย่อมรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเขาได้…

หัวใจเธอเต้นแรงเล็กน้อย เบ้าตาร้อนผ่าวนิดๆ การไหลเวียนของโลหิตมีทีท่าว่าจะเร็วขึ้น แต่พอนึกถึงการทรยศของเขาขึ้นมาอีกครั้งในทันใด…

ด้วยเหตุนี้ อารมณ์อ่อนไหวทั้งหมดจึงราวกับถูกลมหนาวพัดกระจัดกระจายไป เธอเริ่มดิ้นรนเพื่อออกไปด้านนอกอย่างสุดกำลัง

แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ก็ยิ่งเบียดชิดขึ้นเท่านั้น เธอถูกบีบจนอึดอัดยิ่งนัก อ้าปากน้อยๆ หอบหายใจ

“อย่าขยับ!” มือข้างหนึ่งของตี้ฝูอีโอบเอวของเธอไว้ “นี่เป็นกลไก เจ้าดิ้นไม่หลุดหรอก”

เขาโคจรพลังยุทธ์อยู่เงียบๆ ใช้แขนฝืนค้ำยันผนังด้านหลังของนางไว้ ฝืนเปิดช่องว่างให้นางเล็กน้อย ให้นางได้หายใจสะดวก

“ท่านแก้กลไกนี้ได้หรือไม่?” กู้ซีจิ่วถาม

ท่ามกลางความมืดผิวพรรณของนางขาวนวล ริมฝีปากอิ่มเอิบแดงเรื่อ ดวงตาส่องประกายพราวระยับ

ตี้ฝูอีข่มความคิดที่อยากประทับจุมพิตลงไปเอาไว้ ตอบเสียงแผ่วว่า “อย่าได้กังวล เดี๋ยวข้าจะลองดู”

ฝ่ามือของเขาค่อยๆ เคลื่อนที่อยู่ด้านหลังเธอทีละชุ่นๆ คลำหากลไกบนผนังโพรง

ถึงแม้จะเป็นเพียงหลังมือที่ปัดผ่านแผ่นหลังเธอ แต่ก็ซีจิ่วก็ยังสัมผัสถึงความร้อนจากฝ่ามือของเขาได้ ส่วนร่างกายที่แนบชิดกันอยู่ของทั้งสองคนก็ทำให้เธออัดอัดใจยิ่งนัก

ตี้ฝูอีคลำอยู่ครู่หนึ่ง พลันสัมผัสได้ว่านางที่อยู่ในอ้อมแขนหายใจหอบถี่เล็กน้อย ดวงหน้าเฉิดฉันแดงก่ำ ตะลึงงันเล็กน้อย

ในที่สุดคล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ฝ่ามือพลันแข็งทื่อ!

บนแนวสันหลังของกู้ซีจิ่วมีจุดอ่อนไหวอยู่ ในอดีตยามที่ทั้งสองร่วมรักกัน ตี้ฝูอีมักจะลูบไล้จุดนี้ของนางอยู่เสมอ ทำให้นางลืมตัว ทำให้สติของนางล่องลอยคิดเพียงแต่จะแอบอิงเข้าหาเขา…

“ขออภัย…” ตี้ฝูอีกระซิบ พยายามนำฝ่ามือออกห่างจากตำแหน่งนั้นของนางอย่างสุดกำลัง

สีหน้ากู้ซีจิ่วราบเรียบ ไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงหน้าน้อยๆ ที่แดงก่ำค่อยๆ ซีดเซียวลง…

ตี้ฝูอีหากลไกเปิดสถานที่แห่งนี้ไม่พบ กู้ซีจิ่วสูดหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่งแล้วเอ่ยถาม “ท่านใช้วิชาหดกระดูกอย่างรวดเร็วได้ใช่ไหม? ข้าเห็นว่ากลไกของที่นี่ยามที่เบียดดันเข้ามาจะมีการจำกัดระยะเวลาอยู่ มีช่วงเวลาที่ล่าช้าอยู่ไม่กี่วินาที ท่านหดกระดูกอย่างรวดเร็วก่อน ให้มีช่องว่างขึ้นมาชั่วขณะ แล้วข้าจะรีบใช้วิชาเคลื่อนย้ายอีกครั้ง…”

วิธีนี้มีความเป็นไปได้!

ตี้ฝูอีก็เห็นดีด้วยเช่นกัน “ได้!”

เพิ่งจะเอ่ยคำว่าได้ออกมา ร่างกายของเขาก็หดเล็กลงในทันใด! เมื่อเขาตัวเล็กลง เขาย่อมหลุดออกจากตำแหน่งนี้ ทันทีที่ร่างกายซึ่งหดเล็กลงของเขาร่วงลงไปด้านล่าง กู้ซีจิ่วก็ตอบสนองว่องไว คว้าตัวเขาไว้ จากนั้นก็ใช้วิชาเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว…

เมื่อทั้งสองเหยียบย่างลงบนพื้นดินปกติ ในที่สุดกู้ซีจิ่วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอก้มหน้าลงไปโดยไม่ตั้งใจแวบหนึ่ง มองเห็นตี้ฝูอีฉบับย่อส่วน

เมื่อครู่ตี้ฝูอีต้องการสร้างช่องว่างที่กว้างขึ้นหน่อย เขาจึงหดตัวให้อยู่ในรูปลักษณ์ของเด็กน้อยวัยสองสามขวบ ยามนี้ยืนอยู่บนพื้น ไม่ได้กลับสู่สภาพเดิม

กู้ซีจิ่วอยู่กินกับเขามาเนิ่นนานปานนี้ เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขาในลักษณะเช่นนี้

ตัวเล็กจ้อยสูงไม่ถึงหนึ่งเมตร นัยน์ตากลมโต ขนตายาวเป็นแพ จมูกสูงโด่ง ริมฝีปากเล็กกระจุ๋มกระจิ๋ม ราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ น่ารักน่าเอ็นดูโดยแท้!

ในสายตาของกู้ซีจิ่วเขาแข็งแกร่งไร้เทียมทานมาโดยตลอด ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นเขาในรูปลักษณ์ยามเด็กน้อยแบเบาะเช่นนี้ ทำให้คนมองแวบเดียวก็เอ็นดูสงสารขึ้นมา อยากจะอุ้มเขาขึ้นมาหอมสักฟอด

หนูน้อยที่งดงามมีพลังทำลายล้างสูงที่สุด กล่าวได้ว่าเป็นขวัญใจของคนทุกเพศทุกวัย

กู้ซีจิ่วย่อมมิใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน เดิมทีเธอไม่คิดจะมองเขาเลย ยามนี้กลับอดใจไม่ได้มองอยู่หลายครั้ง

หากว่า…เมื่อแปดปีนั้นเธอให้กำเนิดทารกออกมา บางทีอาจจะมีรูปโฉมเช่นนี้เหมือนเขา…

—————————————————————————

บทที่ 1689 ช่วยคน 1

อันที่จริงเธออยากมีลูกของตัวเองมาก เพียงแต่น่าเสียดายที่…

เธอละสายตาไปจากร่างเขาในทันใด หันหลังออกเดิน “ไปกันเถอะ!”

เธอก้าวไปด้านหน้าอยู่ครู่หนึ่ง พบว่าเขาไม่ได้ติดตามมา ค่อนข้างฉงนอยู่บ้าง เกรงว่าเขาจะตกลงไปในกลไกอันใดอีก จึงหันกลับไปอีกครั้ง

พบว่าเขายังยืนอยู่ตรงนั้น กำลังพยายามเพิ่มความสูงขึ้นทีละชุ่นๆ…

ฉากนั้นค่อนข้างคล้ายการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเด็กคนหนึ่ง ยามที่กู้ซีจิ่วหันกลับไปเห็น เขาเติบโตเป็นเด็กชายวัยเจ็ดแปดขวบแล้ว

ทั้งสองคนสบตากัน เขาผงะไปแวบหนึ่งอย่างที่พบเห็นได้ยากนัก ดวงหน้าน้อยๆ ปานหยกขาวแดงก่ำขึ้นมา ท่าทางค่อนข้างเขินอายยิ่งนัก

ด้วยเหตุนี้เขาจึงยิ้มแวบหนึ่ง ลักยิ้มปรากฏขึ้นบนพวงแก้มทั้งสองข้าง จากนั้นก็เร่งเพิ่มความสูงขึ้นยิ่งกว่าเดิม

กู้ซีจิ่วมองจนเซ่อไปแล้ว!

ในใจของตี้ฝูอีกลับค่อนข้างกดดันขมขื่น บุรุษทุกคนล้วนอยากให้สตรีของตนได้เห็นด้านที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของตน มิใช่รูปลักษณ์ยามเยาว์ในวัยสวมกางเกงเปิดเป้า

นับประสาอะไรกับตี้ฝูอีที่เป็นเทพผู้สูงส่งเหนือปวงชนเสมอมาเล่า?

ภายใต้สายตาชำระล้างของนาง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาคิดอยากแทรกแผ่นดินหนี…

แน่นอน ความคิดนี้เพียงวาบขึ้นมาสมองของเขาเท่านั้น จากนั้นก็สงบสติอารมณ์ลงอีกครั้ง

เร่งความเร็วในการเจริญเติบโตขึ้นอีกเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้กู้ซีจิ่วจึงเบิกตามองเขาเติบโตจากเด็กน้อยวัยเตาะแตะกลายเป็นเด็กชายวัยซุกซน จากนั้นก็เติบโตเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม สุดท้ายก็กลับสู่รูปลักษณ์ดั้งเดิมของเขา กลายเป็นชายหนุ่มหล่อเหลางามสง่าในอาภรณ์ขาวแผ่วพลิ้ว

แน่นอนว่าเมื่อเขากลับสู่รูปลักษณ์เดิม บนหน้าก็มีหน้ากากสวมทับลงไปแทบจะในทันที

ช่วงเวลานี้ไม่นับว่านาน ประมาณห้าหกนาทีเท่านั้น

ระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาที กู้ซีจิ่วราวกับได้เห็นช่วงชีวิตอันยาวนานของเขาแล้ว

ที่แท้เขาก็มีช่วงที่น่ารักน่าหยิกถึงเพียงนี้เช่นกัน และเติบโตมาจากการเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเหมือนกัน

ยามที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน กู้ซีจิ่วก็เคยถามถึงเรื่องราวในวัยเด็กของเขา แต่ตี้ฝูอีบอกว่า นับตั้งแต่เขาจำความได้ก็อยู่ในวัยเด็กหนุ่มแล้ว ฟื้นขึ้นมาในพื้นที่รกร้างกันดาร ไร้บุพการี มีวรยุทธ์ประหลาดติดตัว จากนั้นรบทัพจับศึกปราบปรามใต้หล้าที่โกลาหลวุ่นวาย กลายเป็นยอดคนอับดับหนึ่งของโลกนี้…

ประหลาดนัก ยามที่เขาหดตัวให้เล็กก็หดได้ในชั่วพริบตานี่ ทำไมการเติบโตขึ้นถึงได้ลำบากยากเย็นขนาดนี้ล่ะ?

ตอนนี้เขาอยู่ในรูปลักษณ์ของเทพศักดิ์สิทธิ์ มิใช่การแต่งกายแบบตี้ฝูอีอีกต่อไป

สองฐานะนี้ของเขาสลับสับเปลี่ยนกันได้ตามใจนึก ไม่หลบเลี่ยงเธอเลยสักนิด

กู้ซีจิ่วอดไม่ได้ที่จะมองเขาอีกสองครา ตี้ฝูคล้ายทราบว่าเธอสงสัยอะไรอยู่ จึงเอ่ยอธิบาย “หากไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย หลานจิ้งอี๋น่าจะบอกฐานะเทพศักดิ์สิทธิ์ของข้ากับผู้บงการเบื้องหลังคนนั้นแล้ว อีกเดี๋ยวพอนางเจอข้า คาดว่าคงเอ่ยนามเดิมของข้าออกมา มิสู้ใช้ฐานะเทพศักดิ์สิทธิ์ไปช่วยนางตรงๆ เลยดีกว่า”

ที่แท้ก็เพื่อหลานจิ้งอี๋…

ที่แท้เขาก็รักเผื่อแผ่ไปถึงครอบครัวของคนรักยิ่งนัก…

เธอไม่พูดอะไร หันหลังออกเดินไป

เขายินดีจะใช้ฐานะใดนั่นก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเธอ ตอนนี้เธอแค่อยากช่วยจิ้งจอกน้อยออกมา ถือโอกาสลากตัวไอ้สารเลวที่บงการอยู่เบื้องหลังออกมาด้วย!

เลี้ยวไปเลี้ยวมาอยู่ไม่กี่รอบ ด้านหน้าก็ปรากฏสิ่งปลูกสร้างทรงหัวใจหลังหนึ่ง อาคารหลังนั้นไม่เพียงแต่มีรูปทรงคล้ายหัวใจเท่านั้น ยังเต้นเป็นจังหวะได้เหมือนกันด้วย เมื่อมองจากด้านนอกจะเห็นว่าเดี๋ยวยุบเดี๋ยวพอง เสมือนหัวใจยักษ์ดวงหนึ่งกำลังเต้นอยู่

อาคารหลังนั้นก็เป็นศูนย์รวมของ ‘เส้นเลือด’ มากมายด้วย เส้นเลือดที่อยู่ตรงนั้นมากมายยิ่งกว่าใยแมงมุมเสียอีก

และสี่ทิศของอาคาร ห่างออกไปสักสามสี่เมตรจะมียอดฝีมือคนหนึ่งยืนอยู่ กำลังจับจ้องทางเข้าออกแต่ละทางเขม็ง

ไม่จำเป็นต้องถามเลย ที่นี่ก็คือส่วนใจกลาง และเป็นสถานที่ที่ผู้บงการพำนักอยู่

เธอเงี่ยหูฟัง ในอาคารพิสดารหลังนั้นไม่มีเสียงเคลื่อนไหวเลยสักนิด ประหนึ่งสุสานผู้วายชนม์

เธอมุ่นคิ้วนิดๆ…

————————————————————————

คอมเม้นต์

การแสดงความเห็นถูกปิด